
ทหารใช้ม.44บุกค้นอาวุธร.ร.อาชีวะดังไม่พบสิ่งผิดก.ม.
ทหารใช้ม.44บุกค้นอาวุธร.ร.อาชีวะดังหลังก่อเหตุซ้ำซาก-ไม่พบสิ่งผิดก.ม.
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 29 มิถุนายน พ.ท.ณัฐพล จวนเจริญ ผบ.ร.2 พัน.2 รอ. ร.อ.สุวิชชา งามเอนก ฝ.3 ร.2 พัน.2 รอ. สนธิกำลังกับ พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น.3 พ.ต.อ.กัญชล อินทราราม รอง ผบก.น.3 พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.ปิติพงษ์ มณฑา สวป.สน.มีนบุรี นำกำลังทหารเจ้าหน้าที่ทหาร ร.2 พัน.2 รอ. และเจ้าหน้าตำรวจสน.มีนบุรีทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 50 นาย อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 บุกเข้าตรวจค้นวิทยาลัยเทคโนโลยีมีนบุรีโปลีเทคนิค ภายในซอยสามวา ถนนสามวา แขวงบางชัน เขตคลอง สามวา กรุงเทพฯ โดยเจ้าหน้าได้แบ่งกระจายกำลังกันตรวจคนตั้งแต่ประตูปากทางเข้าโรงเรียน ตลอดจนภายในอาคารเรียนต่างๆ โดยมีคณะอาจารย์นำการตรวจค้น เบื้องต้นไม่พบอาวุธหรือสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำนักเรียนทั้งหมดเข้าอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับคำสั่งคสช. 30/2559 มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนและนักศึกษา ว่าถ้าหากก่อเหตุทะเลาะวิวาทกัน ผู้ปกครองก็ถูกดำเนินคดีไปด้วย ซึ่งทั้งหมดให้ความร่วมมือและเข้าใจเป็นอย่างดี
ร.อ.สุวิชชา กล่าวว่า ในวันนี้ได้นำกำลังทางเจ้าหน้าที่ทหาร ร.2 พัน.2 รอ. ประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และตำรวจ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 บุกเข้าตรวจค้นโรงเรียนดังกล่าว ที่ช่วงหลังมีเรื่องก่อเหตุทะเลาะวิวาทบ่อยครั้งที่ผ่านมา โดยนำคำสั่งคสช.ที่ 30/2559 ในการป้องกันเหตุนักเรียนตี ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจ รวมถึงการป้องปราม และสร้างความรับรู้ให้เกิดขึ้น ที่ทางหัวหน้าคสช. ได้เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ให้ทราบถึงกฎหมายฉบับนี้ โดยให้ผู้ปกครองต้องช่วยดูแลลูกหลาน หรือถ้าหากรุ่นพี่มีการยุยง ส่งเสริม ก็จะมีความผิดตามไปด้วย ซึ่งต่อไปนี้ทางเจ้าหน้าที่ทหารก็จะเอาจริงเอาจัง เข้าไปพูดคุยประชาสัมพันธ์ทุกโรงเรียนในทุกที่ และที่ผ่านมาก็ได้จัดทำโครงการนำนักเรียนที่มีความสุ่มสี่ยง เข้าช่วยเหลือพัฒนาสังคมในทุกๆด้าน และมีกิจกรรมที่ดีอีกมากมาย แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งที่มาทำให้นักเรียนที่ดีเหล่านี้หมดค่าลงไป ดังนั้นต่อไปนี้ทางเจ้าหน้าที่ทหารก็จะเข้ามาช่วยดูแลสอดส่องแก้ไขปัญหาให้มากยิ่งขึ้นอีกครั้ง
ด้านพล.ต.ต.ชัยพร กล่าวว่า สำหรับวัตถุประสงค์ในการเข้าค้น เพื่อต้องการให้นักศึกษาเหล่านี้อยู่ในกรอบที่วางไว้ และการตรวจค้นก็เป็นหนึ่งในมาตรการตามขั้นตอนที่เรากำหนด ซึ่งจากการตรวจค้นทั้งยานพาหนะของนักศึกษาร่วมถึงอาคารเรียนต่างๆในวันนี้ ยังไม่พบสิ่งผิดกฎหมายอะไร โดยมีการประสานทั้งหน่วยงานทหารและสำนักงานเขตเข้ามาช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหาเด็กนักเรียนตีกันให้ได้ ถึงแม้จะไม่เจออะไรเราก็จะทำการตรวจค้นไปเรื่อยๆ และตามโรงเรียนหรือสถาบันที่เป็นเป้าหมายทุกพื้นที่ และวันนี้ก็จะมีการให้ความรู้กับนักศึกษาเกี่ยวกับคำสั่งคสช.ที่. 30/2559 ที่ผู้ปกครองจะต้องถูกดำเนินคดีด้วย หากปล่อยปละละเลย ซึ่งจะมีโทษจำคุก 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี แล้วแต่การกระทำ เพื่อให้นักศึกษาเหล่านี้เป็นแรงงานกำลังหลักที่ดีของประเทศชาติต่อไป



