
เทพเทือกนัดถก ก.ตร.ศุกร์นี้เที่ยงระบุวาระแต่งตั้งตำรวจแต่ยังอึมครึม
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) มีรายงานว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) มีหนังสือเชิญประชุมก.ตร.ครั้งที่ 9/2552 ในวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม เวลา 12.00น. ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 2อาคาร 1 ตร. โดยมีวาระสำคัญดังนี้
ในวาระที่ 3 เรื่องที่เสนอเพื่อพิจารณา เรื่องที่ 1 ขอรับความเห็นชอบกำหนดผู้แทน ก.ตร.ในคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ(คปร.)
“ เรื่องที่ 2 การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ โดยมีวงเล็บในวาระการประชุมด้วยว่า เอกสารจะนำเสนอภายหลัง ขณะที่วาระที่ 4 เรื่องที่เสนอเพื่อทราบ เรื่องที่ 5 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส กล่าวหาข้าราชการตำรวจรวม3ราย กระทำผิดวินัย”รายงานการประชุมระบุ
ขณะที่รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบถามก.ตร.หลายคน ก็ยังไม่มีผู้ใดทราบชัดเจนว่าวาระการแต่งตั้งโยกย้ายที่ระบุในวาระประชุมก.ตร.ครั้งนี้ แท้จริงแล้วเป็นการแต่งตั้งตำแหน่งใดกันแน่ ซึ่งขณะนี้การแต่งตั้งนายพลตำรวจตำแหน่งระดับผู้บัญชาการ ถึงผู้บังคับการ ในวาระการปรับโครงสร้างใหม่ 152 ตำแหน่งที่ก.ตร.อนุมัติไปแล้วตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ยังไม่มีความชัดเจนว่า จะต้องระงับให้สิ้นสภาพแล้วแต่งตั้งใหม่ หรือให้บัญชีรายชื่อทั้ง 152 ตำแหน่งมีผลตามกำหนดเวลาเดิม ที่ตร.วางแผนจะให้มีผลพร้อมการประกาศพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 หรือโครงสร้างใหม่ ลงในราชกิจจานุเบกษา มีผลวันที่ 16 สิงหาคม หรืออาจจะมีการแต่งตั้งโยกย้ายทดแทน สับเปลี่ยนในตำแหน่งอื่น เนื่องจากขณะนี้ยังมีตำแหน่ง ที่ปรึกษา(สบ10) ว่างอยู่ 1 ตำแหน่ง หลังจาก พล.ต.อ.วันชัย ศรีนวลนัด ลาออกไปเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวเป็นตำแหน่งเทียบเท่ารองผบ.ตร. ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจมีการโยกย้ายสับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม
โฆษกมาตุภูมิ ระบุ นายกฯแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย สตช.
ที่ทำการพรรคมาตุภูมิ นายมุข สุไลมาน โฆษกพรรคมาตุภูมิ กล่าวภายหลังการหารือระหว่าง ส.ส.ของพรรคถึงกรณีความขัดแย้งในการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจ ว่า นายกรัฐมนตรีคงจะปฏิเสธลำบากว่าไม่ได้แทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสัมภาษณ์ของนายกฯ และเป็นเรื่องที่สาธารณชนเห็นอย่างชัดเจน สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาความขัดแย้งภายในรัฐบาลเองและพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งคิดกันคนละอย่าง โดยนายสุเทพ และพรรคร่วมฯเห็นว่าการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ต้องการนำตำรวจสายของตัวเองเข้าไปดูแลในพื้นที่ของคนเสื้อแดงให้มากที่สุด จึงทำให้ตำรวจสายของพรรคร่วมรัฐบาลได้รับการแต่งตั้ง ขณะที่นายกรัฐมนตรีและคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีต้องการนำตำรวจสายพรรคประชาธิปัตย์ได้รับการแต่งตั้งลงในพื้นที่ของ ส.ส.พรรคตัวเอง
นายมุข กล่าวอีกว่า แม้ว่าขณะนี้นายกฯจะออกมาอธิบายอ้างกฎหมายมติ ครม.ว่าควรมีการแต่งตั้งโยกย้ายหลังจากมี ผบ.ตร.คนใหม่แล้ว ขณะที่มีการประชุม กตร.ผ่านขั้นตอนเรียบร้อยไปแล้ว ก็เท่ากับมีการรื้อใหม่หมด หมายถึงต้องมีการกลับมติการประชุม กตร. จึงน่าพิจารณาว่านายกฯจะสามารถกระทำเช่นนั้นได้หรือไม่ ในฐานะที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน กตช. ถ้ามีการรื้อโผนายตำรวจใหม่จริง เท่ากับนายกฯเข้าข่ายการแทรกแซงการทำงานของ สตช.อย่างชัดเจน และอาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นภายในพรรคร่วมรัฐบาลแน่ หากมีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลที่พรรคร่วมรัฐบาลสนับสนุน



