ข่าว

เมืองไทยจะมีเครื่องมือ ประเมินการชำระหนี้หรือไม่

เมืองไทยจะมีเครื่องมือ ประเมินการชำระหนี้หรือไม่

30 มิ.ย. 2559

สวัสดีเศรษฐกิจ : เมืองไทยจะมีเครื่องมือ ประเมินการชำระหนี้หรือไม่ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร


               ผมตั้งเป็นคำถามข้างต้น เพราะเหตุว่า ในยามที่เศรษฐกิจยังเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ มีความผันผวนจากภายนอกประเทศสูง มีปัญหาผลกระทบต่อรายได้ ความสามารถในการหารายได้ ที่มาจากปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ประกอบกับผู้คนมีภาระหนี้เดิมก่อนที่คิดวางแผนว่าจะก่อหนี้ก้อนใหม่ ชนิดที่ว่าภาระหนี้ที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนทั้งผ่อนบ้าน ผ่อนบัตรเครดิต ผ่อนรถยนต์ ผ่อนบัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล รวมไปถึงยอดผ่อน 0% ที่ได้ตัดสินใจเป็นหนี้ไปมีจำนวนสูงถึง 40-50% ของรายได้ในแต่ละเดือน เช่น มีรายได้เดือนละ 2 หมื่นบาทต่อเดือน มีภาระจ่ายหนี้ ผ่อนหนี้ทุกสิ่งอัน 1 หมื่นบาทต่อเดือน ผลคือมีเงินเหลือดำรงชีพ ใช้จ่ายต่างๆ เพียง 1 หมื่นบาท คำถามคือ ท่านผู้นี้ยังสามารถก่อหนี้เพิ่มได้อีกหรือไม่

               ลักษณะต่อมา ตัวอย่างเช่น 1.มีหนี้อยู่ 4 บัญชี เป็นสินเชื่อบ้าน บัตรเครดิต รถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคล 2.ยอดหนี้รวมที่ใช้และเป็นหนี้อยู่ในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 60% ของวงเงินที่ได้รับมา 3.บางบัญชีเคยมีการค้างชำระแต่ต่อมาในเดือนถัดไปก็มีการไปชำระหนี้จนเรียบร้อย ในปัจจุบันไม่มีบัญชีใดๆ มีการค้างชำระ 4.ได้เคยไปยื่นเรื่องขอสินเชื่อเพื่อมาเติมสภาพคล่องของตัวเองเป็นจำนวนหลายครั้งหลายธนาคาร หลายสถาบันการเงิน ในช่วงระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา

               ท่านผู้อ่านคิดว่า จากข้อมูลที่ยกตัวอย่างท่านจะสามารถใช้เวลาที่รวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง พิจารณาที่จะให้เงินกู้หรือไม่ ถ้าท่านนั่งทำงานเป็นคนวิเคราะห์สินเชื่อ และมีอำนาจตัดสินใจว่าควรจะอนุมัติหรือไม่อนุมัติ...ท่านจะเห็นว่ามันยากมาก ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยง ท่านคงมีความโน้มเอียงที่จะไม่ให้เงินกู้ ด้วยเหตุผลจากข้อเท็จจริงที่ว่า มีประวัติเป็นคนเคยค้าง+ออกไปหาเงินกู้หลายครั้งหลายแห่งในเวลานี้ (ตีความว่าเป็นอาการร้อนเงิน)

               แต่ในโลกความเป็นจริงคนลักษณะนี้อาจจะได้รับเงินกู้ก็ได้ ดอกเบี้ยอาจจะสูงขึ้นไปนิดหนึ่ง เนื่องจากเป็นคนมีลักษณะเสี่ยงสูง ที่ได้เงินกู้ก็เพราะมันมีเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ความสามารถในการชำระหนี้คืน ตามประวัติการก่อหนี้และการชำระหนี้ของเขาที่เกิดในอดีต โดยประเมินออกมาเป็นตัวชี้วัด ซึ่งอาจเป็นตัวเลข 300-900 เป็นตัวอักษร AA-HH 

               พร้อมทั้งประเมินออกมาว่า คนที่ลักษณะแบบนี้ในจำนวน 100 คน จะมีจำนวน 75 คน ที่จะสามารถชำระหนี้ได้ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า สิ่งนี้เรียกว่า credit scoring ครับ มีการใช้กันแพร่หลายในต่างประเทศ แถวๆ นี้ก็มีสิงคโปร์ มาเลเซีย กัมพูชา เป็นต้น ที่ดำเนินการแล้ว ในประเทศไทย เครดิตบูโรได้รับอนุมัติ อนุญาตจากทางการที่กำกับดูแลเครดิตบูโร ให้สามารถดำเนินการได้เมื่อปลายเดือนเมษายน 2559 และได้ให้บริการกับสถาบันการเงินสมาชิกตั้งแต่ 16 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา

               เครื่องมือตัวนี้จะมาลดการใช้ดุลพินิจบนความเห็นความเชื่อในสิ่งที่เรียกว่า “กฎของฉัน ความเชื่อของฉัน” ลงไป แต่จะใช้สิ่งที่สร้าง พัฒนาขึ้นมาจากความรู้ทางสถิติมาแทนที่เพราะเป็นวิทยาศาสตร์ มีเหตุมีผลมากกว่า...ในโอกาสหน้าผมจะขออธิบายความในรายละเอียดมากขึ้นนะครับ...ขอขอบคุณในความสนใจครับ

 

----------------------

(สวัสดีเศรษฐกิจ : เมืองไทยจะมีเครื่องมือ ประเมินการชำระหนี้หรือไม่ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)