ข่าว

‘บรรยิน’ขอให้การชั้นศาลคดีฆ่า‘เสี่ยชูวงษ์’

‘บรรยิน’ขอให้การชั้นศาลคดีฆ่า‘เสี่ยชูวงษ์’

28 มิ.ย. 2559

‘บรรยิน’ขอให้การชั้นศาลคดีฆ่า‘เสี่ยชูวงษ์’ ครอบครัวเหยื่อดีใจขอบคุณตำรวจทำงานเต็มที่ ยกเป็นอุทาหรณ์การคบเพื่อน

           เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 28 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก.รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.รัฐภูมิ กุสุมาลย์ รอง ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.มนูญ แก้วก่ำ พ.ต.ต.กิติเมศร์ โชติปิติเจริญรัฐ สว.กก.1บก.ป.นำกำลังพร้อมหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ที่ จ.401/59 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2559 เข้าจับกุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีต ส.ส.นครสวรรค์ ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์ อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาความผิดอื่นที่ได้กระทำไว้ จับกุมได้ที่ ทาวน์ สแควร์ สวีทรีสอร์ท เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ขณะที่พักอาศัยอยู่กับ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล หรือป้อนข้าว อายุ 26 ปี อดีตโบรกเกอร์สาวคนสนิท และผู้ต้องหาคดีโอนหุ้นของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง

            ทั้งนี้สำหรับการจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากชุดคลี่คลายคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 50 ปี ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ กระทั่งศาลได้อนุมัติหมายจับ พ.ต.ท.บรรยิน ในข้อหาดังกล่าว ต่อมาชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.สืบทราบว่า พ.ต.ท.บรรยิน ได้เข้ามาพักอยู่ที่รีสอร์ทแห่งนี้ กับ น.ส.อุรชา จึงวางแผนนำกำลังเข้าจับกุมไว้ได้ในที่สุด

            ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากทางชุดจับกุมได้เข้าจับกุม พ.ต.ท.บรรยิน และเตรียมควบคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดีที่ บก.ป.นั้น ได้พบกับ น.ส.อุรชา อดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท หลักทรัพย์เออีซี จำกัด (มหาชน) และพริตตี้บริษัทรถยนต์ชื่อดัง ซึ่งรับงานอีเว้นท์ต่างๆ โดยตกเป็นข่าวพัวพันกับการรับโอนหุ้นจากนายชูวงษ์ เป็นจำนวนกว่า 50,000 หุ้น มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท และตกเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาคดีดังกล่าวในเวลาต่อมา นอกจากนี้ทาง น.ส.อุรชา ได้เคยออกมาระบุว่ารู้จักกับ พ.ต.ท.บรรยิน เพราะเป็นเพื่อนของนายชูวงษ์ แต่ไม่ได้สนิทสนมหรือรู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่การเข้าจับกุมของตำรวจ กก.1 บก.ป.ในครั้งนี้กลับพบ น.ส.อุรชา พักอาศัยอยู่กับ พ.ต.ท.บรรยิน ภายในที่พักรีสอร์ทดังกล่าว

            ต่อมาเวลา 11.30 น.วันเดียวกัน ทางชุดสืบสวนได้ควบคุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน มาสอบสวนเพิ่มเติม ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดยทาง พล.ต.ท.ฐิติราช พร้อมคณะ ได้ร่วมสอบปากคำด้วยตนเอง ก่อนจะมีการถ่ายรูปและพิมพ์ลายนิ้วมือทำประวัติผู้ต้องหาภายในห้องรับรอง ซึ่งทาง พ.ต.ท.บรรยิน มีสีหน้าเรียบเฉย และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่เฝ้ารอทำข่าวเป็นจำนวนมาก

            จากนั้นในเวลา 13.20 น.นางศิริรัตน์ แซ่ตั๊ง พร้อมด้วย นางวันเพ็ญ ธนธรรมศิริ ภรรยาและพี่สาวของนายชูวงษ์ ได้เดินทางมายัง บก.ป.เพื่อเข้าขอบคุณทาง พล.ต.ต.ชาญ และชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.ภายหลังได้เข้าจับกุม พ.ต.ท.บรรยิน ไว้ได้

            นางวันเพ็ญ กล่าวว่า ทางครอบครัวรู้สึกดีใจ หลังจากต้องรอคอยคดีของนายชูวงษ์ มานานกว่า 1 ปี โดยเข้าร้องเรียนหน่วยงานต่างๆ หลายแห่ง กระทั่งทางตำรวจ บก.ป.ก็ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับและติดตามจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้ ในขณะที่พักอยู่กับ น.ส.อุรชา ซึ่งเป็นสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าแท้จริง น.ส.อุรชา นั้น สนิทกับใครกันแน่เป็นผู้หญิงของใครกันแน่

            นางวันเพ็ญ กล่าวต่อว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา นายชูวงษ์ ถูกใส่ร้ายว่าได้โอนหุ้นให้กับหญิงสาวด้วยความเสน่หา ซึ่งไม่เป็นความจริง และตนก็มั่นใจว่าน้องชาย ไม่เคยมีพฤติกรรมในเชิงชู้สาว ตามที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวในช่วงปีที่ผ่านมา ส่วนปมเหตุการณ์ฆาตกรรมนายชูวงษ์ ตนเชื่อว่าเกิดจากความโลภ อยากได้เงิน อยากได้หุ้นของนายชูวงษ์จึงสร้างเหตุการณ์สร้างเรื่องต่างๆ ขึ้นมา แต่ก็ยังเกรงว่าความลับจะถูกเปิดเผย เพราะหลังจากโอนหุ้นเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2558 พอวันที่ 26 มิถุนายน หรือปลายเดือนเดียวกัน ก็รีบขายออกไป เขารู้ความเคลื่อนไหว รู้ว่าทุกๆ สิ้นเดือนจะมีการสรุปผลการซื้อขายหรือโอนหุ้น แล้วอาจถูกนายชูวงษ์ จับได้เสียก่อนจึงต้องตัดสินใจวางแผนฆ่า

            พี่สาวเสี่ยชูวงษ์ กล่าวอีกว่า จนถึงขณะนี้ก็ยังมั่นใจว่าตำรวจมีพยานหลักฐานมากเพียงพอที่จะเอาผิดกับ พ.ต.ท.บรรยิน และเชื่อว่าจะสามารถสรุปสำนวนคดีส่งฟ้องต่ออัยการ ได้ในเร็วๆ นี้ และพวกตนก็เชื่อมาตลอดว่าคดีนี้จะต้องจับผู้ต้องหาได้ เพียงแค่รอวัน ว่าจะเป็นเมื่อใดที่หลักฐานจะปรากฏชัด ส่วนความมั่นใจว่า พ.ต.ท.บรรยิน เป็นผู้ต้องหาที่ลงมือฆ่านายชูวงษ์ นั้น คงต้องสอบถามจากทางตำรวจ แต่อย่างที่ตนได้พูดไปแล้วว่าญาติมั่นใจว่ามีการวางแผนฆาตกรรม และน่าจะมีผู้ร่วมกระทำการมากกว่า 1 คน

            “หากทาง พ.ต.ท.บรรยิน ปฏิเสธไม่ยอมรับว่ากระทำผิด ดิฉันก็ไม่รู้สึกอะไร เพราะเขาก็ไม่เคยยอมรับอะไรอยู่แล้ว ในขณะเดียวกันเหตุการณ์ที่ครอบครัวถูกข่มขู่คุกคามต่างๆ ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ปี ก็ได้แจ้งความไว้แล้ว แต่ตำรวจก็ระบุว่าไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้ที่ลงมือกระทำการเป็นใคร เกี่ยวข้องกับคดีนายชูวงษ์ หรือไม่ อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงวันนี้แล้วทางครอบครัวก็พอใจและรู้สึกอุ่นใจได้มากขึ้น ต้องขอขอบคุณทางตำรวจ บก.ป.ที่ทำงานกันเต็มที่ ทำงานกันอย่างหนัก จนจับกุมคนร้ายได้ ทำให้เชื่อว่าเป็นที่พึ่งหวังของประชาชนได้อย่างแท้จริง” นางวันเพ็ญ กล่าว

            ด้าน นางศิริรัตน์ กล่าวว่า อยากจะฝากถามถึง พ.ต.ท.บรรยิน ว่าจิตใจทำด้วยอะไร เหตุใดต้องกระทำกับนายชูวงษ์เช่นนี้ นี่หรือกัลยาณมิตรต่อกัน นี่หรือที่บอกว่าเป็นเพื่อนกัน ก็อยากให้ทุกคนจำเป็นอุทาหรณ์ว่าก่อนจะคบใครเป็นเพื่อน ก่อนจะเชื่อใจใคร ขอให้ตรวจสอบประวัติเขาให้ดี อย่าไว้ใจใครเกินไป อย่าคิดว่าเขาเป็นถึงอดีต รมว.เป็น ส.ส.มีหน้ามีตาในสังคม จะเป็นคนดีเสมอไป คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ แต่ถึงขณะนี้ พวกเราก็ดีใจและพอใจกับการทำงานของตำรวจ บก.ป.ที่ช่วยกู้ชื่อเสียงและเกียรติยศของนายชูวงษ์กลับคืนมาได้แล้ว

            ขณะที่ พล.ต.ท.ฐิติราช เปิดเผยว่า คดีนี้ทางพนักงานสอบสวนไม่ได้หนักใจอะไร แม้ว่า พ.ต.ท.บรรยินจะไม่ขอให้การใดๆ โดยขอให้การในชั้นศาลเท่านั้นซึ่งก็เป็นสิทธิของผู้ต้องหา แต่เราก็มีพยานหลักฐานต่างๆ ที่มั่นใจว่าจะสามารถเอาผิด พ.ต.ท.บรรยิน ได้ โดยเฉพาะหลักฐานสำคัญอันได้แก่ ภาพจากกล้องวงจรปิด และหลักฐานอีกหลายส่วนที่ชุดสืบสวนรวบรวมมาได้และนำมาประกอบกัน แต่คงไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนการดำเนินการหลังจากสอบปากคำถ่ายรูปและพิมพ์ลายนิ้วมือทำประวัติผู้ต้องหาเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะคุมตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดพระโขนง ผลัดฟ้องฝากขัง ส่วนสำนวนคดีก็จะรวบรวมส่งอัยการต่อไป ทั้งนี้ สำหรับคดีนี้ยังคงมีผู้ต้องหาเพียงรายเดียว แต่จะมีผู้ใดเกี่ยวข้องอีกหรือไม่คงเป็นหน้าที่ของชุดสืบสวนที่จะเร่งดำเนินการต่อไป แต่ยืนยันว่าหากยังมีผู้ใดร่วมกระทำผิด ก็จะต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด