
“บรรยิน”ยืนยันไม่คิดหลบหนีขอสู้คดีในชั้นศาล
“บรรยิน”ยืนยันไม่หลบหนีไปไหนจะขอต่อสู้่คดีในชั้นศาลให้ถึงที่สุด กองปราบฯเรียก“ป้อนข้าว”อดีตโบรกเกอร์สาวให้มาพบภายใน 3 วัน
เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรมช.พาณิชย์และอดีตสส.นครสวรรค์ ผู้ต้องหาคดีฆ่านายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ให้สัมภาษณ์ผ่านเนชั่นทีวี ว่า เมื่อตนได้รับการประกันตัวจากศาลก็ขอยืนยันว่าจะไม่หลบหนีไปไหนจะขอต่อสู้่คดีในชั้นศาลให้ถึงที่สุด แต่ตนสงสัยวันที่ 26 มิถุนายน ซึ่งญาติของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง ผู้เสียชีวิตได้แถลงข่าวครบรอบ 1 ปี โดยนางวันเพ็ญ ธนธรรมศิริ พี่สาวนายชูวงษ์ กล่าวว่า ตนยิงปืนข่มขู่พวกเขาซึ่งไม่ทราบว่าใครเป็นคนไปยิง เหตุใดจึงไม่ตรวจสอบ เพราะกล้องวงจรปิดหน้าบ้านของเขาหรือบ้านใกล้เคียงก็คงจะมีกล้องวงจรปิดทั้งนั้น
หลังจากทางญาติแถลงข่าวครบรอบ 1 ปี วันที่ 26 มิถุนายน ทางพนักงานสอบสวนกองปราบ ได้ไปขออำนาจศาลจังหวัดพระโขนงออกหมายจับตน โดยที่ตนไม่เคยได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวนมาก่อนเลย สอบสวนกันมา 1 ปี แต่เพิ่งมีพยานหลักฐานในวันที่ไล่เลี่ยกับที่ญาติแถลงข่าว อาจเป็นกระบวนการที่ต้องการทำให้ตนไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะมีการโอนคดีจากสน.อุดมสุข ไปให้กองปราบปรามทำคดี ทั้งๆที่สน.ท้องที่ ทำคดีคืบหน้าเรื่อยๆอยู่แล้ว
นอกจากนี้ในวันที่ตนถูกจับตนเดินทางไปเขาใหญ่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา นัดกันไปตีกอล์ฟกับกลุ่มเพื่อนกว่า 10 คน ไม่ได้ไปกับน.ส.อุรชา วชิรกุลฑล หรือป้อนข้าว อดีตโบรกเกอร์เพียงสองคน ขณะที่จับกุมยังเห็นเพื่อนของตนยืนอยู่ด้วยตนขอยืนยันว่าไม่ได้เตรียมการเพื่อหลบหนีตามที่เป็นข่าวออกไป เป็นการไปสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนเท่านั้น ส่วนน.ส.อุรชาก็รู้จักกันเพราะตกเป็นผู้ต้องหาเหมือนกัน อยากให้ช่วยกันวิเคราะห์ว่าตนได้รับความเป็นธรรมหรือไม่
ก่อนหน้านั้น พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ กล่าวว่า ขอถามกลับว่าที่คิดว่าตนฆ่านายชูวงษ์เพื่อหวังผลประโยชน์ 2-3 ร้อยล้านบาท ทั้งๆที่เป็นเพื่อนรักกัน เรื่องที่ตนทำธุรกิจกับครอบครัวนายชูวงษ์ เป็นหุ้นส่วนกันที่ จ.นครสวรรค์ มูลค่าเป็นพันล้านบาท ทำไมไม่เคยออกมาเปิดเผยว่า ตนได้ใส่ชื่อนางศิริรัตน์ ภรรยาของนายชูวงษ์เพียงคนเดียวเป็นเจ้าของตรงนี้ทำไมไม่บอกให้คนอื่นรู้บ้าง
และเมื่อเวลา 11.00 น.วันเดียวกัน มีรายงานข่าวว่า กองบังคับการปราบปราม โดย พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1บก.ป. ได้สั่งให้พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ออกหมายเรียก น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล หรือป้อนข้าว อายุ 26 ปี อดีตโบรกเกอร์สาวและผู้ต้องหาคดีโอนหุ้นนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมา เพื่อมาให้ปากคำเพิ่มเติมหลายประเด็น จากกรณีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แต่ถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานจากพนักงานสอบสวนว่า ได้ส่งหมายเรียกน.ส.อุรชาแล้วหรือยัง หากพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกน.ส.อุรชาเพื่อมาสอบปากคำแล้ว ก็จะกำหนดระยะเวลาให้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนภายใน 3 วัน ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก น.ส.อุรชา ว่าจะเข้าให้ปากคำแต่อย่างใด
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า นอกจากนี้หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบเข้าจับกุม พ.ต.ท.บรรยิน แล้วนั้น ทางชุดสืบสวนได้เข้าตรวจสอบห้องพักที่พ.ต.ท.บรรยิน เข้าพักที่รีสอร์ทดังกล่าวแล้ว พร้อมกับตรวจค้นรถยนต์ที่ พ.ต.ท.บรรยิน ขับขี่ไปยังรีสอร์ทด้วย เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนรวบรวมหลักฐานที่ตรวจสอบได้จากห้องพักและรถยนต์ทั้งหมดส่งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.)ตรวจสอบโดยละเอียดต่อไป ส่วนประเด็นการเรียก น.ส.อุรชา เข้าให้ปากคำในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด แต่เป็นการเรียกเข้าให้ปากคำในภาพรวมของทั้ง 2 คดี
ด้านน.ส.วันเพ็ญ ธนธรรมสิริ พี่สาวของนายชูวงษ์ กล่าวว่า ผู้ที่ลงมือไม่ได้ก่อเหตุเพียงคนเดียว เนื่องจากลักษณะการเสียชีวิตและสภาพศพของนายชูวงษ์ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ทั้งนี้มั่นใจในพยานหลักฐานที่มอบให้ตำรวจว่าจะสามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีได้



