
ชาวขอนแก่นบ้านโอดน้ำท่วม4วันไร้คนเหลียวแล
โคราชฝนกระหน่ำหลายอำเภอน้ำไหลหลากท่วมขัง ขณะที่กาฬสินธุ์เร่งตรวจสอบจุดน้ำป่าไหลหลาก อุทยานฯสั่งปิดน้ำตกพังงาหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 29 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกลงมาติดต่อกันมาเป็นวันที่ 4 ในเขตอำเภอเมืองขอนแก่น ทำให้บ้านขามเจริญ หมู่ 8 ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น มีน้ำท่วมขังภายในหมู่บ้านมาสูงกว่า 20 เซนติเมตร การเดินทางเข้าออกภายในหมู่บ้านและการใช้ชีวิตของชาวบ้านกว่า 30 คน จาก 10 หลังคาเรือน เป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากน้ำท่วมถนน ซึ่งเป็นซอยที่ชาวบ้านใช้เข้าออกเป็นประจำ และฝนที่ยังตกลงมาตลอดทั้งวัน ทำให้น้ำไหลเข้าไปในบ้านและห้องน้ำห้องส้วมของชาวบ้านจนไม่สารถใช้งานได้ และยังพบว่าขณะนี้น้ำกำลังเน่าเสียและเริ่มส่งกลิ่นเหม็น
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบ พบนางคำปัน สีทอนชิน อายุ 66 ปี และนายสมพงษ์ สุริโยวิรัตน์ อายุ 68 ปี สองสามีภรรยา และชาวบ้านขามเจริญ กำลังเดินลุยน้ำสีแดงขุ่นที่ท่วมสูงถึงระดับหน้าแข้งออกมาที่หน้าปากซอยอย่างทุลักทุเล สภาพความเป็นอยู่ภายในบ้านชาวบ้านต้องนำสิ่งของเครื่องใช้ขึ้นไว้บนที่สูง ขณะที่ร้านขายอาหารแบบเพิงไม้ก็ถูกน้ำท่วม ไม่สามารถค้าขายได้
นางคำปัน เล่าว่า อาศัยอยู่หมู่บ้านนี้มากว่า 20 ปี แล้ว ทุกๆปี ก็ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมบ้านเป็นประจำ แต่ปีนี้ถือว่าลำบากมากเนื่องจากน้ำที่ไหลลงมาจากที่ต่างๆ ไหลมารวมอยู่ที่นี้ และไม่สามารถระบายออกไปได้เหมือนปีก่อนๆ ซึ่งคาดว่าเป็นผลมาจากการก่อสร้างอาคารพานิชย์และบ้านจัดสรรทับทางน้ำไหล ฝนที่ตกลงมาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้เป็นเวลา 4 วันแล้ว แต่ระดับน้ำก็ยังไม่ลดลง และอาจท่วมสูงขึ้นอีกหากฝนตกหนัก ตอนนี้ตนและชาวบ้านที่อาศัยอยู่ภายในซอยลำบากมาก โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่ต้องคอยระวังอันตรายที่จะมากับน้ำ ทั้งงู ตะขาบ และสัตว์มีพิษชนิดอื่นๆ รวมทั้งโรคที่เกิดจากการเดินลุยน้ำด้วย
นายสมพงษ์ สุริโยวิรัตน์ บอกว่า หลังน้ำท่วมถนนและไหลเข้าบ้าน ได้ประสานขอความช่วยเหลือไปยังเทศบาลตำบลเมืองเก่า ให้เข้ามาช่วยเหลือโดยการขุดลอกทางระบายน้ำ และสูบน้ำออกไป เพราะตอนนี้น้ำเริ่มเน่าเหม็นแล้ว แต่ผ่านมา 4 วันแล้วก็ยังไม่ได้รับการตอบรับจากทางเทศบาลฯวันไหนที่ฝนตกหนัก ตนและภรรยาก็จำเป็นต้องช่วยกันนำจอบไปขุดเพื่อเปิดทางน้ำที่บริเวณหน้าปากซอย แต่ก็ไม่ช่วยอะไรได้มาก จึงอยากให้ทางเทศบาลฯ และทางจังหวัดหาทางช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพราะตอนนี้ชาวบ้านรายคนเริ่มมีอาการคันตามผิวหนัง ซึ่งเกิดจากการแพ้น้ำที่สกปรก
กาฬสินธุ์เร่งตรวจสอบจุดน้ำป่าไหลหลาก
จากกรณีที่เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ส่งผลให้น้ำป่าจากป่าดงระแนง อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เกิดไหลหลากข้ามถนนเส้นปากทางเขื่อนลำปาว เข้ามาในพื้นที่ บ้านตูม ต.บัวบาน อ.ยางตลาด โดยน้ำป่าที่ไหลเชี่ยวและมีปริมาณมากทำให้น้ำได้กัดเซาะถนนทางเข้าหมู่บ้าน คอสะพานคลองชลประทาน 2 แห่ง บ่อเลี้ยงกุ้งก้ามกราม และพืชผลทางการเกษตร ของชาวบ้านได้รับความเสียหายซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 1 เดือนทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน
ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.นายวินัย วิทยานุกูล ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกับ ร.ต.จิรภัทร วิเศษศรี หัวหน้าชุดประสานงานกิจการพลเรือน กองพันทหารม้าที่ 14 กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ นายสเตรสฉัน (สะ-เตรด-ฉัน) ภูนาสูง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 19 ต.บัวบาน พร้อมด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชนได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก โดยพบว่าน้ำป่าได้ไหลลงมาจากป่าดงระแนงไหลข้ามมาถนนทำให้คลองระบายน้ำฉุกเฉินถูกกระแสน้ำพัดจนพังไปหลายจุด ถนนทางเข้าหมู่บ้านที่ชาวบ้านใช้สัญจรก็ถูกกระแสน้ำพัดจนพังเสียหายไปหลายจุดเช่นกัน และยังพบว่าน้ำป่าที่ไหลเชี่ยวได้กัดเซาะคอสะพาน 2 แห่ง เสียหายหนัก 4 จุด จุดใหญ่สุดมีความกว้างประมาณ 4 เมตร ลึกประมาณ 4 เมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำแนวกั้นไว้เพราะเกรงว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น พร้อมนำกระสอบทรายไปทำแนวกั้น เพื่อชะลอน้ำและดินทรายที่ไหลมาแล้ว
นายสเตรสฉัน (สะ-เตรด-ฉัน) ภูนาสูง ผู้ใหญ่บ้านตูม หมู่ 19 กล่าวว่า ปีนี้ถือว่าประสบปัญหาน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรง โดยเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นเพียง 1 ครั้ง แต่ปีนี้มีน้ำป่าไหลหลากเข้ามาในพื้นที่แล้วถึง 4 ครั้ง โดยแต่ละครั้งก็จะมีเจ้าหน้าที่มาคอยช่วยแก้ปัญหาเบื้องต้นโดยการนำดินมาถมเพื่อให้รถสัญจรผ่านไปมาได้ แต่ถ้าเกิดฝนตกหนักน้ำป่าก็จะไหลเข้ามาในพื้นที่สร้างความเสียหายเหมือนเดิม จึงอยากให้มีการสร้างฝายชะลอน้ำที่ป่าดงระแนงเพื่อเป็นการลดความแรงของกระแสน้ำ ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาวก็อยากจะมีการทวงคืนผืนป่าเพื่อทำการปลูกป่าทดแทนให้ป่ามีความอุดมสมบูรณ์เหมือนเดิม ซึ่งหากป่ายังเป็นแบบนี้เหมือนเดิมเมื่อมีฝนตกลงมาทำให้เกิดกระแสน้ำป่าไหลหลาก ความแรงของน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ได้กัดเซาะถนนพังและพัดพาทรายทับถมร่องระบายน้ำ ตลอดทั้งพื้นที่การเกษตร ที่พักอาศัย บ่อเลี้ยงกุ้งก้ามกราม ได้รับความเสียหายซ้ำซากทุกปี
ด้าน ร.ต.จิรภัทร วิเศษศรี กล่าวว่า ขณะนี้ได้ทำการตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายและจะได้นำข้อมูลไปรายงานกับผู้บังคับบัญชาเพื่อหาแนวทางการแก้ไขในระยะยาว ส่วนการแก้ไขปัญหาช่วงนี้ก็จะได้เร่งแก้ไขปรับพื้นที่ให้รถสามารถสัญจรผ่านไปมาได้เป็นการแก้ปัญหาเบื้องต้น และจะได้ทำการเตรียมความพร้อมเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ตลอดเวลา หากเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากอีกครั้งก็จะสามารถเข้าให้ความช่วยเหลือได้ทันที
ขณะที่นายวินัย วิทยานุกูล ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนายอำเภอยางตลาด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าสำรวจความเสียหาย และเร่งแก้ไขปัญหา ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำกระสอบทรายไปกั้น เพื่อชะลอความแรงของน้ำและดินทรายแล้ว และต่อไปได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งซ่อมแซมแก้ไข เพื่อทำให้ถนนและสะพานกลับมาใช้งานตามปกติและปลอดภัยโดยเร็ว อย่างไรก็ตามช่วงนี้มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้กำชับไปยังอำเภอต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงที่อยู่ใกล้ภูเขา และแม่น้ำ ให้ระวังน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วม โดยจะต้องจัดเตรียมอุปกรณ์และเจ้าหน้าที่ไว้คอยแจ้งเตือนและให้การช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมงหากเกิดภัยดังกล่าวขึ้นจะได้เข้าไปช่วยได้ทันท่วงที
โคราชฝนกระหน่ำหลายอำเภอน้ำไหลหลากท่วมขัง
นายสุเทพ รื่นถวิล หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ได้รับรายงานมีฝนตกหนักบริเวณด้านทิศเหนือของจังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่ช่วงกลางดึกถึงช่วงสายวันที่ 29 มิถุนายน ส่งผลให้หลายพื้นที่ได้รับความเสียหายจากสภาวะน้ำไหลหลากและท่วมขังบางแห่ง โดยมีพื้นที่เขตเทศบาลตำบลหนองบัววง ต.ขุย อ.ลำทะเมนชัย น้ำท่วมขังบ้านเรือน 30 หลังคาเรือน สูงประมาณ 40-50 เซนติเมตร น้ำท่วมบนพื้นผิวถนนสายพิมาย–ชุมพวง ช่วงบ้านพุทรา-หน้าโรงเรียนพิมายสามัคคี อ.พิมาย และน้ำฝนจากบ้านโคกเจริญ หมู่ 15 ต.ชุมพวง ไหลหลากผ่านหน้าทางเข้าโรงเรียนชุมพวงศึกษา อ.ชุมพวง ลงลำมาศเขตเทศบาลตำบลชุมพวง โดยเป็นสีน้ำขุ่นลักษณะพัดพานำเศษดินตะกอนมาจำนวนมาก ปภ.ชุมพวง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งบุคลากรทางการศึกษา ได้เร่งเปิดทางน้ำพร้อมเฝ้าระวังเกรงทางน้ำจะเปลี่ยนทิศไหลท่วมขังในสถานศึกษา ล่าสุด 14.00 น. สถานการณ์ทุกอำเภอเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว
ด้าน นายสงัด สายใหม่ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ผลกระทบจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ทำให้มีฝนตกหนักบริเวณทิศเหนือของจังหวัดนครราชสีมา ครอบคลุมไปยังพื้นที่ติดต่อกับ จ.ชัยภูมิ,จ.ขอนแก่น และ จ.บุรีรัมย์ วัดปริมาณน้ำฝนมากที่สุด ที่ อ.ลำทะเมนชัย 181 มิลลิเมตร ,อ.แก้งสนามนาง 120 มิลลิเมตร,อ.พระทองคำ 118.5 มิลลิเมตร และ อ.เมืองยาง 113.2 มิลลิเมตร คาดว่าช่วงเย็นจะมีฝนตกหนักจนถึงช่วงเช้าวันที่ 30 มิ.ย. จากนั้นความหนาแน่นของกลุ่มเมฆฝนจะเริ่มขยับตัวลดลงและเบาบางลง
อุทยานฯสั่งปิดน้ำตกพังงาหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง
นายชาติชาย ชำนิการ หัวหน้าหน่วยอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง จ.พังงา เปิดเผย “ผู้สื่อข่าว” ว่า ในช่วงนี้หลายพื้นที่ของ จ.พังงา มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ส่งผลทำให้ที่ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ลป.2 (น้ำตกลำปี) ต.ท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ความสูงประมาณเกือบ 100 เมตร พบว่าในช่วงนี้น้ำตกมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นและไหลเชี่ยว ประกอบกับมีสีเหลืองและขุ่นข้น
ทาง อุทยานฯ จึงประกาศปิดน้ำตกเป็นการชั่วคราว พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย เตรียมอุปกรณ์เสื้อชูชีพ ห่วงยาง และประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทราบห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำตกโดยเด็ดขาด เกรงว่าจะเกิดน้ำป่าไหลหลากได้ตลอดเวลา พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามสภาพอากาศในระยะนี้อย่างใกล้ชิด และเฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยจัดเจ้าหน้าที่คอยดูและสังเกตการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง



