ข่าว

สุดยอดถนนยางพารา

สุดยอดถนนยางพารา

06 ก.ค. 2559

โดย - ดลมนัส กาเจ

              หนึ่งในแนวทางในการที่จะแปรรูปยางพาราใช้ภายในประเทศ เพื่อแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ คือนำไปเป็นส่วนผสมในการสร้างถนนหนทางในอัตรา 5% ซึ่งเมื่อครั้งที่ คุณสุจินต์ แม้นเหมือน ยังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ยืนยันว่า มีประสิทธิภาพสูง เมื่อเทียบกับการใช้ยางแอสฟัลต์คอนกรีตทั่วไป หรือยางมะตอย แม้ว่าต้นทุนอาจสูงบ้างเล็กน้อย แต่ตอนนี้ราคายางพาราลดลงกันแล้ว ต้นทุนอาจจะลดลงได้บ้าง

             ปัญหามีอยู่ว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวปล่อย จะมาจากกลุ่มผู้ที่ได้-เสีย กับกิจการเกี่ยวเนื่องกับยางมะตอยหรือไม่ อย่างไร หรือมาจากนักวิชาการที่คำนวณสูตรที่ต่างกัน ก็มิอาจจะทราบได้ พยายามเผยแพร่ข่าวสารในลักษณะที่ว่า การใช้ยางพารามาเป็นส่วนผสมในการสร้างถนนนั้นคุณภาพไม่ดีบ้าง ไม่เหนียว และรถไม่เกาะถนนบ้าง สารพัดสารเพที่จะอ้าง ทั้งที่ คุณสุจินต์ เคยถามว่า “มันสูตรไหน สูตรของใคร?”

            ที่จริงมีถนนบางสายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ก็ได้สร้างถนนมาจากส่วนผสมของยางพารามาหลายปีแล้ว และสภาพถนนดีมากครับ เช่นเดียวกันกับที่ศูนย์ทางภาคใต้ก็มีองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นหลายจังหวัด โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตรัง และที่กระบี่ด้วย โดยใช้งบประมาณในส่วนของท้องถิ่นดำเนินการเองครับ เพราะหากมัวแต่รอจากส่วนกลาง พูดได้คำเดียว “อืดมากๆ ครับ” ผลประโยชน์มันซับซ้อนเหลือเกิน

            ล่าสุด ดร.ณพรัตน์ วิชิตชลชัย ผู้อำนวยการกลุ่มอุตสาหกรรมยาง การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ยืนยันว่า การเปรียบเทียบระหว่างถนนแอสฟัลต์คอนกรีตผสมยางพารา ร้อยละ 5 กับถนนแอสฟัลต์คอนกรีตทั่วไป โดยอ้างอิงจากผลวิจัยของกรมทางหลวง สรุปได้ว่าถนนผสมยางพารามีประสิทธิภาพดีกว่าถนนทั่วไป

           ทั้งนี้ จากการทดสอบปรากฏผลบ่งชี้ไปในแนวทางเดียวกัน คือ ถนนผสมยางพารามีค่าความอ่อนตัวสูงกว่า จึงทนทานต่อความร้อนได้มากกว่า ประมาณร้อยละ 48 ดังนั้น ถนนผสมยางพาราจึงมีความทนทานและแข็งแรงกว่าถนนทั่วไป หากใช้งานประมาณ 5 ปี สภาพผิวถนนจะเริ่มมีสภาพชำรุด ในขณะที่ถนนผสมยางพารายังคงสภาพพื้นผิวเรียบ ไม่ชำรุดและไม่เกิดร่องหลุม

           นอกเหนือจากคุณสมบัติด้านความทนทานและแข็งแรง ถนนแอสฟัลต์คอนกรีตผสมยางพารายังมีคุณสมบัติช่วยลดการลื่นไถลของยานพาหนะ จากการทดสอบค่าการลื่นไหลของถนนยางพารามีน้อยกว่า จึงถือว่ามีความฝืดมากขึ้น ช่วยลดการลื่นไถลได้ รวมถึงมีความต้านทานร่องล้อของยานพาหนะ ซึ่งมีส่วนช่วยให้การขับขี่มีความปลอดภัยมากขึ้นด้วย

            จะเห็นจากกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนถนน 305 รังสิต-องครักษ์ นครนายก นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ได้มอบหมายให้ ดร.สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ เป็นประธานในการประชุมแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยคณะประชุมได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งแขวงทางหลวงแผ่นดินจังหวัดนครนายกได้ยืนยันว่า พื้นที่เกิดอุบัติเหตุนั้นไม่อยู่บนพื้นถนนที่ใช้ยางพาราผสม แต่เป็นพื้นถนนแอสฟัลติกคอนกรีตธรรมดาทั่วไป

           ขณะที่ นายสุรพล ประเสริฐสัมพันธ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรม แขวงทางหลวงแผ่นดินจังหวัดนครนายก ระบุว่า กรมทางหลวงได้ดำเนินการทดสอบถนนที่มีการใช้ยางพาราเป็นส่วนผสม คู่กับถนนแอสฟัลติกคอนกรีตทั่วไป ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2556 โดยจุดที่เกิดอุบัติเหตุอยู่ในช่วงถนนแอสฟัลติกคอนกรีตทั่วไป ส่วนช่วงถนนแอสฟัลติกคอนกรีตผสมยางพาราซึ่งเป็นถนนสายเดียวกัน แบ่งเป็นช่วง ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น

         ชัดเจน เห็นแล้วยังครับ?