
มท.ไฟเขียว"ปลดล็อก"เกณฑ์รายได้ ปรับเทศบาลใหญ่ขึ้น-พนักงานเป็นปลื้ม
ปทุมธานี - เทศบาลทั่วประเทศเป็นปลื้ม มหาดไทย "ปลดล็อก" หลักเกณฑ์จากรายได้ ช่วยสร้างฝันกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ พนักงานทุกระดับ ต่อยอดถึงการปรับขนาดเทศบาลให้ใหญ่ขึ้น และง่ายต่อการบริหารงาน
นางฐิตินันท์ เจริญอาจ ปลัดเทศบาลเมืองสนั่นรักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ในฐานะผู้แทนปลัดเทศบาล คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล (ก.ท.) ได้กล่าวถึงความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การปรับขนาดเทศบาลเป็นขนาดใหญ่ว่า สืบเนื่องจากการประชุม ก.ท. เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยมีนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประธานกรรมการกลางพนักงานเทศบาล ได้มีมติให้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การปรับขนาดเทศบาลเป็นขนาดใหญ่ขึ้น
โดยกำหนดเกณฑ์การประเมิน ดังนี้ เกณฑ์จากรายได้ เกณฑ์ปริมาณงาน เกณฑ์ประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน และให้ลดคะแนนผ่านเกณฑ์รวมเฉลี่ย จากร้อยละ 80 เหลือร้อยละ 75 สำหรับเกณฑ์รายได้ให้เปลี่ยนจากเดิมคือ แต่เดิมรายได้ไม่ถึง 100 ล้านบาท (ไม่รวมเงินอุดหนุน) ได้ 40 คะแนน ให้ปรับเปลี่ยนเป็นเริ่มต้นที่ 80-100 ล้านบาท (รวมเงินอุดหนุนทั่วไป) ได้ 40 คะแนน, เกินกว่า 100-110 ล้านบาท ได้ 50 คะแนน, เกินกว่า 110-120 ล้านบาท ได้ 60 คะแนน, เกินกว่า 120-130 ล้านบาท ได้ 70 คะแนน, เกินกว่า 130-140 ล้านบาท ได้ 80 คะแนน, เกินกว่า 140-150 ล้านบาท ได้ 90 คะแนน และเกินกว่า 150 ล้านบาท ได้ 100 คะแนน
ทั้งนี้ เกณฑ์เดิมนั้น เอาขนาดของเทศบาลมาเป็นเงื่อนไขปรับระดับซี ถือว่าไม่ยุติธรรม โดยเฉพาะเทศบาลที่อยู่ห่างไกล หรือเทศบาลที่อยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งขวัญกำลังใจของพวกเขาเหล่านี้คือการได้เลื่อนระดับสูงขึ้นตามวาระอันควร แต่ที่ผ่านมากลับมีการนำเอาเรื่องรายได้ของเทศบาลมาเป็นตัววัดว่าจะได้เลื่อนระดับหรือไม่ ดังนั้น การปลดล็อกหลักเกณฑ์ที่เรื่องรายได้ดังกล่าว จึงสามารถขอรับการประเมินด้านอื่นๆ ถือเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นเหล่านี้
"ถึงแม้การดำเนินการที่ผ่านมาจะมีเสียงทักท้วง และมีการเสนอความคิดหลากหลาย แต่สุดท้ายก็หาข้อสรุปที่เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ซึ่งตนเองในฐานะตัวแทนปลัดเทศบาลทั่วประเทศ ขอขอบพระคุณ รมช.มหาดไทย ประธาน ก.ท.ที่เห็นความสำคัญในความเจริญก้าวหน้าของข้าราชการส่วนท้องถิ่น และก.ท.ทุกท่าน รวมทั้งท่านวสันต์ วรรณวโรทร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ช่วยผลักดันเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด” นางฐิตินันท์ เจริญอาจ กล่าว



