ข่าว

“อ่างเก็บน้ำคลองพระสะทึง”กับอาชีพภาคเกษตร

“อ่างเก็บน้ำคลองพระสะทึง”กับอาชีพภาคเกษตร

05 ก.ค. 2559

บายไลน์ - สุรัตน์ อัตตะ

                การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง แม้ต้องแลกด้วยพื้นที่ป่าและที่ดินทำกินของราษฎร แต่ผลลัพธ์ด้านบวกนั้นเกิดประโยชน์มหาศาลและส่งผลกำไรในระยะยาวต่อชุมชน และประเทศชาติ อย่างกรณีอ่างเก็บน้ำคลองพระสะทึง อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว ก็เป็นอีกโครงการแม้จะต้องเสียพื้นที่สร้างอ่างกว่า 9,350 ไร่ แต่ก็คุ้มค่าหากคิดคำนวนผู้ประโยชน์ที่ได้รับจากได้พื้นที่ชลประทานที่มีระบบน้ำชลประทานเข้าถึงกว่า 40,640 ไร่ อันนำมาซึ่งแหล่งน้ำต้นทุนภาคการเกษตร อุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ รวมถึงช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

                นี่เป็นคำยืนยันจากรองอธิบดีกรมชลประทาน ณรงค์ ลีนานนท์ ที่ระบุว่าอ่างดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาแหล่งน้ำชลประทานในลุ่มน้ำปราจีนบุรี ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 6 ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ นครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้วและจันทบุรี 

                โดยเฉพาะลุ่มน้ำปราจีนบุรี ประกอบด้วย 4 ลุ่มน้ำย่อย ได้แก่ ลุ่มน้ำหนุมาน ลุ่มน้ำพระปรง ลุ่มน้ำพระสะทึง และลุ่มน้ำปราจีนบุรีตอนล่าง ถึงจะมีความสมบูรณ์ของฝนและปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยกว่า 5,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี แต่กลับมีการพัฒนาแหล่งน้ำความจุรวมเพียง 500 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 10% ของปริมาณน้ำท่ารวมเท่านั้น ซึ่งนับว่าน้อยกว่าเกณฑ์เฉลี่ยที่พอจะจัดการปัญหาน้ำท่วมและขาดแคลนน้ำในลุ่มน้ำดังกล่าวได้  หากทำจะต้องมีแหล่งเก็บกักน้ำความจุไม่น้อยกว่า 30% ของปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยทั้งปี

                 เฉพาะลุ่มน้ำย่อยพระสะทึงทั้งลุ่ม ซึ่งประพิศ จันทร์มา ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทานย้ำว่า แม้ปริมาณน้ำท่ารายปีสูงถึง 800 ล้านลูกบาศก์เมตรและที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำคลองพระสะทึง 200 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ความจุอ่างมีแค่ 65 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงทำให้น้ำส่วนเกินกว่า 135 ล้านลูกบาศก์เมตรจำต้องไหลลงสู่ปลายทาง นั่นคือลุ่มน้ำปราจีนบุรีตอนล่างเพื่อลงสู่ทะเลอ่าวไทยต่อไป

                  แต่เมื่อดูจากแผนก่อสร้างเดิมซึ่งจะกำหนดจะแล้วเสร็จในปี 2560 แต่ที่ผ่านมากรมชลประทานได้มีการปรับแผนการก่อสร้างใหม่ให้แล้วเสร็จเร็วยิ่งขึ้น จึงเห็นได้ว่าปี 2558 ที่ผ่านมาอ่างคลองพระสะทึงมีการกักเก็บน้ำได้ปริมาณสูงสุดถึง 61 ล้านลูกบาศก์เมตรคิดเป็น 61% ของความจุอ่าง 65 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้ อ.เมืองสระแก้ว และ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี รอดพ้นจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีได้สำเร็จ

         อ่างเก็บน้ำคลองพระสะทึง ไม่เพียงเป็นแหล่งน้ำต้นทุนในภาคเกษตรเท่านั้น แต่ยังช่วยแก้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ จ.สระแก้วและปราจีนบุรี อีกทั้งยังเสริมอ่างพระปรงในการขับไล่น้ำเค็มในพื้นที่อีกแรงหนึ่งด้วยนั่นเอง!

 

                                                            *********************