
จับแก๊งไทยใหญ่ขโมยจยย.
รวบแก๊งไทยใหญ่ตระเวนลัก จยย. ทั่วเชียงใหม่ เปิดข้อมูลหายเฉลี่ยวันละ 1 คัน
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 5 ก.ค.59 พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ แถลงข่าวจับกุมแก๊งชาวไทยใหญ่ตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ทั่วเมืองเชียงใหม่ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมดรวม 4 คน จากผู้ร่วมกระบวนการทั้งหมด 10 คน ทราบชื่อ คือ 1.นายอ้อ ไม่มีนามสกุล อายุ 16 ปี เชื้อชาติไทยใหญ่ สัญชาติเมียนมาร์ 2.นายแสง ไม่มีชื่อสกุล อายุ 15 ปี เชื้อชาติไทยใหญ่ สัญชาติเมียนมาร์ 3.นายหน่อ ไม่มีชื่อสกุล อายุ 19 ปี เชื้อชาติไทยใหญ่ สัญชาติเมียนมาร์ 4.นายพลวัต ลุงแดง เชื้อชาติไทยใหญ่ สัญชาติเมียนมาร์ พร้อมด้วยของกลาง รถจักรยานยนต์จำนวน 4 คัน ได้แก่ 1.รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีบีอาร์ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 2.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเอ็มเอสเอ๊กซ์ สีขาว ไม่ติดแผ่นป่ายทะเบียน 3.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นอาร์ 15 สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 4.รถจักรยานยนต์ยี่ห้อคาวาซากิ รุ่นเค เอส อาร์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน
พฤติการณ์การก่อเหตุ เมื่อวันที่ 1 ก.ค.59 เวลาประมาณ 22.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างเผือกได้ตั้งจุดตรวจบริเวณหน้า รพ.เทพปัญญา 2 ระหว่างนั้นมีวัยรุ่น 3 คน ขับขี่จักรยานยนต์เข้าใกล้กับจุดตรวจ แต่ทั้ง 3 คนมีท่าทีตกใจ หันมอเตอร์ไซค์เลี้ยวกลับ เจ้าหน้าที่จึงออกติดตามและสามารถจับกุมตัวได้ 1 คน คือ นายพลวัต ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีบีอาร์ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ส่วนอีก 2 รายหลบหนีไปได้ โดยทิ้งรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเอ็มเอสเอ็กส์ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เอาไว้
ต่อมาวันที่ 4 ก.ค.59 จากการสอบพยานทราบว่า คนร้ายทั้ง 2 คนที่หลบหนีได้พักอาศัยอยู่ที่หอพักประทุมวัน 16 ซอย 3 ถ.ระแกง ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ปจร.สภ.ช้างเผือก ได้ประสานงานกับชุด ปจร.สภ.เมืองเชียงใหม่ นำกำลังออกติดตามเมื่อมาถึงหอพัก ห้อง 310 พบนายอ้อ นายแสง และ นายหน่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที
จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การว่า ทำงานกันเป็นกลุ่ม ในกลุ่มมีทั้งหมด 10 คน แต่ละครั้งจะมีเป้าหมายไปยังพื้นที่ที่มีคนน้อย ไม่พลุกพล่าน เช่น หอพักและห้างสรรพสินค้า หรือจักรยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้ในช่วงเวลากลางคืน จากนั้นจะใช้เทคนิคการหักคอรถ และตัดต่อสายไฟเข้าด้วยกัน ตามประสบการณ์ที่ร่ำเรียนมา ก่อนจะขโมยออกมา โดยใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ต่อการขโมยรถจักรยานยนต์ 1 คัน และนำรถจักรยานยนต์ที่ได้ ไปแยกอะไหล่ขายตามตลาดมืด
พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า นี่เป็นอีกหนึ่งกรณีแก๊งลักรถที่พบว่ามีูผู้ร่วมขบวนการกว่า 10 คน ขโมยรถมาแล้วนับไม่ถ้วน ส่วนมากเลือกรถที่กำลังเป็นที่นิยม เช่น ซีบีอาร์ บิ๊กไบค์และเคเอสอาร์ เนื่องจากผู้ซื้อให้ราคาแพงและอะไหล่มีมูลค่ามากกว่า เน้นลักขโมยในพื้นที่คนอยู่น้อย เช่น ตามโรงจอดรถในห้างสรรพสินค้า หอพัก หรือบริเวณที่มีการจอดรถทิ้งไว้บนท้องถนน ซึ่งใช้เวลาเพียง 10 นาทีก็สามารถขโมยได้แล้ว ทั้งนี้จากข้อมูลของ สภ.เมืองเชียงใหม่ พบว่า แต่ละเดือนมีรายงานการแจ้งรถจักรยานยนต์หายเฉลี่ย 27-30 คัน หรือวันละ 1 คัน
จึงอยากให้ประชาชนหมั่นตรวจสอบและดูแลทรัพย์สินให้ดี ล็อคเพียงแค่คอรถไม่พอ ต้องหาล็อคแบบสายมาใช้หรือจอดรถในที่ที่ปลอดภัย เช่น บ้านหรืออาคารที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะดีที่สุด และฝากให้ประชาชนเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากพบรถจักรยานยนต์ไม่ทราบทะเบียน ฝาถังน้ำมันเปิด หรือมีสายไฟห้อยออกมาด้านนอก สามารถแจ้ง 191 ได้ตลอดเวลา จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ ขณะที่คนร้ายอีก 6 คนที่เหลือ จะรีบติดตามตัวมาดำเนินคดีที่ให้เร็วที่สุด



