
"นายกฯ"เร่งกระทรวง-หน่วยราชการตั้งโฆษกแจงผลงาน
นายกฯ เร่งกระทรวง-หน่วยราชการ ตั้งกระบอกเสียง ตีปี๊ปผลงานวางแผนผุดโฆษกทุกจังหวัดยันอบต. ท้องถิ่น อ้าง ผลงานดีแต่ไม่ได้บอกชาวบ้าน ปณิธาน ครวญ รากหญ้าไม่รู้รัฐบาลทำงานเพื่อประชาชน แขวะ ทักษิณ กล่อมคนได้ เพราะไม่ต้องบริหารประเทศต่างกับรัฐบาลเผชิญวิกฤต
นายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก่อนที่จะเข้าสู่วาระการประชุมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ครม.เร่งรัดการออกกฎหมายโดยเฉพาะกฎหมายที่ต้องออกตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้ค้างอยู่จำนวนมาก โดยค้างอยู่ที่คณะกรรมการกฤษฎีกา 13 ฉบับ กระทรวงยุติธรรม 2 ฉบับ กระทรวงแรงงาน 3 ฉบับ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพาณิชย์ สำนักนายกรัฐมนตรี หน่วยงานละ 2 ฉบับ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1 ฉบับ และประมวลจริยธรรมข้าราชการอีก 1 ฉบับ
นายปณิธาน กล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้แต่ละกระทรวงและหน่วยราชการต่าง ๆ เร่งแต่งตั้งโฆษกประจำกระทรวงเพื่อเข้ามาเป็นกรรมการโฆษกจำนวนกว่า 70 คน สำหรับกระทรวงละ 2 คนเป็นโฆษกฝ่ายการเมือง 1 คนและโฆษกฝ่ายประจำ 1 คน โดยยังมีกระทรวงที่ยังไม่แต่งตั้งประกอบด้วย กระทรวงกลาโหม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงศึกษาธิการ หลังจากที่มีโฆษกของกระทรวงแล้วต่อไปจะแต่งตั้งโฆษกของทั้ง 76 จังหวัด และโฆษกของหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ผลงานของรัฐบาลได้ถูกสื่อสารไปยังประชาชนทุกจุดทั่วประเทศ
“ที่ผ่านมาปัญหาของรัฐบาลคือไม่สามารถสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจได้ว่ารัฐบาลทำงานเพื่อประชาชนทุกกลุ่มโดยไม่มีการเลือกปฎิบัติ เพราะรัฐบาลต้องรับมือกับวิกฤตรอบด้าน ขณะที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้นไม่ได้บริหารประเทศ จึงมีโอกาสได้สื่อสารกับประชาชนเพียงอย่างเดียว เช่นกรณีการถวายฎีกาของกลุ่มเสื้อแดงนั้นแม้รัฐบาลส่วนกลางจะอธิบายกับประชาชน แต่ก็ไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงต้องให้หน่วยงานท้องถิ่นช่วยอธิบายกับประชาชน ปัจจุบันแม้ว่าจะมีประชาสัมพันธ์จังหวัดแต่ก็ไม่ได้ทำงานในเชิงรุกมีแค่การรายงานข่าวตามปกติเท่านั้น” โฆษกรัฐบาล กล่าว
นายปณิธาน กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายกล่าวหาว่ารัฐบาลบริหารมา 6 เดือนแต่ไม่มีนโยบายที่เป็นรูปธรรม ว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของรัฐบาลนั้นอยู่ในช่วงวิกฤต มีความแปรปรวนสูง ทำให้ประเทศอยู่ในภาวะไร้ยุทธศาสตร์ ขณะเดียวกันก็มีคดีใหญ่ ๆ หลายคดีทั่วประเทศที่รัฐบาลต้องเผชิญทั้งคดีนายสนธิ ลิ้มทองกุล คดีนายสมชาย นีละไพจิตร คดียิงมุสลิมในมัสยิด แต่เมื่อผ่าน 3 เดือนไปนายกฯสามารถตั้งหลักได้จึงเริ่มมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาแก้ปัญหา แต่เมื่อไม่สามารถสื่อสารกับประชาชนได้ประชาชนจึงยังไม่เข้าใจ



