ข่าว

'ภูมิรัตน์ เลิศวิศิษฎ์ชัย'ให้ความสุขนำทางชีวิต-ธุรกิจ

'ภูมิรัตน์ เลิศวิศิษฎ์ชัย'ให้ความสุขนำทางชีวิต-ธุรกิจ

04 ก.ค. 2559

'ภูมิรัตน์ เลิศวิศิษฎ์ชัย'ให้ความสุขนำทางชีวิต-ธุรกิจ : เรื่อง : อนัญชนา สาระคู ภาพ : อนันต์ จันทร์สูตร

           ยุคแห่งการแข่งขันในโลกธุรกิจ เรามักจะพบว่าธุรกิจส่วนใหญ่ต่างงัดหลักการ วาดแผนการขยายตลาดสารพัด เพื่อไปสู่เป้าหมายการเติบโตในอนาคต แต่สำหรับ “พี่ลักษณ์” หรือ “ภูมิรัตน์ เลิศวิศิษฎ์ชัย” เจ้าของกิจการจำหน่ายส่งและปลีกชุดเจ้าสาว ไบรด์ โฮลเซล (Bride Wholesale) ในราคาย่อมเยา มีแนวคิดที่แตกต่างออกไป

           “หลักการตลาดที่ดีที่สุด คือการทำในสิ่งที่มีความสุข มีคุณธรรม รักในงานของตัวเอง และทำทุกอย่างจากใจ” พี่ลักษณ์ กล่าว

           เช่นเดียวกับการใช้ชีวิตที่ได้ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติมาตลอด ทั้งยังนำมาเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตให้แก่คนรอบข้างอย่างสม่ำเสมอด้วยนั้น คือ “การให้ความสุขเป็นเครื่องนำทาง และทำทุกอย่างด้วยความสุข”

           จากแนวคิดที่ว่านี้ จึงเป็นที่มาของการดำเนินธุรกิจของพี่ลักษณ์ ที่ปัจจุบันมี 2 ประเภท คือ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าที่ใช้ในการแต่งงาน ซึ่งก็จะมีตั้งแต่ชุดเจ้าสาว ชุดเพื่อนเจ้าสาว และชุดเจ้าบ่าว รวมไปถึงชุดสำหรับการถ่ายรูปพรีเวดดิ้ง ส่วนธุรกิจอีกประเภท คือการเป็นผู้จัดการประกวดนางงาม เวที “มิส อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์”

           ทั้งนี้ เมื่อพูดถึงธุรกิจ “ไบรด์ โฮลเซล" (Bride Wholesale) พี่ลักษณ์บอกว่า คือร้านจำหน่ายส่งและปลีกชุดเจ้าสาว ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในแวดวงธุรกิจเวดดิ้งทั้งในและต่างประเทศ ด้วยจุดขาย คือราคาย่อมเยา กำหนดราคาขายส่งเริ่มต้นตั้งแต่ชุดละ 1,000 บาท ขณะที่ขายปลีก ราคาเริ่มต้นชุดละ 1,350 บาท โดยราคาจะขยับขึ้นไปถึงหลักหมื่นบาทก็มี ซึ่งเป็นกรณีการสั่งเช่าตัดตามร้านค้าต่างๆ ที่จะมาจ้างให้เราทำอีกทอดหนึ่ง

           “พี่เริ่มมาจากการที่เคยทำชุดนางงามมาก่อน และจากประสบการณ์ที่เราทำมา 28 ปี ก็คิดว่าชุดนางงามนั้นทำยากกว่าชุดเจ้าสาวด้วยซ้ำ และราคาก็ไม่ได้แพงอะไร แต่ชุดเจ้าสาว ซึ่งทำง่ายกว่า ทำไมราคาถึงแพง ประกอบกับช่วงนั้นได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศจีนค่อนข้างบ่อย ก็เห็นว่าชุดเจ้าสาวที่นั่นราคาถูก ต่างจากบ้านเราค่อนข้างมาก เลยลองซื้อและนำมาจำหน่ายในบ้านเรา ธุรกิจจึงเริ่มขึ้น จากนั้นก็ได้ขยับขยาย เปลี่ยนมาผลิตชุดเจ้าสาวเอง สร้างทีมเอง มีโรงงานผลิตเอง ซึ่งทุกอย่างเป็นแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป จนปัจจุบันมีโรงงานผลิตทั้งในไทยและจีนที่ผลิตในแบบของเราเอง” พี่ลักษณ์ กล่าว และบอกอีกว่า

           ปัจจุบันลูกค้าหลักจะเป็นกลุ่มร้านค้า หรือการขายส่ง ซึ่งร้านค้า ร้านเช่าชุดแต่งงานกว่า 70% ทั่วประเทศจะมาสั่งจากที่นี่ทั้งหมด และยังมีขายส่งออกไปยังต่างประเทศด้วย ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย, สิงคโปร์, พม่า, เวียดนาม และกัมพูชา หรือแม้แต่ลูกค้าจากประเทศแถบแอฟริกาก็มาสั่งซื้อชุดกับเรา ส่วนอีก 30% เป็นการขายปลีก ซึ่งจะมีจำหน่ายผ่านช่องทางเดียวเท่านั้น คือที่ร้านไบรด์ โฮลเซล ชั้น 4 ห้างวอเตอร์เกท พาวิลเลียน ประตูน้ำ

           “ด้านยอดจำหน่ายของเราถือว่ายังเติบโตได้ดี แต่ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา รู้สึกว่าร้านเช่าชุดวิวาห์เปิดใหม่เกิดขึ้นน้อยลง ซึ่งก็อาจจะมองได้ว่าน่าจะเป็นเรื่องของภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้เวลาจะคิดทำอะไรคนก็จะคิดมากขึ้น แต่ร้านเก่าที่เป็นลูกค้าเดิมก็ยังมาซื้อเพิ่มต่อเนื่อง ส่วนการขายปลีกจะมีลูกค้าเข้ามาที่ร้านตลอดในช่วงวันเสาร์ และวันอาทิตย์ ขณะที่การส่งออกพบว่ามียอดขายดีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

           อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจ พี่ลักษณ์ บอกว่า การเปิดร้านไม่ได้ต้องการสร้างกำไรเติบโตมากมายนัก ซึ่งตัวเองก็เป็นคนอย่างนี้มาตั้งแต่เริ่มต้นชีวิต คือเป็นพี่เลี้ยงส่งนางงามเข้าประกวด ซึ่งก็ไม่ได้ดูเรื่องเงินเป็นเรื่องหลัก เพราะสมัยนั้นการเป็นพี่เลี้ยงส่งนางงามไม่ได้ถือเป็นอาชีพ แต่ที่เราทำก็เพราะมีความสุขที่ทำ เรื่องทำชุดเจ้าสาวก็เหมือนกัน คือไม่ได้คิดว่าจะใหญ่โตอะไร แต่ก็ทำเพราะมีความสุข และชอบที่จะทำ

           “ยอมรับว่าบางครั้งในสมองพี่ก็ต่อสู้กันเองเหมือนกันนะ เพราะว่าพี่มีโอกาสที่จะเติบโตกว่านี้ได้อีกมาก คือมีคนมาชวนเปิดร้าน เรียกได้ว่าแทบจะทุกพื้นที่ในประเทศไทยเลย และในต่างประเทศด้วย ทั้งๆ ที่พี่เองก็มีกำลังพอที่จะทำได้ สามารถทำได้ทุกอย่างเลย แต่ก็กลับมาหวนคิดว่าไม่ทำดีกว่า เรามีความสุขของเราแบบนี้ดีอยู่แล้ว โดยมองว่าเราอยู่ในจุดที่มีพอสมควรแล้ว ก็อยากให้คนรอบข้างลืมตาอ้าปากได้บ้าง อยากให้คนรอบข้างมีความมั่นคงในชีวิต แม้กระทั่งเด็กลูกจ้างชาวพม่าที่ร้าน พี่บอกเขาว่าถ้าอยู่กับพี่อีกไม่เกิน 10 ปีนะ พี่จะไปเปิดร้านให้พวกเขาที่บ้านเลย ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ ธุรกิจใหญ่โตก็อาจจะหายไป ก็ไม่เป็นไร เราก็อยู่ของเราแบบนี้ หรืออาจจะจ้างพนักงานมาช่วยขายให้ก็พอ”

           พี่ลักษณ์ ยังเล่าถึงประสบการณ์ชีวิตให้ฟังด้วยว่า ที่ผ่านมาเคยลำบากมาก่อน และเป็นผู้รับมาก่อน แต่ปัจจุบันสามารถให้ความช่วยเหลือคนรอบข้างได้ ก็ยินดีแบ่งปันช่วยเหลือ โดยไม่คิดว่าจะได้คืนหรือหวังผลตอบแทนใดๆ เช่น ร้านค้าซึ่งเป็นคนที่เรารู้จัก เคยช่วยเหลือกันไปก่อน เราก็ถือว่าภูมิใจที่เขาได้มีรายได้ ซึ่งเขาอาจจะไม่ได้เป็น someone ในสังคม แต่เขาก็จะมีรายได้ไปจุนเจือครอบครัวเขา และการที่เรารู้จักแบ่งปัน ให้ความช่วยเหลือโดยไม่หวังผลตอบแทนนั้น ล้วนมองว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จมาได้จนทุกวันนี้

           โดยคำจำกัดความสำหรับตัวเอง คือมีความสุขเป็นเครื่องนำทาง และทำทุกอย่างด้วยความสุข

           “และถ้าเรารู้จักแบ่งปันในทุกสรรพสิ่งในโลกใบนี้แล้ว เดี๋ยวมันก็จะกลับมาหาเราเอง ซึ่งก็อาจจะไม่ได้กลับมาในทันที แต่ก็จะมีช่องทางกลับมาของมันเองและอยากฝากไปยังคนที่คิดจะทำธุรกิจเวดดิ้งด้วยว่าถ้ามีอยู่ในความคิดที่จะทำแล้ว ก็อยากให้เริ่มต้นด้วยการคิดก่อนว่าถ้าเราอยู่กับมันแล้วเราจะมีความสุข เพราะถ้าเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาแล้ว เราก็ยังมีความสุขเป็นพนักพิงอยู่ข้างหลัง แล้วเราก็จะอดทนกับมันได้ คือขออย่ามองว่าเป็นเรื่องธุรกิจที่ต้องทำเงิน แต่ขอให้เริ่มต้นกับแนวคิดที่มีความสุขก่อน คิดอย่างนั้นแล้วก็มาคุยกับเราได้ ทางร้านสามารถให้คำแนะนำได้ทุกเรื่อง แต่ถ้าจ้องจะทำธุรกิจแบบหลอกลวง หรือคิดเอาแต่เงิน เชื่อได้เลยว่าไปไม่รอดแน่นอน” เจ้าของร้านไบรด์ โฮลเซล กล่าว

           ทั้งยังมีคำแนะนำดีๆ ทิ้งท้ายมาฝากไว้สำหรับทุกๆ คนด้วยว่า ไม่มีสิ่งใดที่จะได้มาง่ายๆ หรอก และก็ยังมีอุปสรรค หรือมีสิ่งที่ทำให้เราท้อแท้อยู่ตลอดเวลาด้วย เพียงแต่เราจะต้องรู้จักเลือกมันออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์ เช่น ถ้าเห็นว่าเป็นอุปสรรค เราจะข้ามมันไป ทำเป็นมองไม่เห็น หรือจะแก้ไข จะอยู่กับมัน หรือลืมมันไป ก็อยู่ที่ตัวของเราเอง

           ส่วนการจะทำธุรกิจอะไรก็แล้วแต่ สิ่งแรกคือขอให้เข้าใจตัวเองก่อน ซึ่งคิดว่าไม่จำเป็นจะต้องไปรู้ซึ้งในธุรกิจก่อนหรอก แต่ขอให้รู้จักตัวเองก่อน เป็นดีที่สุด

           พี่เลี้ยงนางงาม… สู่ผู้จัดการประกวด

           ในแวดวงนางงามต่างรู้จัก “พี่ลักษณ์” หรือ “ภูมิรัตน์ เลิศวิศิษฏ์ชัย” เป็นอย่างดี ซึ่งเจ้าตัวเล่าว่าเริ่มต้นชีวิตด้วยการเป็นพี่เลี้ยงนางงามมาก่อน จากนั้นก็รับจ้างจัดการประกวด เรื่อยมาจนปัจจุบันผันตัวมาเป็นผู้จัดการประกวดนางงาม “มิสอินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์”

           “ธุรกิจจัดการประกวดก็เหมือนกัน คืองานของความสุขที่เราก็จะยังทำต่อไป แม้จะขาดทุนบ้าง มีสปอนเซอร์เข้ามาน้อยมาก ก็จะยังต้องทำอยู่ดี”

           พี่ลักษณ์ พูดถึงเวทีประกวด “มิส อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์” ในปีนี้ ว่าได้เริ่มรับสมัครไปแล้ว ซึ่งขั้นตอนของเรามีมาก คือจะใช้เวลา 3 เดือน ตั้งแต่รับสมัครคน คัดเลือก และตอนนี้เป็นช่วงการทำกิจกรรม โดยจะเป็นการประกวดแรกที่เราคิดทำเป็นรายการ “เรียลิตี้” ออกอากาศทางช่องไทยรัฐทีวี ต่อเนื่องทุกวันเสาร์ และวันอาทิตย์

           “ด้วยความที่เราอยู่ในวงการมานาน ก็อยากจะทำอะไรให้มีรูปแบบที่แตกต่างออกไป ดังนั้น การประกวด มิสอินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ ในปีนี้ จะเป็นการประกวดแรกที่จัดทำเป็นเรียลิตี้ให้ผู้ชมคนดูได้เข้าถึงบุคลิกของผู้เข้าประกวดอย่างแท้จริง เพราะพี่เชื่อว่าความสวยสมัยนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว การที่จะมานั่งมอง เดินมอง ยืนมองอย่างเดียวแล้วเห็นว่าสวย คงไม่พอ แต่จะต้องดูให้รู้สึกไปด้วยว่า คนที่สวยน้อยกว่า น่าจะเป็นผู้ที่ชนะมากกว่า เพราะสิ่งที่อยู่ข้างในของคนคนนั้น”

           อย่างไรก็ตาม การตัดสินผู้ชนะการประกวดจะตัดสินโดยคณะกรรมการ โดยจะไม่มีการโหวตจากผู้ชมแต่อย่างใด เพราะมองว่าการโหวตเป็นธุรกิจ คืออิงกับธุรกิจโดยตรง และยังห้ามบอกโปรไฟล์ของผู้เข้าประกวดด้วยว่า เรียนอยู่ที่ไหน หรือเป็นลูกใคร เพราะไม่ต้องการให้ปัจจัยเหล่านั้นเข้ามามีอิทธิพลในการตัดสินใจของกรรมการ

           โดยติดตามรายการเรียลิตี้ “มิสอินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์” ได้ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคมนี้ จนถึงวันตัดสิน ในวันที่ 17 กันยายน 2559