ข่าว

3ค่ายค้านกสทช.คุมค่าบริการมือถือ

3ค่ายค้านกสทช.คุมค่าบริการมือถือ

04 ก.ค. 2559

3 ค่ายมือถือเสนอ กสทช.ทบทวนมติคุมค่าบริการ มองทำให้ผู้บริโภคไม่มีทางเลือกและไม่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเลือกใช้แพ็กเกจ แทรกแซงตลาดขัดต่อกลไกเสรี


               บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิว-นิเคชั่น จำกัด หรือ ทรูมูฟ เอช ได้เสนอให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทบทวนมติเรื่องการกำกับดูแลอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่นความถี่ย่าน 900/ 1800/2100 MHz ทุกรายการส่งเสริมการขายเป็นวินาที และไม่ให้เกินกว่าอัตราที่ กทค. ได้กำหนดไว้ เพราะมองว่าจะทำให้ผู้บริโภคไม่มีทางเลือกในการเลือกใช้บริการแพ็กเกจที่คุ้มค่าตามรูปแบบการใช้งานของตนเองอย่างแท้จริง

               อีกทั้งยังอาจไม่สอดคล้องต่อการแข่งขันเสรีในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และไม่เป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งในท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบกับลูกค้าจำนวนมากทั้งแบบรายเดือนและเติมเงิน ซึ่งบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งแบบรายเดือนและแบบเติมเงิน ต่างก็มีอัตราค่าบริการที่ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการได้อย่างคุ้มค่า และสอดคล้องต่อการใช้งานตามพฤติกรรมของลูกค้าอยู่แล้ว

               นอกจากนี้ แนวทางของประเทศต่างๆ ทั่วโลกส่วนใหญ่ที่มีการเปิดเสรีทางบริการโทรคมนาคมนั้น จะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือไม่มีการบังคับให้ต้องมีการคิดค่าบริการเป็นวินาทีในทุกแพ็กเกจแต่ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกการแข่งขันของตลาด รวมทั้งก็ไม่มีการกำหนดอัตราค่าบริการขั้นสูงในทุกแพ็กเกจเพราะขัดต่อกลไกการตลาดแบบเสรี 

               "ทรูมูฟ เอชเห็นว่าการกำกับดูแลของ กสทช. ด้วยอัตราเฉลี่ยเหมาะสมอยู่แล้ว จึงอยากขอให้ กทค. และ กสทช. พิจารณาทบทวนมติดังกล่าว เพื่อป้องกันผลกระทบต่อผู้บริโภคและอุตสาหกรรมโดยรวม” รายงานข่าวระบุ

               พร้อมเสริมว่า ที่สำคัญในปัจจุบัน เนื่องจากลูกค้ามีพฤติกรรมการใช้งานที่หลากหลาย ผู้ประกอบการแต่ละรายจึงได้ออกแบบและนำเสนอแพ็กเกจที่มีหลายรูปแบบ รองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน โดยมุ่งเน้นให้ลูกค้าได้ประโยชน์สูงสุด ผู้บริโภคจึงมีสิทธิ์เลือกใช้แพ็กเกจ และโปรโมชั่นได้ตามการใช้งานของตนเองอย่างแท้จริง ทั้งยังมีทางเลือกที่ขยายไปใช้บริการของผู้ให้บริการรายอื่นตามที่ตนประสงค์ได้ นอกจากนี้ หากพิจารณาตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์ใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900/1800/2100 MHz ที่มีการกำหนดให้มีการลดอัตราค่าบริการลงจากเดิมนั้น ผู้ให้บริการทุกรายก็ได้ปรับลดราคาเพ็กเกจให้เป็นไปตามเงื่อนไขของใบอนุญาตอย่างเคร่งครัดแล้ว

               เช่นเดียวกับบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส ระบุว่า จากการจัดประชุมหารือกลุ่มย่อยเพื่อหาแนวทางกำกับดูแลอัตราค่าบริการโทรศัพท์คลื่นที่ร่วมกับ กสทช. เอไอเอส ได้แสดงความคิดเห็นว่า ปัจจุบันสภาพการแข่งขันของตลาดโทรคมนาคมมีการแข่งขันสูง ทุกฝ่ายแข่งขันโดยเน้นด้านคุณภาพการให้บริการและราคาซึ่งอาศัยกลไกตลาด และบริษัทฯ จัดทำรายการส่งเสริมการขายให้แก่ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนพื้นฐานของการคำนึงถึงประโยชน์และความต้องการในการใช้บริการของผู้ใช้บริการเป็นหลัก โดยได้จัดทำรายการส่งเสริมการขายที่หลากหลายให้ครอบคลุมต่อความต้องการของลูกค้าทุกประเภทเพื่อให้ผู้ใช้บริการได้มีโอกาสเลือกใช้ตามความเหมาะสมและพฤติกรรมการใช้บริการของตนเอง

               อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการพิจารณากันอย่างรอบคอบ หากการกำกับดูแลกำหนดอัตราค่าบริการในตลาดโทรคมนาคม จนส่งผลให้เกิดการแทรกแซงตลาดจะทำให้โครงสร้างอัตราค่าบริการถูกจำกัด จนอาจส่งผลเป็นการจำกัดทางเลือกของผู้บริโภค ท้ายที่สุดอาจส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น อีกทั้งอาจทำให้ผู้ประกอบการขาดแรงจูงใจในการพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการ โดยปรับลดต้นทุนการให้บริการหรือปรับเทคโนโลยีให้ต่ำลงเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการหรือกฎเกณฑ์ในการกำกับดูแล

               ขณะที่บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค เห็นว่าหน่วยงานกำกับดูแลควรพิจารณาถึงสมดุลระหว่างผลประโยชน์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นในสังคม ทั้งต่อผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการซึ่งต้องขยายโครงข่ายและพัฒนาบริการต่อไป รวมไปถึงระบบนิเวศน์ของอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยอยู่บนพื้นฐานของการแข่งขันโดยเสรี

               ในประเทศไทยบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีการแข่งขันที่สูงมากอยู่แล้ว ทำให้ผู้ประกอบการต้องพัฒนาแพ็กเกจรูปแบบต่างๆ อย่างหลากหลายออกสู่ตลาดให้ผู้ใช้บริการได้เลือกใช้ตามความต้องการได้อย่างเหมาะสม ในประเทศอื่นๆที่มีระดับการแข่งขันเช่นเดียวกับประเทศไทยก็ไม่ได้มีการกำกับอัตราค่าบริการ โดยปล่อยให้กลไกตลาดทำงานได้อย่างเสรี เช่น ประเทศในกลุ่มอียู หรือแม้แต่ประเทศในแถบอาเซียน นอกจากนี้อัตราค่าบริการของไทยเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในแถบอาเซียนจัดอยู่ในกลุ่มต่ำสุด

               "ดีแทคเห็นว่าการควบคุมอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ตามกฎเกณฑ์นี้จะเป็นการลดทอนการแข่งขันในการพัฒนาแพ็กเกจต่างๆ ออกสู่ตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการที่หลากหลาย จะส่งผลให้ความหลากหลายของแพ็กเกจหายไป และจะส่งผลกระทบต่อไปยังผู้ใช้บริการที่จะไม่ได้รับประโยชน์สูงสุด เนื่องจากไม่มีแพ็กเกจที่เหมาะสมต่อความต้องการของตนเอง ดีแทคเห็นว่าอาจมีการกำหนดแพ็กเกจตามราคา กสทช เป็นแพ็กเกจทางเลือก โดยยังคงให้กลไกการแข่งขันเป็นตัวกำหนดความหลากหลายแพ็กเกจและอัตราที่เหมาะสม"