
ชุมชนริมแม่น้ำน้อย จ.ชัยนาท ตื่นตัว เร่งบำบัดน้ำเสียด้วย "น้ำหมักอินทรีย์"
ปัญหาแหล่งน้ำสาธารณะมีคุณภาพเสื่อมโทรมจนส่งผลต่อการอุปโภคบริโภคของชาวบ้านในชุมชนเกิดขึ้นเป็นวงกว้างทั่วประเทศ เช่นเดียวกับชุมชนริม "แม่น้ำน้อย" ใน อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ก็ได้รับผลกระทบจากคุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ เช่นกัน
ประเวศ จารุพันธ์ นายกเทศมนตรีตำบลแพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ระบุว่า เทศบาลตำบลแพรกศรีราชาและเครือข่ายสำนักงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมชัยนาท เล็งเห็นความสำคัญของมลพิษทางน้ำ จึงพยายามหาแนวทางบำบัดน้ำที่มีประสิทธิภาพ
ปัจจุบันแม่น้ำน้อยที่เคยมีความใสสะอาด สามารถลงไปเล่นน้ำ หรือกระทั่งดื่มกินได้อย่างสบายใจ แต่ตอนนี้คุณภาพน้ำกลับเสื่อมโทรมลงไปอย่างน่าใจหาย
ทั้งนี้ผลการสำรวจคุณภาพน้ำเมื่อเดือนพฤษภาคม 2552 น้ำในแม่น้ำน้อยมีปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำต่ำสุดที่ประมาณ 3.91 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งอยู่ในระดับ "เสื่อมโทรม" โดยระดับที่ถือว่าได้มาตรฐานต้องสูงกว่า 6 มิลลิกรัมต่อลิตรขึ้นไป
ด้าน เฉลิมชัย ปาปะทา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ จ.ชัยนาท กล่าวว่า สำนักงานภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะเครือข่ายทรัพยากรสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ ได้ร่วมกันวิเคราะห์และสรุปปัญหามลพิษทางน้ำที่สำคัญของ จ.ชัยนาท
ปัจจัยที่ทำให้คุณภาพน้ำมีความเปลี่ยนแปลงคือ การได้รับอิทธิพลจากการที่ฝนตกอย่างต่อเนื่องทำให้แม่น้ำมีตะกอนเกิดขึ้นมาก และบางฤดูกาล การที่มีปริมาณน้ำน้อย และอากาศร้อนจัดก็ทำให้ปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำลดลง
อีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมคือ บ้านเรือนและชุมชนตลอดริมแม่น้ำน้อยยัง "ไม่มีระบบบำบัดน้ำเสีย" จึงทำให้มีการปล่อยของเสียและสิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำเป็นจำนวนมาก
ผลจากการศึกษายังมีความเห็นร่วมกันว่า ในเบื้องต้นสมควรแก้ไขปัญหาน้ำเสียในชุมชนด้วยการใช้ "เทคโนโลยีต้นทุนต่ำ" และเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นหลัก โดยนำภูมิปัญญาชาวบ้านเรื่อง "น้ำหมักอินทรีย์" มาใช้บำบัดน้ำเสียในระดับครัวเรือน
ดังนั้น จ.ชัยนาท จึงร่วมกับเทศบาลตำบลแพรกศรีราชาและเครือข่ายทรัพยากรสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ ร่วมกันจัดอบรม “การจัดการน้ำเสียชุมชนตำบลแพรกศรีราชาด้วยน้ำหมักอินทรีย์” ขึ้น
"ธนพนธ์ แสงทอง"



