
ยอดเหยื่อบึ้มสนามบินอิสตันบุล 41-ต่างชาติ 13
ยอดผู้เสียชีวิตเหตุกราดยิง-บึ้มฆ่าตัวตายถล่มสนามบินอิสตันบุล เพิ่มเป็น 41 เป็นต่างชาติ 13 คน สนามบินเสียหายหนัก ไม่มีกลุ่มใดอ้างลงมือแต่ทางการเชื่อฝีมือไอเอส
ความคืบหน้าเหตุคนร้าย 3 คนบุกกราดยิงตามด้วยระเบิดฆ่าตัวตาย โจมตีสนามบินนานาชาติอตาเติร์ก ในนครอิสตันบุล เมืองใหญ่สุดของตุรกีเมื่อคืนที่ผ่านมา ล่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 41 คน บาดเจ็บอีก 239 คน ในกลุ่มผู้เสียชีวิต มีชาวต่างชาติรวมอยู่ด้วย 13 คน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บได้รับอนุญาตออกจากโรงพยาบาลแล้ว 109 คน
เหตุกราดยิงและระเบิดฆ่าตัวตายเกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.50 น. ของวันอังคารที่ 28 มิ.ย. ( 1.50 น. วันพุธตามเวลาประเทศไทย )
นายกรัฐมนตรี บินาลิ ยิลดิริม ระบุว่า มือระเบิดฆ่าตัวตาย 3 คนเดินทางเข้าสนามบินด้วยแท็กซี่และเปิดฉากกราดยิงใส่ผู้โดยสารด้วยปืนอัตโนมัติ ก่อนจุดระเบิดฆ่าตัวตาย แม้ว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มใดอ้างอยู่เบื้องหลัง แต่เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มไอเอส
สื่อรายงานว่า จุดเกิดเหตุอยู่ในบริเวณทางเข้าอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ อาคารผู้โดยสารภายในประเทศและลานจอดรถ
ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ถูกแชร์ในอินเตอร์เน็ตบันทึกภาพนาทีระเบิดได้สองครั้งโดยภาพหนึ่งเป็นช่วงไฟลุกหลังเหตุระเบิดที่ทางเข้าอาคารผู้โดยสาร และอีกภาพเป็นนาทีที่คนร้ายถูกตำรวจยิงล้มลงกับพื้นและจุดระเบิด
ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเต็มไปด้วยความโกลาหล มีเสียงกรีดร้อง และผู้คนวิ่งเตลิด เศษซากความเสียหายและคราบเลือดกระจายไปทั่ว
หลังเกิดเหตุ สนามบินต้องระงับเที่ยวบินทั้งหมดทันที ทำให้หลายร้อยเที่ยวบินหรือเกือบ 1 ใน 3 ถูกยกเลิกและอีกบางส่วนเลื่อนล่าช้า ก่อนเปิดให้บริการเพียงบางส่วนในเวลาต่อมา
เจ้าหน้าที่เริ่มเข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานและประเมินความเสียหาย พบแผงเพดานที่ทางเข้าอาคารผู้โดยสารหลุดเสียหาย และกระจกหน้าต่างมีรอยกระสุน กระเป๋าสัมภาระกระจัดกระจาย
ตลอดสองปีนี้ตุรกีเผชิญเหตุก่อการร้ายด้วยการกราดยิงและระเบิดหลายครั้ง โดยเป็นการกระทำของกลุ่มไอเอสและกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนชาวเคิร์ด
นครอิสตันบุล ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและท่องเที่ยวของตุรกี มีประชากรประมาณ 15 ล้านคน เผชิญกับการโจมตี 4 ครั้งแล้วในปีนี้ แต่การถล่มสนามบินนานาชาติอตาเติร์ก คือครั้งรุนแรงที่สุด ก่อนหน้านี้ เป็นเหตุระเบิดใจกลางเมือง คร่าชีวิตนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน 12 คน ซึ่งเชื่อว่าเป็นฝีมือไอเอส อีกสองเดือนหลังจากนั้น ชาวอิสราเอล 3 คนและอิหร่าน 1 คน เสียชีวิตจากเหตุระเบิดในย่านช็อปปิง และยังมีเหตุระเบิดที่สนามบินนานาชาติอีกแห่งของอิสตันบุล คร่าชีวิตพนักงานทำความสะอาดและมีผู้บาดเจ็บอีก 1 คน เครื่องบินหลายลำได้รับความเสียหาย
สนามบินอตาเติร์กเป็นสนามบินที่มีการเดินทางคับคั่งเป็นอันดับ 3 ของยุโรป และอันดับ 11 ของโลก มีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดขึ้นด้วยการติดตั้งเครื่องเอ็กซเรย์และเครื่องตรวจจับโลหะ ที่ทางเข้าอาคารผู้โดยสาร แต่การตรวจสอบรถยนต์ที่เข้าไปในสนามบินยังทำได้จำกัด ทำให้ง่ายต่อการถูกโจมตี
ประธานาธิบดีเรเจ๊บ แทยิบ แอร์ดวนของตุรกี กล่าวว่า การก่อการร้ายครั้งนี้ ควรเป็นจุดเปลี่ยนในการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายทั่วโลก ระเบิดแบบในอิสตันบุล อาจเกิดขึ้นที่สนามบินในเมืองใดก็ได้ในโลกนี้
สหรัฐประณามการโจมตีว่าเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ และพร้อมสนับสนุนตุรกี ส่วนนายโทมัส เด ไมเซียเรอ รัฐมนตรีมหาดไทยเยอรมนีกล่าวประณามเช่นกันว่าเป็นการโจมตีที่ขี้ขลาดและโหดเหี้ยม
สถานทูตไทยในกรุงอังการา ยืนยันไม่พบคนไทยได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลานั้น สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ มีเที่ยวบินบินไปหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย ในกรณีที่มีคนไทยประสบเหตุฉุกเฉิน สามารถติดต่อสถานทูตได้ที่หมายเลข +90 533 641 5698



