
รัฐสภาอาเซียนประณามการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาค
สมาชิกรัฐสภาอาเซียนร่วมกันประณามการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาค ห่วงการสร้างเขื่อนพลังน้ำกั้นแม่น้ำโขงกระทบอาเซียน จี้ประสานร่วมมือออกกฎหมายแก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ยาเสพติด
โรงแรมรอยัลคลิฟบีช รีสอร์ท พัทยา วันที่ 5 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียน ได้มีการแบ่งกลุ่มประชุมกลุ่มย่อย ในระดับคณะกรรมาธิการเพื่อลงรายละเอียดการทำงานร่วมกันของอาเซียนในด้านต่างๆ โดยคณะกรรมาธิการด้านการเมือง มีนายเจริญ คันธวงศ์ เป็นประธาน ทั้งนี้นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว. สรรหา หยิบยกการสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำของประเทศต้นน้ำ คือประเทศ 20 เขื่อน ได้ส่งผลอย่างรุนแรงกับประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขง เช่น ไทย กัมพูชา เวียดนามและลาว ทำให้การขึ้นลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขงผิดปกติ ตลิ่งพัง น้ำท่วม ปลาสูญพันธุ์ โดยเฉพาะเวียดนามซึ่งมีความเป็นห่วง โดยขอให้การศึกษาอย่างจริงจัง
นอกจากนี้นายต่อพงศ์ ไชยสาส์น ประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ในฐานะตัวแทนจากประเทศไทย ได้หยิบยกประเด็นประชาธิปไตยในพม่ามาหารือ แต่นายเจริญ ตัดบทด้วยการเสนอวาระอื่นขึ้นมาพิจารณาแทน ขณะที่ตัวแทนจากประเทศพม่า ซึ่งเป็นผู้ร่วมสังเกตการณ์ ไม่มีการแสดงความเห็น
นอกจากนี้ที่ประชุมได้พิจารณาถึงประเด็นสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค เช่นการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ส่งผลกระทบต่อภูมิภาค ประเทศสมาชิกเห็นว่าควรประนามประเทศนี้ เพราะถือว่าเป็นการก่อความไม่สงบ ดังนั้นจะต้องหามาตรการพิเศษเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ที่ประชุมยังยอมรับข้อเสนอไอป้าคอร์คัสที่ประชุมในประเทศมาเลเซียว่า ควรจะมีการแลกเปลี่ยนทางด้านกฎหมายให้สอดคล้องกัน เพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหายาเสพติด
คณะกรรมาธิการด้านสังคม โดยมีนางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ สว.พิษณุโลก เป็นประธาน เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้หารือใน 7 หัวข้อคือการสร้างอัตลักษณ์ของอาเซียน การแก้ปัญหาสังคม และสุขภาพที่เกิดจากการอพยพย้ายถิ่น การร่างข้อมติว่าด้วยการการสอดคล้องทางด้านกฎหมาย การอายัดทรัพย์ การควบคุมสารตั้งต้น การจัดการภัยพิบัติ ความร่วมมือด้านกฎหมายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหศวรรษเพื่อสร้างความมั่นคงของมนุษย์อย่างยั่งยืน และการสร้างประชาคมอาเซียนที่มีความพร้อมด้านสุขอนามัยและสวัสดิการสังคม
ทั้งนี้ จากการหารือที่ประชุมเห็นตรงกันที่ประเทศสมาชิกจะต้องสร้างสุขอนามัยขั้นพื้นฐานภายใประเทศให้ดีก่อน ส่วนเรื่องการรักษาโรคระบาดจะต้องเน้นการเข้าถึงอย่างแท้จริง และแต่ละประเทศควรกำหนดนโยบายการป้องกันโรคให้ชัดเจน
คณะกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจ โดยมีนายอนุศาสตร์ สุวรรณมงคล สว สรรหา เป็นประธาน กล่าวว่า ประเทศสมาชิกให้ความร่วมมือกันด้วยดี มีการพูดถึงหัวข้อใหญ่ 5 ประเด็น คือ ความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิก ความมั่นคงทางด้านอาหารและพลังงาน การลดช่องว่างระหว่างประเทศที่พัฒนาไปไกลแล้วและประเทศกำลังพัฒนา การวิกฤตเศรษฐกิจทางการเงิน และการเจรจากรอบการค้า ซึ่งมีการถกเถียงกันพอสมควร แต่ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี
ทั้งนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นไปตามข้อเสนอที่ไทยเสนอไป เพราะทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของรัฐสภาซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน และได้ตระหนักถึงปัญหาเศรษฐกิจและวิกฤตทางการเงินว่าจะทำอย่างไรถึงจะให้ฟื้นตัวเร็วที่สุดและยั่งยืนที่สุด รวมทั้งคำนึงถึงผลกระทบระหว่างชายและหญิงด้วย อย่างไรก็ตามประเทศเวียดนามได้เสนอให้เข้าร่วมประชุมปลายปีนี้เกี่ยวกับวิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตทางการเงินเพื่อร่วมกันแก้ไข ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย
สำหรับการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจถือเป็นหน้าที่ของรัฐสภาในประเทศต่าง ๆจะต้องให้ความร่วมมือในการแก้ไขกฎระเบียบต่าง ๆโดยเฉพาะวิกฤตทางการเงินที่เป็นปัญหาอาจจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมายต่าง ๆเพื่อที่จะทำให้เราทุเลาเรื่องนี้ไปได้ อย่างไรก็ตามยังได้หารือถึงพลังงานและอาหาร คำนึงถึงผลกระทบและทุเลาปัญหาต่าง ๆเพื่อแก้ไขกับประเทศสมาชิก



