ข่าว

อภิสิทธิ์เตรียมลุย“ยูเออี”ก.ย.นี้อ้างสานสัมพันธ์ตะวันออกกลาง

อภิสิทธิ์เตรียมลุย“ยูเออี”ก.ย.นี้อ้างสานสัมพันธ์ตะวันออกกลาง

05 ส.ค. 2552

 (5ส.ค.)  นายปณิธาน  วัฒนายากร  รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยต้องการเปิดความสัมพันธ์ และลงนามความร่วมมือ ข้อตกลงกับประเทศในตะวันออกกลางในหลายประเทศ นอกจากข้อตกลงด้านการค้า การลงทุน การพลังงานแล้ว ปัจจุบันโลกต้องเจอกับภัยคุกคามรูปแบบ ที่ต้องมีภาคีประเทศที่ร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา ที่ผ่านมาเราก็ได้เริ่มดำเนินการมาแล้ว โดยหลังจากที่นายกรัฐมนตรี เดินทางไปประชุมร่วมสมัชชาสหประชาชาติแล้ว ประมาณเดือนก.ย.ก็จะเดินทางไปเยือนประเทศในตะวันออกลาง 3- 4 ประเทศเพื่อสานต่อความร่วมมือและข้อตกลงที่มีระหว่างกัน โดยหนึ่งในนั้นคือประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตร์ และ ซาอุดิอาระเบีย

 นายปณิธาน กล่าวว่า การสร้างความสัมพันธ์กับประเทศในภูมิภาคดังกล่าว จะสร้างผลในทางบวกกับไทย อย่างเช่น ประเทศซาอุดีอาระเบีย ที่เราจะไปคุย ทางนายกฯ ก็จะได้แจ้งถึงความคืบหน้าในคดี ฯ ซึ่งเมื่อตอนที่เข้ามารับตำแหน่งใหม่ ๆ ท่านก็ได้เร่งรัดในคดีที่สำคัญ ๆ เช่นคดีเพชรซาอุฯ และคดีทนาย สมชาย นีละไพจิตร ซึ่งทั้งสองคดีเกี่ยวพันกับประเด็นความมั่นคงของไทย โดยเฉพาะคดีเพชรซาอุฯ ได้รับรายงานว่าคดีจะเข้าสู่การพิจารณาของศาลในขั้นตอนสุดท้ายเร็ว ๆ นี้ ซึ่งผลออกมาอย่างไรก็จะได้แจ้งทางการซาอุฯ ต่อไปจะเยียวยาเขา หรือ จะทำอย่างไรก็ต้องว่ากันไป

 ส่วนคดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและหมิ่นเหม่ต่อการทำให้ประเทศโลกมุสลิมเข้าใจว่าเราใช้วิธีการแก้ไขปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างรุนแรง เราก็พยายามชี้แจงทำความเข้าใจและใช้กระบวนการยุติธรรมในการสร้างความกระจ่างให้เกิดขึ้น ถ้าเป็นใครก็ต้องลงโทษไปตามกฎหมาย ซึ่งหลายคดีคืบหน้าไปมาก ทั้งการสังหาร โต๊ะอิหม่าม ยะผา กรณีของการยิงมัสยิดไอปาแยเป็นต้น

 “ ตอนนี้ข้อมูลหลายเรื่องที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ไปเข้าหู โอไอซี เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน เพราะในโอไอซี มีตัวแทนของพูโล เข้าไปนั่งอยู่ด้วย เขาก็จะไปบอกว่ารัฐไทยทำโน่น ทำนี่ ใช้ความรุนแรง เป็นฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ ในขณะที่ประเทศที่เป็นสมาชิกและหนุนไทยก็ลดน้อยลง เพราะฉะนั้น การสร้างความสัมพันธ์ และการใช้เครือข่ายของมุสลิมที่เป็นที่นับถือในพื้นที่และมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับ ซาอุดีอาระเบีย ก็น่าจะทำให้อะไร ๆ ดีขึ้น” นายปณิธาน กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่าข้อตกลงดังกล่าวเกี่ยวพันกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯโดยตรงหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่าไม่เกี่ยวพันโดยตรงกับพ.ต.ท.ทักษิณ เพียงแต่ประเทศมุสลิมมีแหล่งพลังงานที่สำคัญและส่งออกเป็นจำนวนมาก เราจึงต้องการปรับความสัมพันธ์กับโลกมุสลิมและผลักดันนโยบายให้แน่นแฟ้นมากขึ้น ในหลาย ๆ ด้าน ทั้งนโยบายด้านพลังงาน อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล

 "ทั้งนี้ในส่วนของความมั่นคงยอมรับว่าเขาเป็นห่วงเรื่องปัญหาชายแดนภาคใต้ และเป็นห่วงเรื่องความมั่นคงเกี่ยวกับเครือข่ายพวกหัวรุนแรงในการเดินทางเข้าออกประเทศ ซึ่งหากข้อตกลงดังกล่าวลุล่วงไปด้วยดี ในอนาคตก็จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อสกัดกั้น ป้องกัน ปราบปรามระหว่างกัน และอาจขยับไปสู่การหารือถึงการแลกเปลี่ยนส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนก็เป็นได้"  นายปณิธาน กล่าว