
สุดสลด!ยอดเหยื่อบึ้มแบกแดดพุ่งกว่า 200
ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีแบบฆ่าตัวตายด้วยระเบิดรถกระบะในกรุงแบกแดด เพิ่มเป็นอย่างน้อย 213 คน นายกอิรักสั่งรื้อระบบรปภ. รวมถึงยกเลิกเครื่องมือตรวจจับระเบิดเก๊
ความคืบหน้าโศกนาฏกรรมเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย ที่ย่านคาร์ราดา ของกรุงแบกแดดเมื่อเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ล่าสุด ทางการปรับยอดเหยื่อเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 213 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 200 คน ทำให้การโจมตีในวันก่อนสิ้นสุดเดือนรอมฎอน กลายเป็นหนึ่งในการโจมตีนองเลือดที่สุดในอิรัก
แรงระเบิดจากรถกระบะมีความรุนแรงมาก ไฟลุกไหม้อาคารใกล้เคียงหลายแห่ง และเกิดในช่วงเวลาที่ผู้คนออกไปจับจ่ายซื้อของกันอย่างคึกคักก่อนออกเดือนถือศีลอด จำนวนมากออกไปกันทั้งครอบครัว ในบรรดาเหยื่อระเบิด มีเด็กรวมอยู่ด้วยและคร่าชีวิตทั้งครอบครัวก็มี
เพื่อนและญาติยังคงค้นหาผู้สูญหายหลังเหตุระเบิด กองกำลังป้องกันพลเรือนกล่าวว่าคงต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะพบศพเหยื่อทั้งหมด นายฮุสเซน อาลี อดีตทหารวัย 24 ปีกล่าวว่า คนงาน 6 คนที่ร้านค้าของครอบครัวของเขาเสียชีวิตทั้งหมด ศพถูกไฟไหม้จนไม่เหลือสภาพเดิม "ผมจะกลับไปแนวหน้า อย่างน้อยที่นั่น ผมยังรู้ว่าศัตรูเป็นใครและต่อสู้ได้ แต่ที่นี่ ผมไม่รู้ว่ากำลังสู้กับใครอยู่"
นายกรัฐมนตรีไฮเดอร์ อัล-อาบาดีแห่งอิรัก ประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศ 3 วัน พร้อมสั่งรื้อมาตรการรักษาความปลอดภัยของกรุงแบกแดดครั้งใหญ่ รวมถึงสั่งกระทรวงมหาดไทยสอบสวนใหม่กรณีทุจริตจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด ADE651 แบบใช้มือจับที่มีเพียงเสาสัญญาณอ้างว่าตรวจหาวัตถุระเบิดได้ แต่ไม่สามารถทำได้จริง รวมถึงสั่งรื้อด่านตรวจที่ใช้อุปกรณ์ชนิดนี้ที่ถูกนักธุรกิจชาวอังกฤษหลอกขายให้กับอิรักและอีกหลายประเทศ
คำสั่งของผู้นำอิรักสะท้อนถึงความบกพร่องร้ายแรงและเรื้อรังมานานของระบบรักษาความปลอดภัยในกรุงแบกแดด รวมถึงการที่ยังคงใช้เครื่องตรวจจับระเบิดปลอมตามด่านตรวจมานานหลายปี แม้ว่าก่อนหน้านี้ ทางการอิรักเคยสั่งถอนอุปกรณ์ที่เคยเรียกกันว่า”คฑาวิเศษ”นี้แล้ว หลังมีการเปิดโปงเรื่องอื้อฉาวตั้งแต่ 5 ปีก่อน แต่ตำรวจอิรักเปิดเผยว่า ยังมีใช้กันอยู่โดยหวังผลด้านจิตวิทยา
นายเจมส์ แมคคอร์มิค นักธุรกิจอังกฤษที่ขายเครื่องตรวจจับระเบิดปลอมให้กับอิรักและอีกหลายประเทศ ถูกศาลอังกฤษสั่งจำคุก 10 ปีเมื่อปี 2556 ฐานทำให้ชีวิตผู้อื่นตกอยู่ในอันตรายเพื่อผลกำไร ตำรวจอังกฤษกล่าวในขณะนั้นว่า เฉพาะอิรักประเทศเดียว นายแมคคอร์มิคโกยรายได้กว่า 40 ล้านดอลลาร์ และหนึ่งในลูกค้าของเขารวมถึงสหประชาชาติ
ไอเอสอ้างโจมตีแบบฆ่าตัวตายวางระเบิดรถบรรทุกในเขตคาร์ราดา ซึ่งเป็นย่านที่มีชาวอิรักชีอะห์อาศัยส่วนใหญ่ แต่มีมัสยิดมุสลิมสุหนี่อยู่หลายแห่ง กับชุมชนคริสเตียนอยู่ด้วยจำนวนหนึ่ง เมื่อนายกรัฐมนตรีอาบาดีลงพื้นที่เกิดเหตุเมื่อวานนี้ ถูกฝูงชนรุมแสดงความโกรธแค้น คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์แสดงภาพผู้คนพากันวิ่งไปที่ขบวนรถของเขา ระดมขว้างปาก้อนอิฐ ขวดน้ำ รองเท้าแตะและถังน้ำเปล่าเข้าใส่
สื่อสังคมออนไลน์แสดงความโกรธแค้นอย่างหนักที่ตำรวจ ยังใช้เครื่องตรวจจับระเบิดลวงโลกตามด่านตรวจทั้งที่ไอเอสก่อเหตุระเบิดทำลายล้างมาแล้วหลายครั้ง และขณะนี้ก็แสดงให้เห็นว่ายังมีศักยภาพที่จะวางระเบิดนองเลือดได้ แม้เพิ่งสูญเสียเมืองฟัลลูจาห์ ห่างจากแบกแดดไปทางตะวันตกประมาณ 50 กิโลเมตร เมื่อกองกำลังอิรักยึดคืนได้เมื่อกว่าสัปดาห์ก่อนหลังจากไอเอสยึดได้ตั้งแต่มกราคม 2557



