
มอบโล่ชื่นชมคนกวาดขยะกทม.ช่วยสาวจะฆ่าตัวตาย
หลักสูตรป.โท-เอกสาขาสันติศึกษา มจร มอบโล่ชื่นชมคนกวาดขยะกทม.ช่วยสาวจะกระโดดสะพานพุทธฯฆ่าตัวตาย เผยอ้อมกอดของความเป็นแม่และความรักต่อเพื่อนมนุษย์ทำให้มีพลัง
3ก.ค.2559 จากเหตุการณ์ที่นางสำรวย เกตุจรัส พนักงานกวาดถนนของเขตธนบุรี ได้เข้าไปทำหน้าที่ในการพูดคุยและปลอบโยนหญิงวัยรุ่น วัย 20 ปี ร้องไห้เสียใจ มิให้กระโดดลงจากสะพานพุทธฯ เพื่อฆ่าตัวตาย โดยช่วยเหลือนำตัวลงจากสะพาน และติดต่อเพื่อนมารับตัวกลับบ้านอย่างปลอดภัยเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น
ทางหลักสูตรปริญญาโท และเอก สาขาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ที่มีพระมหาหรรษา ธัมมหาโส ผู้ช่วยอธิการบดี มจร ผู้อำนวยการหลักสูตร ได้มอบโล่รับรางวัล "ลมหายใจแห่งสันติภาพ" และเงินจำนวนรวม 10,000 บาทกว่า พร้อมเกียรติบัตร ท่ามกลางนิสิตปริญญาเอก สาขาสันติศึกษาจำนวน 45 รูป/คนร่วมแสดงความชื่นชม
พระมหาหรรษา กล่าวว่า หลักสูตรสันติศึกษาได้ตระหนักรู้ถึงบทบาทและความสำคัญของนางสำรวยที่ได้ทำหน้าที่ในการรับใช้เพื่อนมนุษย์ดังกล่าว จึงได้เชิญมาได้มอบโล่รับรางวัลและเงินจำนวนจำนวนดังกล่าวพร้อมเกียรติบัตร เพื่อเชิดชูคุณูปการที่เธอได้แสดงออกโดยการหยิบยื่นความรัก ความหวัง และกำลังใจต่อหญิงสาวที่กำลังตัดสินใจกระโดดสะพานพุทธฯ เพื่อฆ่าตัวตาย
พระมหาหรรษา กล่าวต่อว่า นางสำรวยได้เล่าเหตุการณ์ให้นิสิตปริญญาเอกสาขาสันติศึกษาได้รับฟังว่า ในสถานการณ์แบบนั้น อ้อมกอดคือสิ่งที่ทรงพลังที่สุด เพราะมีสองสิ่งให้หญิงสาวที่ประสบความทุกข์ให้เลือกกอด คือ เสาอันแข็งกร้าว หรืออ้อมกอดของแม่คนหนึ่ง ที่พร้อมจะส่งต่อความรักและความปรารถนาไปสู่เธอ สุดท้ายหญิงเลือกที่หันกลับมาซบอ้อมกอดอันอบอุ่น ในฐานะที่เป็นแม่ ไม่มีอ้อมกอดใดที่จะอบอุ่นเท่าเทียมกับอ้อมกอดแม่
"วันหนึ่งๆ มีคนมากมายที่ประสบปัญหาและชาตากรรม หลายคนอับจนหนทาง และเลือกที่จะหาทางออกด้วยกันฆ่าตัวตาย เหตุการณ์ครั้งนี้ของหญิงสาวที่กำลังประสบกับความตีบตัน อีกด้านหนึ่งของชีวิตคือความตาย อีกด้านคือความเป็น คำถามสำคัญคือ เพราะเหตุใดที่เลือกที่จะหันกลับมาเป็นคือมีชีวิตต่อไป แทนที่จะเลือกความตายที่เธอตั้งใจมาแต่เริ่มแรก คำตอบคือ ภาษากาย ภาษาวาจา และภาษาใจของนางสำรวย เกตุจรัส ที่พยายามส่งไปให้หญิงสาวท่านนั้น" ผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาโทและเอก สาขาสันติศึกษา มจร กล่าวและว่า
เหตุการณ์เช่นนี้ ย่อมไม่ใช่ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายอย่างแน่นอน คำถามคือ เราจะทำอย่างไร หากเรามีโอกาสเผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบนั้น สิ่งที่นางสำรวยได้แสดงออกนั้น อาจจะเป็นคำตอบให้อีกหลายท่าน ที่จะน้อมกาย วาจา และใจ หาญกล้าไปทำหน้าที่โอบกอดเพื่อนมนุษย์ที่กำลังเจ็บปวด เสียใจ ร้องไห้ และกำลังตัดสินใจกระทำการบางอย่าง ขอให้เหตุการณ์ครั้งนี้ ได้กลายเป็นพลังในการสร้างดีรับใช้เพื่อนมนุษย์ของผู้คนอีกจำนวนมากต่อไป และขออนุโมทนากับนางสำราย เกตุจรัส ขออานุภาพแห่งความดีในรักษาชีวิตเพื่อนมนุษย์ในครั้งนี้ จงเป็นปัจจัยให้ชีวิตของนางสำรวย และครอบครัว โดยเฉพาะลูกชาย ได้เจริญในร่มเงาของสันติธรรมสืบไป



