"พุทธอิสระ"กล่าวโทษ"ธัมมชโย"รู้เห็นศิษย์ขวางดีเอสไอ
ปทุมธานี - “พุทธอิสระ” กล่าวโทษ“ธัมมชโย”รู้เห็นเป็นใจให้ศิษย์ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ
ปทุมธานี - เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 29 มิ.ย.59 พระพุทธอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ได้ยืนหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษพระเทพญาณมหามุนี เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นผู้มีความผิดตาม พรบ.ปกครองคณะสงฆ์กฎหมายปกครองอาญา รู้เห็นเป็นใจและสนับสนุนให้บรรพชิตและคฤหัสถ์ทำการกับขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ จึงร้องได้ขอให้เจ้าพนักงานสอบสวนทำการเรียกตัวเจ้าวาสวัดพระธรรมกายมาสอบสวนโดยมี พ.ต.อ.สุนนทร โตรอด รอง ผบก.ปทุมธานีรับเรื่อง ที่สภ.คลองหลวง อ.คลองคลวง จ.ปทุมธานี
พระพุทธอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย กล่าวว่า ที่มาวันนี้ได้มายืนหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษพระเทพญาณมหามุนี เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย โดยขอกวาดขยะพระธรรมวินัยกันอีกซักที ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์พุทธศักราช 2505 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่2) พุทธศักราช 2535 มาตรา37 (2) เจ้าวาสมีหน้าที่ปกครองสอดส่องให้บรรพชิตและคฤหาสน์ที่มีอยู่หรือพำนักอาศัยอยู่ในวัดนั้น ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย กฎมหาเถระสมาคม ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งของมหาเถรสมาคม มาตรา38(1) เจ้าวาสมีอำนาจให้บรรพชิตและคฤหาสน์ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาส เข้าอยู่อาศัยในวัด(2) สั่งให้บรรพชิตและคฤหาสน์ซึ่งอยู่ในวัดของเจ้าวาสออกไปเสียจากวัด
และกฎมหาเถระสมาคมฉบับที่ 14 (พุทธศักราช 2541) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆราชการข้อที่44กำหนดว่า พระสังฆาธิการต้องเอื้อเฟื้อต่อกฎหมายพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ กฎกระทรวง กฎมหาเถระสมาคมระเบียบ คำสั่ง มติ ประกาศ พระราชบัญญัติชา สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช และปฎิบัติตามพระธรรมวินัยโดยเคร่งครัด
ด้วยพรบ.ปกครองสงฆ์ดังกล่าวมา ที่ใช้อำนาจทองผู้ที่อยู่ในอาวาสทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาส รวมทั้งสั่งให้บรรพชิตและคฤหัสถ์ซึ่งอยู่ในโอวาทของเจ้าอาวาสออกไปเสียจากวัด ทางจะว่าเป็นพระสังฆาธิการต้องเอื้อเฟื้อต่อกฎหมาย
จะเห็นได้ว่าการที่DSIนำหมายจับและหมายค้นที่ออกโดยศาลอาญา เข้าไปในวัดพระธรรมกายเพื่อจับกุมตัวเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายหรือพระเทพญาณมหามุนี แต่เจ้าหน้าที่ DSI กลับต้องเจอกับกระบวนการขัดขวางสารพัดนับตั้งแต่ รถขุด รถตั รั้วเหล็ก โล่มนุษย์ ที่มีทั้งบรรพชิตและคฤหัสน์ออกมาตั้งแถวนั่งสมาธิขวางอยู่บนถนน ท่ามกลางแสงแดดและสายฝน นำซ้ำยังมีการเจรจาต่อรองกันเป็นระยะ จน DSI ไม่สามารถเข้าไปจับกุมเจ้าอาวาสผู้ตกเป็นผู้ต้องหารับของโจรของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น
พฤติกรรมของบรรพชิตและคฤหัสถ์ที่ต้องทำภายใต้อำนาจของการปกครองเจ้าอาวาส ตาม พรบ.ปกครองสงฆ์ดังกล่าวมา แต่เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ยอมปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ดังปรากฏใน พรบ.คณะสงฆ์ ปี 05 แก้ไขเพิ่มเติมปี 35 ตามมาตรา37(2) และมาตรา38(1) ,(2)และกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 24 ปี 41ข้อ 44 ดังกล่าว
เมื่อพระเทพญาณมหามุนีเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ได้ทำหน้าที่ตามบทบัญญัติของกฎหมาย ปกครองคณะสงฆ์จึงเป็นเหตุให้บรรพชิตและคฤหาสน์ได้กระทำการละเมิดกฏหมายอาญา 1.ความผิดฐานขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเหลือเจ้าพนักงานตามกฏหมายในการหรือปฏิบัติตามหน้าที่ตามประมวลกฎหมายมาตรา 138 2.ความผิดฐานร่วมกันข่มขืนใจพนักงานได้พิเศษให้จำต้องระแวงกันหรือปฏิบัติหน้าที่ตามหมายค้นและหมายจับของศาลอาญา ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 139
3.ความผิดฐานช่วยพระเทพญาณมหามุนีผู้กระทำความผิดหาว่ากระทำความผิดประการใด เพื่อไม่ให้พระเทพญาณมหามุนี ให้ไม่ต้องถูกจับกุม ตามหมายจับของศาลอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 189 4.ความผิดฐานผู้ใช้ ผู้จ้างวาน ผู้ยุยงส่งเสริม ผู้ให้ความช่วยเหลือ ผู้ให้ความสะดวกให้แก่ผู้กระทำความผิดตามที่กล่าวมาในข้อ 1.ถึงข้อ 3.และความผิดเป็นผู้ประกาศผู้โฆษณาพูดเชิญชวนให้กระทำความผิดตามที่กล่าวมาในข้อ1.ถึงข้อ3.ข้างต้น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 84 มาตรา 85 มาตรา 86 และมาตรา 87
กรรมเป็นเครื่องส่อเจตนาพระเทพญาณมหามุนี ธัมมชโย เจ้าวาสวัดพระธรรมกาย ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดียักยอกฟอกเงิน รับรองโจร จึงเป็นไปได้ว่าเจ้าอาวาส วัดพระธรรมกายได้รู้เห็นเป็นใจและสนับสนุนให้บรรพชิตและคฤหัสถ์ทำการกับขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ จึงกลายเป็นผู้ละเมิดกฏหมายอาญาดังกล่าวมาทั้งหมด อีกทั้งในฐานะที่ตนเองมีสถานะเป็นเจ้าพนักงานของรัฐจึงมีความผิดฐานเป็นผู้ละเมิดกฏหมายอาญามาตรา 157 ผู้ใดงานหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2000 บาทถึง 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
พระพุทธอิสระจึงมาร้องทุกข์กล่าวโทษพระเทพญาณมหามุนีเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายเป็นผู้มีความผิดตามพรบ.ปกครองคณะสงฆ์กฎหมายปกครองอาญาดังกล่าว ต่างกันต่างวาระ หลายมาตรา จึงร้องขอให้เจ้าพนักงานสอบสวนทำการเรียกตัวเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายเข้ามาสอบสวนและดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ตามบทกำหนดโทษทางกฏหมายทั้งของพรบ.คณะสงฆ์และประมวลกฎหมายอาญาดังกล่าวทุกมาตรา



