
"ดอนเจดีย์โมเดล"สหกรณ์ฯต้นแบบช่วยชาวนา
กรมส่งเสริมสหกรณ์ ยึดสหกรณ์การเกษตรดอนเจดีย์ จำกัด จ.สุพรรณบุรี เป็นโมเดลต้นแบบช่วยเหลือชาวนา
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า สหกรณ์การเกษตรดอนเจดีย์ จำกัด จ.สุพรรณบุรี ถือว่าเป็นธนาคารสินค้าเกษตรในสถาบันเกษตรกรแห่งแรกของประเทศ ที่กรมฯใช้เป็นพื้นที่นำร่องพื้นที่อื่นๆ เป้าหมายหลัก คือ ส่งมอบปัจจัยการผลิตช่วยเหลือเกษตรกร เช่น เมล็ดพันธุ์ข้าว ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง สารเคมี เครื่องจักกรกลการเกษตร สินค้าอุปโภค บริโภค เป็นแหล่งเงินทุน
อีกทั้ง ยังเป็นการแลกเปลี่ยนปัจจัยการผลิตระหว่างเกษตรกรด้วยกันเอง สอดรับกับนโยบายของ พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ต้องการให้สหกรณ์มีความเข้มแข็ง ลดต้นทุนผลิต ได้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพดี ดูแลซึ่งและกัน แก้ไขปัญหาร่วมกัน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพิ่มโอกาสทางการแข่งขันให้เกษตรกร
อย่างไรก็ตาม หากเกษตรกรผลิตสินค้าเกษตรในปริมาณที่มากสามารถนำสินค้ามาฝากจำหน่ายที่สหกรณ์ได้ ขณะเดียวกันเกษตรกรที่มีปัญหาเรื่องเมล็ดพันธุ์ หรือไม่มีเมล็ดพันธุ์ในฤดูผลิต ก็สามารถมาติดต่อขอรับได้ และนำผลผลิตมาคืนหลังฤดูเก็บเกี่ยว พร้อมดอกเบี้ย สำหรับเป้าหมายในอนาคตจะต่อยอดความรู้ไปยัง 76 จังหวัดทั่วประเทศ
ด้านนายสมบัติ ดีมี ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรดอนเจดีย์ จำกัด จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า สหกรณ์พร้อมที่จะดำเนินการตามนโยบายของภาครัฐ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และสร้างความเข้มแข็งให้กับสมาชิก ซึ่งปัจจุบันสหกรณ์ฯ ดำเนินงาน 5 ด้าน คือ 1.ธุรกิจสินเชื่อ 2.ธุรกิจจัดหาสินค้าจำหน่าย 3. ธุรกิจรวบรวมผลผลิต 4.ธุรกิจแปรรูป และ 5.ธุรกิจบริการ ซึ่งผลการดำเนินที่ผ่านมานับว่าประสบความสำเร็จ จนทำให้ได้รับรางวัล อาทิ สหกรณ์มีผลงานดีเด่นปี 2539 และ 2544,ผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์เกรดเอ ปี 2541,ผู้จัดการดีเด่น ปี 2542,สหกรณ์ดีเด่นลูกค้า ธกส. และสหกรณ์ผู้มีผลงานดีเด่นปี 2543
นอกจากนี้ สหกรณ์ฯยังเข้าร่วมทำงานตามนโยบายรัฐหลายโครงการ เช่น โครงการส่งเริมการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ให้แก่เกษตร ได้สนับสนุนเกษตรกรปี 2559 ซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวกิโลกรัมละ 1.50 บาท และโครงการส่งเสริมเครื่องจักกลการเกษตรเพื่อลดต้นทุนปี 2559 ได้รับเงินสนับสนุน รถเกี่ยวรถนวดข้าว จำนวน 2 คัน อีกทั้ง ยังส่งเสริมให้เกษตรกรสร้างมูลค่าเพิ่มข้าวปีการผลิต 2558 /2559 และได้ขอกู้เงิน ธกส.ในอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 2 เพื่อใช้เป็นงบประมาณในการรวบรวมซื้อข้าวเปลือกจากสมาชิก แก้ปัญหาปริมาณข้าวเปลือกล้นตลาด ขณะเดียวยังช่วยในเรื่องการจัดการตลาด ปัจจัยการผลิต และด้านคุณภาพ ตามนโยบายประชารัฐ



