'ไพบูลย์'คาดดีเอสไอรอฝ่ายสงฆ์จัดการ'ธัมมชโย'
'ไพบูลย์'คาดดีเอสไอรอฝ่ายสงฆ์จัดการ'ธัมมชโย' หากถึงที่สุดไม่เป็นผล พนักงานสอบสวนต้องตัดสินใจดำเนินการตามกฎหมาย
6ก.ค.59พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการตรวจสอบการครอบครองที่ดินของเวิร์ล พีซ วัลเล่ย์ เขาใหญ่ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นหน่วยรับผิดชอบโดยตรง เรื่องจึงยังไม่ถูกส่งมาที่กระทรวงยุติธรรม
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ส่วนการขออนุมัติหมายค้นวัดพระธรรมกายรอบ 2 เพื่อจับกุมตัวพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มาดำเนินคดีสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจรนั้น ตนไม่ทราบรายละเอียดในสำนวน แต่เข้าใจว่าอยู่ระหว่างการรอคณะปกครองทางสงฆ์ทุกระดับดำเนินการ
ดังนั้นขั้นตอนจึงยังอยู่ระหว่างการประสานว่าจะลงตัวตรงไหน สุดท้ายหากมหาเถรสมาคม (มส.) และคณะปกครองทางสงฆ์ไม่สามารถดำเนินการได้ พนักงานสอบสวนก็ต้องตัดสินใจดำเนินการตามกฎหมาย สำหรับการดำเนินคดีกับศิษย์วัดพระธรรมกายที่ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทราบว่ามีการดำเนินคดีไปแล้วหลายราย
“ธรรมกาย”หวั่น ม.44 ขอคุยเงื่อนไขประกันตัว
แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ. (ดีเอสไอ) เปิดเผยภายหลังนายกรัฐมนตรีส่งสัญญาณเปิดทางใช้มาตรา 44 ของคสช. กับกรณีของวัดพระธรรมกายที่มีพฤติการณ์ขัดขืนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ว่า วัดพระธรรมกายได้ติดต่อมายังดีเอสไอ เพื่อสอบถามถึงการเข้ามอบตัวของพระธัมมชโยก่อนถูกจับกุมด้วยมาตรา 44 รวมถึงเงื่อนไขในการขอประกันตัวหลังเข้ามอบตัว โดยทางวัดยังยืนยันในเงื่อนไขต้องได้รับการประกันตัวเพื่อเลี่ยงการถูกคุมขังและนำไปสู่การสึกจากความเป็นพระ อย่างไรก็ตาม นอกจากการดำเนินการตามกฎหมายอาญา ในคดีฟอกเงินและรับของโจร และคดีบุกรุกทำลายทรัพยากรกรณีการตั้งสาขาวัดพระธรรมกายในพื้นที่ต่าง ๆ ดีเอสไอได้ส่งเรื่องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินกับทรัพย์สินแล้ว เนื่องจากพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามมูลฐานการฟอกเงินที่สามารถยึดและอายัดทรัพย์ได้ คาดว่าการดำเนินการทั้งหมดจะมีความชัดเจนหลังวันที่ 13 ก.ค. นี้. ซึ่งอัยการกำหนดนัดฟังคำสั่งในคดี
แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า. ก่อนหน้านี้ดีเอสไอได้รับการประสานจากอัยการฝ่ายคดีพิเศษ ให้สอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เพื่อพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าพระธัมมชโยเป็นผู้รับผลประโยชน์คนสุดท้ายจากเช็คบริจาคจำนวนมาก โดยดีเอสไอได้ประสานข้อมูลสถาบันการเงินเพื่อขอหลักฐานประกอบการพิจารณา และล่าสุดอัยการขอให้ดีเอสไอสอบสวนเพิ่มเติมไปถึงปมความเชื่องโยงระหว่างการเงินของวัดธรรมกาย เครือข่ายมูลนิธิต่างๆ กับพระธัมมชโย
“สุวพันธุ์” ลั่นไม่เกี๊ยะเซียะ “คดีธรรมกาย”
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยังไม่สามารถควบคุมตัวพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ดำเนินคดีได้ ว่า มติมหาเถรสมาคม (มส.) เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา มอบหมายให้สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ให้แก้ไขปัญหาในเขตการปกครอง โดยตนได้หารือกับสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ รวมถึงเจ้าคณะภาค 1 และรองเจ้าคณะโดยหารือมา 3 ครั้ง เพื่อดำเนินการให้ทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว คาดว่าภายในต้นสัปดาห์หน้าจะมีความคืบหน้าในระดับหนึ่ง
รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายคณะสงฆ์ได้พูดคุยรายละเอียดเพื่อหาทางออกร่วมกัน และตนจะไปรับทราบแนวทางของการพูดคุยด้วยตัวเองในสัปดาห์หน้า ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป หากปล่อยปัญหาทอดเวลาออกไปไม่ส่งผลดีต่อทุกฝ่าย ซึ่งปัญหาขณะนี้อยู่ที่การจะให้พระธัมมชโย รายงานตัวต่อดีเอสไอ ส่วนที่อ้างว่าอาพาธไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ ซึ่งแนวทางของคณะสงฆ์ไม่จำเป็นต้องรอฟังว่าอัยการจะสั่งฟ้องคดีหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่ดีเอสไอระบุจะออกหมายค้นอีกครั้งในสัปดาห์หน้า นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ตนได้คุยกับรมว.ยุติธรรมและรับทราบว่าต่างคนทำอะไรกันอยู่ ส่งผลให้การทำงานสอดคล้องต้องกัน อยากให้ปัญหานี้แก้ได้โดยไม่มีความขัดแย้ง ไม่สร้างความเสียหาย ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง รัฐบาลพยายามจะทำอย่างละมุนละม่อม
“ที่มีการสร้างจิตวิทยากันนั้น ผมไม่คุยกับคนที่รายล้อม แต่คุยกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะสงฆ์ เรารู้ว่าแต่ละเรื่องราวนั้นข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และจะแก้ไขที่ข้อเท็จจริงอย่างถูกต้อง ยืนยันว่าคณะสงฆ์ไม่ได้วางเฉย และต้องเข้าใจ มส. ที่มีลำดับชั้นการปกครอง มีกฎระเบียบและวันนี้แสดงออกมาว่าพร้อมที่จะช่วย รัฐบาลหวังที่จะให้ช่วย และรัฐบาลเห็นว่าแนวทางที่รัฐบาลทำอยู่เป็นทางออก และคิดว่าน่าจะมีทางให้เรื่องนี้จบลงโดยไม่วุ่นวายได้ และทราบว่าในคณะสงฆ์มีการพูดคุยกับทางพระธัมมชโย แต่ยังไม่ทราบผล และยืนยันว่าไม่มีเกี๊ยะเซี๊ยะกันแน่นอน” นายสุวพันธุ์ กล่าว



