ข่าว

บึ้มสยองอู่ต่อเรือมีผู้เสียชีวิต4ราย

บึ้มสยองอู่ต่อเรือมีผู้เสียชีวิต4ราย

01 ก.ค. 2559

บึ้มสนั่นอู่ต่อเรือใน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา แรงระเบิดอัดร่าง 4 คนงานไทย 3 กัมพูชา 1 เละ คาดสาเหตุมาจากไอทินเนอร์เจอกับประกายไฟจากการเชื่อม

          เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 1 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางไทร ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นในบริเวณอู่ต่อเรือชาติชายชลธารรุ่งสวัสดิ์ เลขที่ 1/1 หมู่ 6 ต.สนามชัย อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีผู้เสียชีวิต หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ได้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น แล้วนำกำลังไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.สุทธิ พ่วงพิกุล ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.มาโนช เคลือบวิจิตร ผกก.สภ.บางไทร นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเจ้าท่า และหน่วยกู้ภัยสมาคมอยุธยารวมใจ

          ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณส่วนท้ายของเรือเหล็กขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ระหว่างการตกแต่งภายใน พบเรือมีรอยฉีกขาดอย่างรุนแรง ได้รับความเสียหายจนส่วนท้ายเปิด แรงระเบิดยังทำให้บ้านเรือนและร้านค้าที่อยู่ใกล้เคียงได้รับความเสียหาย

          เมื่อเข้าไปตรวจสอบภายในเรือ พบเศษซากเหล็กและไม้กระจัดกระจาย มีผู้เสียชีวิต 4 คน สภาพร่างกายถูกแรงระเบิดแขนขาขาด มีบาดแผลตามร่างกาย ทราบชื่อต่อมาคือ นายเสวียง เวชสวัสดิ์ อายุ 39 ปี นายสุรินทร์ ทรัพย์สืบ อายุ 43 ปี นายบรรจง พิทักษ์กุล อายุ 49 ปี ทั้งหมดเป็นชาวบ้าน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา และนายชู ไม่ทราบนามสกุล อายุประมาณ 30 ปี ชาวกัมพูชา ในที่เกิดเหตุยังพบอุปกรณ์เลื่อยวงเดือนตัดไม้ คีม อุปกรณ์หัวเชื่อม ถังทินเนอร์ และมีกลิ่นทินเนอร์คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

          จากการสอบสวนเบื้องต้น นายนิวัฒน์ หรือแจ๊ค ตรีสิทธิ์ ผู้ดูแลอู่ต่อเรือ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุมีคนงานหลายคนลงไปทำความสะอาดส่วนต่างๆ และเก็บงานภายในเรือ โดยไม่มีงานเชื่อมที่ใช้แก๊ส เพราะคงเหลืองานตกแต่งงานไม้ที่ห้องอับเฉาบริเวณส่วนท้ายเรือ ซึ่งมีคนงานช่างไม้ 4 คน ซึ่งมีเพียงการใช้เลื่อยวงเดือนในการตัดไม้เท่านั้น ทั้งนี้ เชื่อว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากการระเหยหรือสารระเหยของทินเนอร์ที่อยู่ภายในห้องเกิดการควบแน่น และอาจจะเสียดสีในช่วงที่ช่างมีการตัดแต่งไม้ อาจจะมีประกายความร้อนจากเลื่อยหรือพัดลม ทำให้เกิดแรงระเบิดอย่างรุนแรง เนื่องจากห้องมีลักษณะทึบจึงมีแรงอัดมาก

          นายนิวัฒน์ให้การต่อว่า ทางเจ้าของอู่ต่อเรือได้ประสานไปยังญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตทุกรายแล้ว โดยยินดีที่จะจ่ายค่าทำศพ และจัดงานศพให้ รวมทั้งให้ค่าทำขวัญทุกราย ซึ่งจะมีการพูดคุยอีกครั้งว่าจะช่วยเหลือเท่าไหร่ แต่ขณะนี้เจ้าของอยู่ต่างจังหวัด ส่วนศพทั้งหมดจะไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดกกแก้วบูรพา ต.กกแก้ว อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

          “สำหรับเรือลำนี้เป็นเรือลำเลียงสินค้า หรือเรือบรรทุกที่เรียกว่า ไลเตอร์ มีความยาว 32 เมตร กว้าง 10 เมตร สูง 6 เมตร น้ำหนัก 1,800 ตัน มูลค่า 17 ล้านบาท โดยส่วนที่เสียหายคิดเป็นมูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท โดยจะตัดส่วนท้ายที่เสียหายทิ้งทั้งหมด ไม่มีการซ่อมแล้วสร้างต่อขึ้นใหม่” นายนิวัฒน์กล่าว

          พ.ต.ท.ฐาณภิสน์ พิมพาภูวัชน์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บางไทร กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการ ซึ่งยังไม่สามารถจะระบุว่าเกิดจากสาเหตุใด เบื้องต้นมีความเป็นไปได้ว่า เกิดจากการระเบิดของสารเคมีที่ทำปฏิกิริยากับกระแสไฟหรือเปลวไฟ ส่วนการดำเนินการทางคดีนั้นยังไม่ตั้งข้อหาใคร โดยเฉพาะเจ้าของอู่ ก็ยังไม่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นเพียงเจ้าของสถานที่ และไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งถ้าเป็นการตกแต่งภายในจริง ในส่วนนั้นก็คงไม่ต้องมีวิศวกรเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม จะต้องสอบปากคำคนงานทั้งหมดที่ลงไปทำงานก่อนหน้าว่า มีอะไรผิดปกติหรือไม่อย่างไร เพื่อที่จะดำเนินคดีต่อไป

 

บึ้มสยองอู่ต่อเรือมีผู้เสียชีวิต4ราย            บึ้มสยองอู่ต่อเรือมีผู้เสียชีวิต4ราย

ภาพ : มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง

 

บึ้มสยองอู่ต่อเรือมีผู้เสียชีวิต4ราย            บึ้มสยองอู่ต่อเรือมีผู้เสียชีวิต4ราย

ภาพ : มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง

 

บึ้มสยองอู่ต่อเรือมีผู้เสียชีวิต4ราย            บึ้มสยองอู่ต่อเรือมีผู้เสียชีวิต4ราย

ภาพ : มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง

 

---------------------------------

(ภาพ-คลิป : มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง)