ข่าว

ตร.บุกคอนโดฯ‘หญิงไก่’จำลองเหตุการณ์เหยื่อลักทรัพย์

ตร.บุกคอนโดฯ‘หญิงไก่’จำลองเหตุการณ์เหยื่อลักทรัพย์

04 ก.ค. 2559

ผบช.ก.คาดผลคดีชัดเจนสัปดาห์นี้หากมีหลักฐานเอาผิดทุกข้อหา ขณะที่ปลัดแม่สะเรียงร้องดีเอสไอช่วย 3 สาวถูกกล่าวหา

            เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 ที่บ้านประชานิเวศน์1 ถนนเทศบาลนิมิตรเหนือ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 , พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผบก.ป.  , พ.ต.ต.ธนวัฒน์ หลีพงษ์ สว.(สอบสวน)กก.1บก.ป. พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน กก.1บก.ป. และพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ได้เดินทางมายังคอนโดบ้านประชานิเวศน์1 เพื่อตรวจสอบ และจำลองเหตุการณ์วันเกิดเหตุที่นายชูเกียรติ ใจกล้า และนางประภาพร ทองเฟื้อง และนางสาวประภาวรรณ ใจกล้า หรือน้องก้อย ถูกแจ้งข้อหาลักทรัพย์นายจ้างเพื่อประกอบสำนวนคดี
                                    
            พล.ต.ต.เจริญ กล่าวว่า ได้รับการประสานจาก พ.ต.อ.ชาคริต ว่าจะเข้ามาจำลองเหตุการณ์ตามหลักฐานกล้องวงจรปิด ที่อดีตนายจ้างนำมาเปิดเผย พร้อมระบุว่า น้องก้อย และครอบครัวลักทรัพย์ของมีค่าไป โดยจะตรวจสอบและจำลองเหตุการณ์ตั้งแต่หน้าลิฟท์มายังประตูห้องที่เกิดเหตุ ก่อนจะกลับมายังลิฟต์อีกครั้งว่ามีพิรุธ หรือใช้ระยะเวลาเท่าใด ตรงกับกล้องวงจรปิดหรือไม่ ทั้งนี้เมื่อครั้งที่หญิงไก่ มาแจ้งความดำเนินคดีกับลูกจ้างนั้นใช้ชื่อจริงในการแจ้งว่านางมณตา หยกรัตนกาญ 
                           
            พล.ต.ต.เจริญ กล่าวอีกว่า ในส่วนของคดีที่หญิงไก่ มาร้องทุกข์แจ้งดำเนินคดีกับอดีตลูกจ้างนั้น ตรวจสอบแล้วยืนยันว่า พนักงานสอบสวน หรือตำรวจ สน.ประชาชื่น ไม่ได้มีส่วนรู้เห็น เกื้อหนุนทางคดีกับผู้ใดอย่างแน่นอน ทุกอย่างเป็นไปตามหน้าที่ความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย มีการสอบปากคำผู้เสียหาย แล้วผู้เสียหายก็นำภาพจากกล้องวงจรปิดมาเป็นหลักฐานแสดงต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งลูกจ้างบางราย ก็มายืนยันและรับสารภาพจึงถูกแจ้งข้อหา ก่อนนำสำนวนส่งฟ้องอัยการ ขณะที่ลูกจ้างบางราย ก็ไม่มาพบ หรือให้ข้อมูลแก่พนักงานสอบสวน จึงถูกออกหมายจับและหลบหนี เช่นกรณีของน้องก้อยและครอบครัว ที่ถูกศาลอาญาออกหมายจับ 2 หมาย และศาลเยาวชน 1 หมาย
                         
            พล.ต.ต.เจริญ กล่าวอีกว่า ในส่วนคดีของนางสุกัญญา ศิริม่วง ที่อยู่ในเรือนจำและเป็นมารดาของน้องมีนนั้น ผู้เสียหายได้ระบุว่า มีพลเมืองดีโทรศัพท์มาบอกว่า จะคืนทรัพย์สินบางส่วนและเมื่อกลับมาถึงห้องพักพบทรัพย์สินส่วนดังกล่าววางอยู่หน้าห้องพัก โดยไม่ทราบว่าใครเป็นผู้นำมาคืนและก็ไม่มีภาพกล้องวงจรปิดยืนยันว่า ใครนำมาคืนเช่นกัน โดยในส่วนทรัพย์สินที่ถูกนำมาคืนดังกล่าวนั้น ตำรวจได้ตรวจยึดเป็นของกลางนำส่งศาลไปแล้ว โดยทางอดีตลูกจ้างรับสารภาพ และระบุว่า จะพยายามนำทรัพย์สินส่วนที่เหลือมาคืน
                   
            ด้าน พ.ต.อ.ชาคริต กล่าวว่า จากการตรวจสอบ ยืนยันว่าหญิงไก่ ไม่ได้เป็นข้าราชการและได้ทำการตรวจสอบถึงการเข้ารับเครื่องราชย์ ก็ไม่พบแต่อย่างใด 
                      
            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้จำลองเหตุการณ์ ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนขึ้นไปบันทึกภาพแต่อย่างใด 
                     
            หลังการจำลองเหตุการณ์เพียง 15 นาที พ.ต.อ.ชาคริต กล่าวว่า การจำลองเหตุการณ์ดังกล่าว พบว่า ระยะเวลาที่ออกจากลิฟต์ ไปยังหน้าห้องดังกล่าว และย้อนกลับมาเป็นระยะทางรวม 50 เมตร ใช้เวลา 1.30 นาที ซึ่งตรงกันกับภาพจากกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุ นั่นแสดงให้เห็นว่า ทางครอบครัวน้องก้อยไม่มีเวลาเหลือที่จะเข้าไปภายในห้องเพื่อนำเอาทรัพย์สินออกมาแต่อย่างใด นอกจากนี้ในส่วนทรัพย์สินที่อดีตนายจ้างอ้างว่าครอบครัวน้องก้อยลักขโมยไปเป็นทองคำแท่ง หนัก 400 บาท เงินสดอีก 3 ล้านบาท ซึ่งหากรวมเป็นหนักน้ำ จะพบว่าหนัก 10 กว่ากิโลกรัม แต่หากตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า ลักษณะการถือกระเป๋าเดินทางนั้น ดูมีน้ำหนักเบา จึงไม่น่าเป็นไปได้ เพราะหากมีน้ำหนัก 10 กว่ากิโลกรัมนั้น ผู้ขนน่าจะใช้วิธีลากกระเป๋ามากกว่า อย่างไรก็ตาม รายละเอียดต่างๆเหล่านี้ พนักงานสอบสวนจะรวบรวม เพื่อนำส่งในชั้นศาลต่อไป            
                                  
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดระยะเวลาที่ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ รวมถึงตำรวจเข้าไปจำลองเหตุการณ์นั้น พบหญิงวัยกลางคน 2-3 คน นำโทรศัพท์มือถือมาบันทึกภาพวีดีโอ. ในทุกขั้นตอน พร้อมเดินทางบันทึกภาพผู้สื่อข่าวเป็นรายบุคคลด้วย                     
            
  
 ผบช.ก.ระบุคดีหญิงไก่จะมีความชัดเจนสัปดาห์นี้  

            พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) กล่าวว่า สัปดาห์นี้จะมีความขัดเจนว่าอดีตลูกจ้างของ นางวันทนีย์ หยกวิริยะกุล หรือหญิงไก่ ที่ลักทรัพย์มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ตามที่หญิงไก่ แจ้งความที่ สน.ประชาชื่น จริงหรือไม่ โดยช่วงบ่ายตนเองจะไปร่วมสอบปากคำพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เจ้าของคดีดังกล่าวในทุกประเด็นโดยเฉพาะประเด็นและพฤติกรรมการกระทำผิดของอดีตลูกจ้าง ที่พนักงานสอบสวนดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเชื่อว่ากรณีที่ผู้ต้องหารับสารภาพเพราะมีการโน้มน้าวและชักจูงใจเป็นเหตุให้รับสารภาพ

            ส่วนกรณีที่หญิงไก่มักกล่าวอ้างถึงบุคคลชั้นสูงในสังคมและนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ตนเองนั้น ยืนยันไม่กดดันการทำงานของพนักงานสอบสวน และไม่จะเข้ามาแทรกแซงการทำงานได้ ซึ่งจะทำคดีอย่างตรงไปตรงมา พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีทุกข้อหาที่ตรวจสอบพบว่าได้กระทำผิด 

            ส่วนประเด็นที่ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเสนอศาลพิจารณาดำเนินการกับหญิงไก่ได้ภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวว่า พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบและรัดกุมที่สุด พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด
 

 ปลัดแม่สะเรียงร้องดีเอสไอช่วย 3 สาวถูก“หญิงไก่”หลอกค้ามนุษย์
 
            ที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาคเหนือ หรือดีเอสไอ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย( สปอท.) ได้เดินทางเข้าร้องเรียนกับ พ.ต.ท.สะอาด สุนทร ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาคเหนือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอให้ดีเอสไอเข้าสอบสวนนางมณตา หยกรัตนกาญ อายุ 56 ปี หรือ หญิงไก่ โดยระบุว่าได้รับร้องเรียนจากหญิงสาวจำนวน 3 คน ที่เคยตกเป็นเหยื่อถูกหญิงไก่ ข่มขู่และเรียกเอาเงิน ทั้งหมดมีภูมิลำเนาอยู่ใน ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน โดยหญิงสาวทั้งสามขอให้ดำเนินการทางกฎหมายกับหญิงไก่

            สำหรับการร้องเรียนครั้งนี้ นายบุญญฤทธิ์ได้นำคลิปเสียงที่หญิงสาวทั้ง 3 คน ให้ข้อมูล มาเปิดให้กับสื่อมวลชนและพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ซึ่งในคลิปทั้งสามก็ให้ข้อมูลตรงกันว่าหญิงไก่ได้เดินทางมาที่หมู่บ้าน อ้างตัวเป็นคุณหญิงชักชวนให้ไปทำงานบ้านที่กรุงเทพฯ พร้อมส่งเสียให้เรียนพยาบาลและจะให้เงินเดือนๆละ 7,000 บาท แต่ปรากฏว่าเมื่อไปถึงก็ไม่ได้ไปเรียนตามที่อ้าง แต่กลับถูกใช้ให้ทำงานบ้าน รวมทั้งพาเข้าบ่อนที่ลาวและเมียนมาร์เพื่อไปรับใช้หญิงไก่หลายครั้ง

            นายบุญญฤทธิ์ เปิดเผยว่า เด็กทั้งสามคนเมื่อเห็นว่าไม่ได้เรียนหนังสือ และไม่ได้รับเงินเดือน ทั้งหมดจึงขอกลับภูมิลำเนา แต่กลับถูกหญิงไก่ข่มขู่จะแจ้งความดำเนินคดี เมื่อถามว่าทำผิดอะไรและข้อหาอะไร หญิงไก่ก็ไม่ยอมบอก บอกเพียงแต่ว่าหากแจ้งความไม่ได้ก็จะไม่อยู่ในประเทศไทยอีกต่อไป ซึ่งการข่มขู่ก็ทำให้เด็กทั้งสามคนหวาดกลัวเป็นอย่างมาก โดยมีหนึ่งในสามคนถูกหญิงไก่ส่งหนังสือลักษณะเป็นหมายเรียกไปให้ถึงบ้าน ซึ่งหญิงไก่ได้เรียกเงินจำนวน 30,000 บาท ทำให้ครอบครัวของเหยื่อรายนี้ยอมจ่ายเพราะกลัวลูกติดคุก

            “นอกจากเด็กทั้งสามคนนี้ เชื่อว่าจะมีอีกหลายคนที่ถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน ซึ่งตนเองกำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล แต่เบื้องต้นพบข้อมูลว่า หญิงไก่มีพฤติกรรมเดินทางไปตามหมู่บ้านชายแดน อ้างตัวกับข้าราชการและผู้นำท้องถิ่นว่าจะหาเด็กไปส่งเรียนหนังสือ ทำให้ข้าราชการท้องถิ่นถูกหลอกให้พาไปตามหมู่บ้านเพื่อชักชวนหญิงสาวที่เพิ่งจบ ม.6 ที่ส่วนใหญ่หน้าตาดีไปทำงานที่กรุงเทพฯ โดยให้เงินเป็นหลักพันกับครอบครัว ก่อนที่หลายคนจะหนีกลับบ้านและถูกแจ้งจับ สำหรับการเข้าร้องเรียนครั้งนี้เพราะเชื่อว่าพฤติกรรมของหญิงไก่อาจเข่าข่ายการค้ามนุษย์ และ เพื่อให้ความเป็นธรรมและเยียวยาครอบครัวเด็กที่ได้รับความเสียหาย โดยในส่วนของตนเองจะหาข้อมูลในพื้นที่และอำนวยความสะดวกให้กับดีเอสไอในการลงพื้นที่สอบสวนข้อเท็จจริง” นายบุญญฤทธิ์ กล่าว

            ด้าน พ.ต.ท.สะอาด สุนทร ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาคเหนือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่าจะรวบรวมข้อเท็จจริงเบื้องต้นเสนออธิบดีดีเอสไอพิจารณาว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ เพื่อดำเนินการสืบสวนติดตามต่อไป