
ชาวปินส์แห่ส่งศพอาคีโนฝังข้างสามี
มะนิลา-ชาวฟิลิปปินส์กว่าหมื่นคนฝ่าสายฝนแห่ส่งศพนางอาคีโนไปฝังเคียงข้างสามีที่ถูกลอบสังหาร
ประชาชนชาวฟิลิปปินส์กว่าหมื่นคนพร้อมใจกันร่วมส่งศพนางคอราซอน อาคีโน อดีตประธานาธิบดี ที่ถูกเคลื่อนไปตามท้องถนนในกรุงมะนิลาเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อวันพุธ (5 ส.ค.) เพื่อนำไปฝังยังสุสานมะนิลา เมโมเรียล ปาร์ค เคียงข้างนายเบนิกโญ นินอย อาคีโน จูเนียร์ สามีที่ถูกลอบสังหารในสนามบินขณะเดินทางกลับมาท้าทายอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินาน มาร์กอซ เมื่อ 26 ปีที่แล้ว
รายงานข่าวเผยว่า ฝูงชนหลายหมื่นคนพากันออกมาตากฝนในเมืองหลวงเพื่ออำลาอดีตผู้นำที่ขับไล่เผด็จการจนก้าวขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์ประชาธิปไตย เป็นครั้งสุดท้าย โดยโลงศพของเธอที่นำออกจากวิหารมะนิลา ถูกคลุมด้วยธงชาติ และมีตำรวจในเครื่องแบบเต็มยศ 8 คนเป็นผู้แบกไปขึ้นรถบรรทุกที่ประดับประดาด้วยดอกไม้สีเหลืองและสีขาวอย่างสวยงาม ซึ่งระหว่างขับไปตามถนน ฝูงชนทั้งชายและหญิงที่เรียงรายอยู่ตามระยะทางกว่า 18 กิโลเมตร ต่างตะโกนเรียกชื่อ "คอรี" ซึ่งเป็นชื่อเล่นของนางอาคีโน และร่ำไห้อย่างไม่อายใคร โดยมีบางส่วนโยนดอกไม้ขึ้นบนรถที่มีทหารยืนอารักขาอยู่ที่แต่ละมุมของโลงศพ
ก่อนหน้าจะเคลื่อนศพ นางกลอเรีย อาร์โรโย ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับนางอาคีโนที่เรียกร้องให้นางอาร์โรโยลาออกจากข้อกล่าวหาโกงเลือกตั้ง ได้เดินทางไปคารวะศพนางอาคีโนช่วงสั้นๆ ในตอนเช้าวันเสาร์ หลังจากที่เดินทางกลับมาจากสหรัฐ ก่อนจะเดินทางออกไปโดยที่พิธีการทางศาสนายังไม่เริ่มต้นขึ้น นอกจากนี้นายโฮเซ รามอส-ฮอร์ตา ประธานาธิบดีติมอร์ตะวันออกได้เดินทางมาร่วมพิธีศพด้วย
ตลอด 5 วันของพิธีไว้อาลัยซึ่งจัดขึ้นที่โรงเรียนคาทอลิกแห่งหนึ่ง มีประชาชนหลายแสนคนเดินทางไปร่วมเคารพศพ ก่อนที่ครอบครัวจะย้ายศพไปยังโบสถ์มะนิลาเมื่อค่ำวันอังคาร เพื่อจัดพิธียกย่องอดีตผู้นำฝ่ายค้านที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ "พลังประชาชน" ร่วมขับไล่อดีตประธานาธิบดีมาร์กอซที่ปกครองประเทศอย่างกดขี่มาตลอด 20 ปีลงสำเร็จเมื่อปี 2529 ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 11 ของฟิลิปปินส์ในปีเดียวกัน โดยรายงานข่าวเผยด้วยว่า ลูกทั้งสองคนของอดีตประธานาธิบดีมาร์กอซก็เดินทางไปเคารพศพด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ นางอาคีโนเพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งเมื่อปีที่แล้ว ก่อนจะต่อสู้กับโรคอยู่นาน 1 ปี และเสียชีวิตเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะมีอายุได้ 76 ปี



