ข่าว

ปลัดเทศบาลฯปฏิเสธปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด

ปลัดเทศบาลฯปฏิเสธปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด

30 มิ.ย. 2559

ปลัดเทศบาลฯต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี ให้การปฏิเสธปล่อยเงินกู้ เอกสารที่พบเป็นของเก่า ยอมรับเคยปล่อยจริงแต่เลิกแล้ว 

          เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มิถุนายน 59 ที่กองบังคับการปรามปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ(บก.ปอศ.) พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รองผบช.ก.พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมพล อิสสระเสรี พ.ต.อ.พุฑฒิพงศ์ มุสิกูล รองผบก.ปอศ. พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ผกก.5 บก.ปอศ. ,พ.ต.ท.พรศักดิ์พิทยารัตน์ รอง ผกก.5 บก.ปอศ. ร่วมแถลงผลการจับกุม นายบัญญัติ คมคาย อายุ 51 ปีปลัดเทศบาล (นักบริหารงานเทศบาล 8) ต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี พร้อมของกลางประกอบด้วย บัตรเอทีเอ็มและรหัสกดเงิน 4 หลัก ของผู้กู้ จำนวน 32 ใบ สมุดบัญชีเงินฝากของผู้กู้ จำนวน 12 เล่ม สัญญากู้ยืมเงินที่ผู้กู้ลงลายมือชื่อ จำนวน 280 ชุด และอาวุธปืน ยี่ห้อกล๊อก ขนาด 9 มม. พร้อมซองกระสุน จำนวน 1 กระบอก ซึ่งเป็นของผู้อื่นมาจำนำไว้ โดยจับกุมได้ภายในบ้านเลขที่ 18/1042 หมู่ 2 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

     พล.ต.ต.สมหมาย เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากนโยบายของพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ที่ให้เร่งรัดสืบสวนปราบปรามจับกุมผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินและคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ กก.5 บก.ปอศ. ได้รับการแจ้งเบาะแสว่านายบัญญัติ มีพฤติกรรมปล่อยเงินกู้นอกระบบ และคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยวิธียึดบัตรเอทีเอ็มของผู้กู้เอาไว้ จึงได้ทำการสืบสวน กระทั่งเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมา เจ้าพนักงาน กก. 5 บก.ปอศ. ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรี เข้าค้นบ้านเลขที่ 18/1042 หมู่ 2 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เข้าแสดงต่อ นายบัญญัติ ซึ่งทราบชื่อและตำแหน่งทางราชการในภายหลัง โดยนายบัญญัติได้แสดงตนเป็นผู้ครอบครองสถานที่ตามหมายค้น ก่อนจะมีการตรวจค้นพบของกลางและทำการจับกุมตัวมาสอบสวน

     สำหรับพฤติการณ์ของนายบัญญัติ ได้ปล่อยเงินกู้นอกระบบ และคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยใช้วิธียึดบัตรเอทีเอ็มเงินเดือนของผู้กู้เอาไว้ และให้ผู้กู้จดรายละเอียดรัหัสเอทีเอ็ม 4 หลักเอาไว้ หลังจากที่เงินเดือนออก ผู้ให้กู้จะไปกดเงินตามที่ผู้กู้ทำสัญญากู้กันไว้ แล้วจะนำสลิปมาเป็นหลักฐานให้ผู้กู้ดูและรับเงินเดือนส่วนที่เหลือจากหักหนี้ไป ซึ่งถ้าใครต้องการกู้ยืมเงิน ให้เตรียมสำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน มีการทำสัญญาตามแบบฟอร์มสัญญากู้ยืมเงินเพียงลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้และผู้ค้ำประกันไว้ โดยไม่กรอกรายละเอียดในแบบฟอร์มสัญญาเงินกู้ คิดดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อเดือน

     จากการสอบสวน นายบัญญัติ ยังให้การปฏิเสธว่า เอกสารเงินกู้ที่ตรวจพบเป็นของเก่าซึ่งได้เก็บเอาไว้ โดยก่อนหน้านี้ยอมรับว่าได้ปล่อยเงินกู้จริง ทำมาตั้งแต่ปี 2551 ก่อนที่จะได้เลิกไป เนื่องจากคสช.เข้มงวด ส่วนปืนของกลางที่พบเป็นของผู้กู้นำมาจำนำไว้ในราคา 5 หมื่นบาท 

     ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากพบหลักฐานเป็นสลิปการถอนเงินและการโอนเงินของต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยเบื้องต้นได้แจ้งข้อหา "ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต เรียกรับดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด, มีไว้เพื่อออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือประชาชน ซึ่งเป็นการกระทำเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือหนี้อื่นแลนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด และ มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี จากนั้นจะทำการสอบสวนขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการดังกล่าว หรือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการกระทำผิดต่อไป