
จี้ทบทวนขยายรันเวย์สนามบินภูเก็ตลงทะเล
นักวิชาการชี้ผลกระทบถมทะเล 1 กม.ขยายรันเวย์สนามบินภูเก็ต เสี่ยงหายนะรุนแรง เสนอยกเลิกแนวคิด หากเดินหน้าต่อ เตรียมทำหนังสือคัดค้านในนามสมาคมวิทยาศาสตร์ทางทะเล
จากกรณีที่นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมว.คมนาคม มีแนวคิดที่จะผลักดันการขยายรันเวย์สนามบินภูเก็ตลงทะเลอีก 1 กิโลเมตร เพื่อรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวในกลุ่มนักวิชาการด้านทะเล และนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมขึ้น โดย ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเล ได้ออกมาแสดงความเห็นคัดค้านผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า " เพราะทะเล คือหัวใจของภูเก็ต การสร้างรันเวย์ลงทะเลยาว 1 กิโลเมตรเปรียบเสมือนการตอกลิ่มลงกลางหัวใจ ผมมั่นใจว่าเรามีทางเลือก และการถมทะเลสร้างสนามบินไม่ใช่ทางเลือกสุดท้าย แต่เป็นทางที่ไม่ควรเป็นแม้แต่ทางเลือก จึงอยากขอให้คิดทบทวนใหม่ #เพราะมันเกินไปหากเราคิดฆ่าทะเล "
ดร.ธรณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่เห็นด้วยกับการถมทะเลระยะทาง 1 กิโลเมตร เพราะจะเกิดผลกระทบที่รุนแรงโดยเฉพาะความยาวที่ยื่นลงทะเลเป็นแนวตรงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงการไหลของกระแสน้ำทะเลจนเกิดการกัดเซาะที่รุนแรงเป็นวงกว้างมากกว่า 5 - 10 กิโลเมตร ในจุดใกล้เคียง ขณะที่บริเวณหาดไม้ขาวและหาดในยาง เป็นจุดวางไข่ของเต่ามะเฟือง และแนวปะการังที่จะได้รับผลกระทบจากตะกอนในระหว่างก่อสร้าง ดังนั้น จึงคิดว่าไม่ควรต้องใช้งบ 10 - 20 ล้านบาทมาศึกษา เพราะโครงการนี้ไม่ควรเกิดขึ้น และไม่สามารถมีมาตรการลดผลกระทบใดๆ หากยังมีการผลักดันต่อ จะหารือกับนักวิชาการทางทะเลร่วมกันออกแถลงการณ์คัดค้านในนามสมาคมวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งประเทศไทยต่อไป นอกจากนี้ยังพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติ เช่น นายศศิน เฉลิมลาภ ที่ปรึกษามูลนิธิสืบนาคะเสถียร ที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ รวมทั้งในกลุ่มนักวิชาการด้านปะการังของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
ล่าสุดวันนี้ (29 มิ.ย.) ดร.ธรณ์ ได้โพสต์ข้อมูลลงเฟซบุ๊กส่วนตัว Thon Thamrongnawasawat ว่า
มาดูแผนที่ให้ชัดว่าถ้าเราทำรันเวย์สนามบินภูเก็ตยื่นไปในทะเล 1 กิโลเมตร จะเกิดอะไร ? #ทะเลไม่ได้มีไว้ให้ถม
จากภาพดาวเทียมจะเห็นแนวปะการัง (เส้นประสีเหลือง) ของอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ห่างไปเพียงไม่กี่ร้อยเมตร จะต้องโดนผลกระทบเต็มๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งระหว่างการก่อสร้าง (ตะกอน ฯลฯ) และเมื่อสร้างเสร็จ (กระแสน้ำเปลี่ยนทิศทาง ฯลฯ)
ยังมีผลด้านอื่นๆ ทั้งกัดเซาะชายฝั่งที่วางไข่สัตว์สงวน (ขอหาดไม้ขาวให้เต่ามะเฟือง) และเต่าทะเลอื่น รวมถึงชายหาดที่เป็นธรรมชาติแห่งสุดท้ายของภูเก็ต (อุทยานสิรินาถ - หาดในยาง)
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงรุนแรงและไร้ทางหลีกเลี่ยง ไม่ว่าจะศึกษา EIA ให้ดีปานใด เพราะสถานที่ตั้งไม่เหมาะสมตั้งแต่แรก
ผมมั่นใจว่าเรามีทางเลือกดีกว่านี้ แม้อาจต้องลำบากนิดหรือไกลหน่อย แต่มันคุ้มค่าแน่นอนเมื่อเทียบกับการถมทะเล
นี่ไม่ใช่การคัดค้านความเจริญ แต่เป็นการสนับสนุนความเจริญที่มาพร้อมกับความ "มั่นคง" ด้านทรัพยากร ความ "มั่งคั่ง" ที่เกิดจากการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างรอบคอบ และความ "ยั่งยืน" ของการเก็บทะเลในอุทยานแห่งชาติให้เป็นสมบัติของลูกหลานครับ



