
เยอรมนี ดวลจุดโทษชนะ อิตาลี เข้ารอบรองชนะเลิศ ยูโร 2016
"อินทรีเหล็ก" เยอรมนี ต้องดวลจุดโทษกับ "อัซซูรี" อิตาลี ถึง 9 คน ก่อนเป็นฝ่ายชนะ 6-5 เข้ารอบรองชนะเลิศ ยูโร 2016
.
ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 15 "ยูโร 2016" ที่ประเทศฝรั่งเศส เป็นเจ้าภาพ กลางดึกวันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม เป็นรอบก่อนรองชนะเลิศ คู่ 3 ที่สตาด เดอ บอร์กโดซ์ ระหว่าง "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี แชมป์โลก ที่เอาชนะ สโลวะเกีย 3-0 ในรอบก่อนหน้านี้ กับ "อัซซูรี" อิตาลี รองแชมป์เก่า ที่โค่น "กระทิงดุ" สเปน แชมป์เก่า 2-0 มาในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
ฝั่ง เยอรมนี มีการปรับแผนจากที่เคยเล่น 4-2-3-1 มาเป็น 4-4-2 ด้วยการดัน โจชัว คิมมิช ดาวรุ่งวัย 21 ปี ขึ้นไปเป็นปีกขวา แล้วส่ง เบเนดิกท์ โฮเวเดส ลงมาเป็นแบ็กขวาแทน ส่งผลให้ ยูเลียน ดรักซ์เลอร์ ปีกดาวรุ่งวัย 22 ปี ที่เล่นเด่นในเกมกับ สโลวะเกีย ถูกถอดออกไป แล้วขยับ โธมัส มุลเล่อร์ ไปยืนเป็นกองหน้าคู่กับมาริโอ โกเมส ขณะที่ อิตาลี ยืน 3-5-2 เช่นเดิม แต่ส่ง สเตฟาโน สตูอาโร มาเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง แทนที่ ดานิเอเล เด รอสซี ที่ฟิตไม่พอ และเติม มัตเตีย เด ชีโญ ลงมาเป็นวิงแบ็กซ้าย เนื่องจาก อันโตนิโอ คันเดรวา ยังเจ็บ
เริ่มเกม เยอรมนี ต้องเปลี่ยนตัวเร็ว เนื่องจาก ซามี เคดิรา มิดฟิลด์ตัวกลาง เจ็บ ฝืนเล่นต่อไม่ไหว บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ จึงลงมาเล่นแทน นาที 16 หลังจากนั้นแชมป์โลก เป็นฝ่ายครองเกมได้ดีกว่า แต่ทำอะไรไม่ได้ จบ 45 นาทีแรก ยังเสมอกัน 0-0
กลับมาเล่นครึ่งหลัง เยอรมนี ก็ออกนำสำเร็จ จากจังหวะที่ โยนาส เฮคเตอร์ ดันขึ้นสูงแล้วผ่านบอลเข้ามาให้ เมซุต โอซิล ยิงจากระยะ 5 หลา เยอรมนี นำ 1-0 นาที 65
แต่แล้ว เยอรมนี กลับมาเสียลูกโทษ ด้วยความผิดพลาดของ เฌอโรม บัวเต็ง เซนเตอร์แบ็ก ที่กางแขนในจังหวะกระโดดสกัดบอล จนเป็นแฮนด์บอลและเสียลูกโทษ อิตาลี ส่ง เลโอนาร์โด โบนุชชี มาเป็นเพชฌฆาต และก็ไม่พลาด อิตาลี ตีเสมอ 1-1 นาที 78
ซ้ำร้าย มัตส์ ฮุมเมลส์ เซนเตอร์แบ็กคนสำคัญของเยอรมนี เสียใบเหลือง นาที 90 ดังนั้นหาก "อินทรีเหล็ก" ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศสำเร็จ ฮุมเมิลส์ วัย 27 ปี จะลงเล่นไม่ได้ เนื่องจากสะสมใบเหลืองครบ 2 ใบ ต้องพักแข่ง 1 นัดตามกฏ เช่นเดียวกับฝั่ง อิตาลี เมื่อ กราเซียโน เปลเล กองหน้า พลาดโดนใบเหลือง นาที 90 (+1) ดังนั้นหาก "อัซซูรี" ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้ เปลเล ที่ยิงไปแล้ว 2 ประตู ในยูโร 2016 ก็จะลงเล่นไม่ได้เพราะสะสมครบ 2 ใบเหลือง
จบ 90 นาทีเสมอกัน 1-1 จึงต้องต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที และเมื่อครบ 120 นาที ไม่มีฝั่งใดบวกประตูเพิ่มได้ ยังเสมอกันอยู่ 1-1 ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ ฝั่งละ 5 คน และผ่าน 5 คนแรก เสมอกัน 2-2 เนื่องจากยิงไม่เข้าฝั่งละ 3 คน ส่งผลให้ต้องดวลกันแบบตัวต่อตัวหรือ "ซันเดนเดธ" ต่อไป
ปรากฏว่า ต้องยิงกันถึงคนที่ 9 ของทั้งสองทีม จึงรู้ผลแพ้ชนะ โดยเป็น เยอรมนี ที่เป็นฝ่ายชนะ 6-5 เนื่องจาก อิตาลี ที่เป็นฝ่ายยิงก่อน และ มัตเตโอ ดาร์เมียน ยิงไปติดเซฟของ มานูเอล นอยเออร์ ส่งผลให้ โยนาส เฮคเตอร์ ของเยอรมนี ถ้ายิงเข้าจะได้เข้ารอบรองชนะเลิศทันที ซึ่ง เฮคเตอร์ แบ็กซ้าย วัย 26 ปี สังหารไม่พลาด
รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม
เยอรมนี : มานูเอล นอยเออร์, โยนาส เฮคเตอร์, มัตส์ ฮุมเมิลส์, เฌอโรม บัวเต็ง, เบเนดิกท์ โฮเวเดส, เมซุต โอซิล, โทนี โครส, ซามี เคดิรา (บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ น.16), โจชัว คิมมิส, มาริโอ โกเมส (ยูเลียน ดรักซ์เลอร์ น.72), โธมัส มุลเลอร์
อิตาลี : จิอันลุยจิ บุฟฟอน, จอร์โจ คิเอลลินี (ซิโมเน ซาซา น.120), เลโอนาร์โด โบนุชชี, อันเดรีย บาร์ซาญี, มัตเตีย เด ชีโญ, เอมมานูเอเล จัคเครินี, มาร์โก ปาโรโล, สเตฟาโน สตูอาโร, อเลสซานโดร ฟลอเรนซี (มัตเตโอ ดาร์เมียน น.86), เอแดร์ (ลอเรนโซ อินซินเญ น.108), กราเซียโน เปลเล



