ข่าว

เคาะใช้‘บีอาร์ที’เชื่อมขนส่งพหลโยธิน

เคาะใช้‘บีอาร์ที’เชื่อมขนส่งพหลโยธิน

06 ก.ค. 2559

สนข.เคาะใช้ระบบขนส่งบีอาร์ทีเชื่อมโยงการเดินทางภายในศูนย์คมนาคมพหลโยธิน คาดใช้งบลงทุนกว่า 1,800 ล้าน รองรับการพัฒนาศูนย์กลางคมนาคมแห่งใหม่ของประเทศ

 

         6 กรกฎาคม 2559 สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร (สนข.) เปิดเวทีสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 ต่อการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการระบบขนส่งมวลชนรอง (BRT) ภายใต้โครงการศึกษาออกแบบรายละเอียดศูนย์คมนาคมพหลโยธินและการพัฒนาต้นแบบ การพัฒนาพื้นที่โดยรอบศูนย์กลางคมนาคมเพื่อนำเสนอผลสรุปการศึกษาโครงการระบบขนส่งมวลชนรอง (BRT) ในทุกๆ ด้าน รวมทั้งลักษณะโครงการแนวทางเดินเชื่อมต่อภายในพื้นที่ 2,325 ไร่

         นายวิจิตต์ นิมิตรวานิช นักวิชาการขนส่งทรงคุณวุฒิสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ สนข. ดำเนินโครงการศึกษาออกแบบรายละเอียดศูนย์คมนาคมพหลโยธินและการพัฒนาต้นแบบการพัฒนาพื้นที่โดยรอบศูนย์กลางคมนาคม โดยมีสถานีกลางบางซื่อที่เป็นศูนย์กลางเปลี่ยนถ่ายการเดินทางด้วยระบบรางแห่งใหม่และใหญ่ที่สุดของประเทศ 

         ทั้งนี้ ผลจากการศึกษาพบว่า การเชื่อมพื้นที่ด้วยระบบขนส่งมวลชนขนาดรองมีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการช่วยเติมเต็มการเดินทางภายในศูนย์คมนาคมพหลโยธินให้เชื่อมต่อกันได้อย่างสมบูรณ์ จึงมีแนวคิดในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนขนาดรองที่มีประสิทธิภาพ ลงทุนน้อย และก่อสร้างได้เร็ว โดยการจัดสัมมนาครั้งนี้ ได้เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อนำไปกำหนดมาตรการให้มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการลดผลกระทบโดยเฉพาะด้านการคมนาคมให้รอบคอบมากขึ้น

         การสัมมนาครั้งนี้ ได้นำเสนอผลสรุปการศึกษาโครงการระบบขนส่งมวลชนรอง (BRT) โดยมีทั้งหมด 16 สถานี เริ่มต้นจากสถานีกลางบางซื่อ วิ่งข้ามพวงรางด้วยทางวิ่งยกระดับบริเวณถนนกำแพงเพชร 6 เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนกำแพงเพชร 2 และเลี้ยวซ้ายเข้าถนนกำแพงเพชร 4 จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนกำแพงเพชร 3 แล้วจึงเลี้ยวเข้าพื้นที่ กม. 11 เพื่อกลับเข้าสู่ ถนนกำแพงเพชร 2และวนกลับสถานีกลางบางซื่อ มีเส้นทางให้บริการประมาณ 10 กิโลเมตร ทั้งสองทิศทาง ยกเว้นรอบสถานีกลางบางซื่อจะเดินรถทิศทางเดียว และเชื่อมโยงกับระบบขนส่งหลัก โดยออกแบบให้มีทางวิ่งพิเศษ (Exclusive Lane) ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ช่องทางด้านซ้ายสุดของแนวเส้นทาง และมีการติดตั้งคันกั้นเลนแยกออกต่างหากจากผิวจราจรปกติ โดยถนนกำแพงเพชร 2,3,4,6 รวมทั้งถนนบริเวณกม. 11 จะแบ่งทางวิ่งพิเศษจากช่องทางเดินรถยนต์ส่วนบุคคลทิศทางละ 1 ช่องจราจร 

         สำหรับบริเวณทางแยกที่ BRT ตัดกระแสการจราจรจะมีการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกและให้ความสำคัญแก่รถ BRT ก่อน โดยทิศทางอื่นจะเป็นสัญญาณไฟหยุด ซึ่งรูปแบบการเดินรถ BRT ที่ปรึกษานำเสนอภายใต้เงื่อนไขที่สถานีขนส่ง หรือ บขส. (หมอชิต 2) ย้ายออกไปจากพื้นที่ และจะเหลือเพียง บขส. ย่อย (ซึ่งจะมีรถขนาดใหญ่สุดไม่เกินมินิบัส ให้บริการเฉพาะการเดินรถเพื่อออกนอก กทม. ในรัศมีไม่เกิน300 กม.) บนพื้นที่ 16 ไร่ (ที่ตั้งสถานีขนส่งผู้โดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ในปัจจุบัน) 

         โดย ขสมก. จะย้ายไปอยู่ใต้ทางด่วนด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งจะสามารถเข้าออกจากพื้นที่ด้านถนนกำแพงเพชรได้โดยสะดวก นอกจากนี้ ยังมีศูนย์ซ่อมบำรุงบนเนื้อที่กว่า 7 ไร่ มูลค่าการลงทุนประมาณ 1,800 ล้านบาท ส่วนรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมในเบื้องต้นคาดว่าภาคเอกชนน่าจะสนใจลงทุนเพียงการให้บริการเดินรถ ขณะนี้ที่ปรึกษาโครงการฯ อยู่ระหว่างรวบรวมและเสนอแนะรูปแบบการลงทุนเพื่อนำเสนอรายงานการศึกษาความเหมาะสมตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)

         สำหรับมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในช่วงระหว่างการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนรองเช่นด้านการคมนาคมขนส่งจะต้องออกแบบและบริหารจัดการจราจรให้ชัดเจนเพียงพอและเหมาะสม เพื่อไม่ก่อผลกระทบการจราจรในด้านลบทั้งด้านการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ศูนย์ซ่อมบำรุง ต้องมีบ่อหน่วงน้ำที่มีขนาดเหมาะสมตามมาตรฐานของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) อีกทั้งกำหนดให้หน่วงน้ำไว้ในบริเวณไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง และต้องทำการบำรุงรักษาช่องทางระบายน้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้การระบายน้ำในพื้นที่โครงการมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ยังได้มีการนำเสนอผลสรุปการเชื่อมต่อการเดินทางบริเวณย่านศูนย์กลางคมนาคมในพื้นที่ โดยการเสนอรูปแบบทางเดินเชื่อมต่อ (แนวตะวันออก-ตะวันตก) แบบยกระดับ (Skywalk)ระหว่างสถานีกลางบางซื่อ-สถานี BTS หมอชิต/สถานี MRT จตุจักร ซึ่งได้ออกแบบเป็นโครงสร้างสะพานทางเดินเหล็ก กว้าง 6 เมตร ระยะทาง 1.27 กม. และทางเดินเชื่อมต่อระดับพื้นดิน (แนวเหนือ-ใต้)ระหว่างถนนกำแพงเพชร-สถานีย่อย บขส. โดยออกแบบให้มีขนาดทางกว้าง 9 เมตร มีช่องทางเดินรถ 1 ช่องทาง พร้อมด้วยทางเดินเท้า ทางจักรยานและการปรับปรุงภูมิทัศน์ โดยแนวถนนใหม่นี้กำหนดตามแนวขอบแปลงที่ดินเพื่อการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ (แปลง D) ซึ่งผู้รับสัมปทานพัฒนาแปลงที่ดินต้องรับภาระค่าใช้จ่ายพัฒนาแนวแกนทางเดินเชื่อมต่อหลักทั้ง 2 แกนดังกล่าวด้วย