ข่าว

ไฟเขียวแบงก์รัฐแยกบัญชีเร่งปล่อยกู้โยนคลังสรุปตัวเลขชดเชย-เอสเอ็มอีแบงก์ช่วยท่องเที่ยวอืด

ไฟเขียวแบงก์รัฐแยกบัญชีเร่งปล่อยกู้โยนคลังสรุปตัวเลขชดเชย-เอสเอ็มอีแบงก์ช่วยท่องเที่ยวอืด

06 ส.ค. 2552

ครม.รับทราบปรับเพิ่มเป้าสินเชื่อแบงก์รัฐจาก 6 แสนเป็น 9 แสนล้านบาท พร้อมเห็นชอบแยกบัญชีพิเศษตามนโยบายรัฐโยนคลังคำนวณเงินชดเชยแต่ละแห่ง ด้านเอสเอ็มอีแบงก์ปรับวิธีการปล่อยกู้ช่วยธุรกิจท่องเที่ยวใหม่หลังพบส่วนใหญ่มีปัญหาไม่เข้าหลักเกณฑ์

รายงานข่าวจากกระทรวการคลังเปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้รับทราบตามที่กระทรวงการคลังเสนอในเรื่องการขับเคลื่อนสถาบันการเงินเฉพาะกิจเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย เพื่อให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจเป็นกลไกของรัฐเพื่อฟื้นฟูและช่วยเหลือกลุ่มประชาชนและธุรกิจเป้าหมาย โดยได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการอนุมัติสินเชื่อใหม่ปี 2552 จากเดิม 625,500 ล้านบาท อีก 301,500 ล้านบาท รวมเป็นเม็ดเงินทั้งสิ้น 927,000 ล้านบาท พร้อมให้แยกบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ (พีเอสเอ) เพื่อให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกระทรวงการคลังพร้อมจะดูแลหรือชดเชยรายได้ส่วนที่ขาดหายไป

 ส่วนโครงการที่เข้าข่ายสามารถแยกบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐได้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากครม.และเป็นโครงการหรือธุรกรรมที่มีเงื่อนไขผ่อนปรนหรือธุรกรรมที่รัฐบาลสั่งการให้ดำเนินการเป็นกรณีพิเศษ โดยสามารถเสนอขอผ่อนปรนหลักอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ และค่าเบี้ยประกัน ได้ต่ำกว่าตลาด หรือมีการยกเว้น  รวมถึงกรณีขาดหลักประกัน หรือหลักประกันต่ำกว่าสินเชื่อ ตลอดจนการยืดระยะเวลาการชำระคืนเงินกู้ หรือระยะเวลาปลอดหนี้และปลอดการชำระเงินต้น โดยกระทรวงการคลังจะพิจารณาโครงการและกำหนดมาตรฐานการคำนวณเงินชดเชยเพื่อสรุปวงเงินที่ควรได้รับการชดเชยเพื่อขอตั้งงบประมาณต่อไป พร้อมกำหนดตัวชี้วัดในแต่ละโครงการ เพื่อให้การดำเนินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

 ด้านนายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) กล่าวว่าจากมติ ครม. เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2552 ที่ขยายเวลาโครงการสินเชื่อช่วยธุรกิจท่องเที่ยวออกไปถึง 30 กันยายน 2553 และปรับเปลี่ยนวิธีการยื่นกู้ใหม่จากเดิมยื่นกู้ตรงเปลี่ยนเป็นยื่นเรื่องกับ 4 สมาคม ได้แก่ สมาคมโรงแรม สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว สมาคมภัตตาคาร และสมาคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อพิจารณากลั่นกรองคุณสมบัติก่อนทำให้ธนาคารต้องมีการปรับวิธีการทำงานใหม่โดยกลุ่มที่ยื่นขอสินเชื่อจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนั้นจะเร่งพิจารณาให้เร็วที่สุด ส่วนผู้ขอกู้รายใหม่คงต้องยื่นเรื่องตามขั้นตอนต่อไป โดยที่ผ่านมาธนาคารอนุมัติสินเชื่อโครงการนี้ไปแล้วเกือบ 2,000 ล้านบาท ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากผู้กู้และผู้ค้ำประกันติดขัดเรื่องคุณสมบัติและเอกสาร บางส่วนขาดใบอนุญาตประกอบกิจการ ทำให้สมาคมไม่ออกหนังสือรับรองให้