ข่าว

2ล้อเฮ!ขึ้นสะพาน-ลอดอุโมงค์ได้นครบาลยังไม่เอาผิด

2ล้อเฮ!ขึ้นสะพาน-ลอดอุโมงค์ได้นครบาลยังไม่เอาผิด

27 มิ.ย. 2559

จยย.ได้เฮ นครบาล  ยังไม่บังคับใช้ พ.ร.บ.จราจร เอาผิด 2 ล้อ ขึ้นสะพาน-ลอดอุโมงค์ อยู่ระหว่างศึกษาข้อมูลทางวิศวกรรม

          ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) วันที่ 27 มิ.ย. เวลา 13.30 น.  พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงศักดิ์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานด้านการจราจร ประชุมร่วมกับนายสุจิณ มั่งนิมิต ตัวแทนจากกรมทางหลวง นายศาศวัต ภูริภัสสรกุล  ตัวแทนกรมทางหลวงชนบท นายสมชาย เดชากรณ์ ผู้แทนสำนักการจราจรและขนส่ง  นายโรจน์ ไตรวิทยาศิลป์ ผู้แทนสำนักโยธาธิการ กทม. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหารือการออกข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรห้ามรถขึ้นสะพานข้ามแยกและลงอุโมงค์ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลโดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง  จากนั้นทั้งหมดร่วมแถลงข่าวร่วมกัน

          พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า ตามที่ บช.น. ออกข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในเขต กทม.(ชั่วคราว)ว่า ด้วยการห้ามรถบางชนิดและล้อเลื่อนลากเข็น เดินบนสะพานข้ามทางร่วมทางแยกและในอุโมงค์ลอดทางร่วมทางแยก พ.ศ.2559 ซึ่งประกาศวันที่ 28 มี.ค.2559 โดยให้มีผลใช้บังคับถัดจากวันประกาศเป็นต้นไปมีกำหนดระยะเวลา 90 วัน หลังจากที่มีการออกประกาศข้อบังคับฉบับดังกล่าวออกไป ได้มีกลุ่มจักรยานยนต์ ออกมาคัดค้านและมีการรวมตัวเพื่อยื่นฟ้อง บช.น. กทม.และกรมทางหลวงต่อศาลปกครอง โดยระบุว่า ข้อบังคับดังกล่าวนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย 

          "บช.น.ขอเรียนชี้แจงดังนี้  การออกข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในเขต กทม. (ชั่วคราว) ดังกล่าวเป็นไปตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 139 กำหนดให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจร ถ้าเห็นว่า เพื่อความปลอดภัยและสะดวกในการจราจร มีอำนาจออกประกาศข้อบังคับห้ามรถทุกชนิดหรือบางชนิดเดินในเส้นทางใดได้ อีกทั้งที่ผ่านมามีการร้องเรียนเข้ามามากว่า มีรถจักรยานยนต์ขับขี่ขึ้นสะพานและลงอุโมงค์ มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทั้งที่มีการออกข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรตั้งแต่ปี 2538 จำนวน 27 สะพานต้องห้าม และจนถึงขณะนี้ยังมีอีก 52 สะพานและ 10 อุโมงค์ ที่ยังมิได้มีการออกข้อบังคับ  บช.น.จึงสั่งการให้จราจร ทุก สน. ตรวจสอบข้อมูลว่า มีสะพานและอุโมงค์ใดบ้าง  ที่ต้องออกขังบังคับเจ้าพนักงานจราจร เพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุและให้การจราจรคล่องตัว  ตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. 2559 และออกข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรชั่วคราวใน 39 สะพาน และ 6 อุโมงค์  มีกำหนดระยะเวลา 90 วัน  โดย " รอง ผบช.น.กล่าวและว่า 

          จากการประเมินผลหลังออกข้อบังคับฯดังกล่าว พบผลสำรวจประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนส่วนใหญ่เห็นด้วย  ที่ไม่อนุญาตให้รถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานและลงอุโมงค์ เพราะไม่ปลอดภัยมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุสูง แต่หากให้รถจักรยานยนต์วิ่งบนสะพานและลงอุโมงค์จะต้องกำหนดและแบ่งช่องทางให้ชัดเจน   ซึ่งด้านวิศวกรรมได้เชิญกรมทางหลวง , กรมทางหลวงชนบท  กทม. การทางพิเศษแห่งประเทศไทยและผู้เกี่ยวข้องมาประชุมหารือ พร้อมเสนอข้อมูลด้านความปลอดภัยทางวิศวกรรมให้พี่น้องสื่อมวลชนรับทราบ

          พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า  ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรชั่วคราวที่ออกมา ซึ่งจากการประชุมกับ สน.พื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เห็นด้วยที่จะให้มีการออกข้อบังคับถาวร จะมีเพียงบางส่วนที่ยังต้องไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม คือ  อุโมงค์รามคำแหง-พัฒนาการ เนื่องจาก สน. ที่รับผิดชอบ แจ้งว่า  หากไม่อนุญาต ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จะต้องไปกลับรถเป็นระยะทางไกลกว่า 5 กิโลเมตร ซึ่งในเรื่องนี้จะได้มีการนัดหมายประชุมกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป

          ด้าน นายสุจิน กล่าวว่า สะพานหรืออุโมงค์ในทางวิศวกรรมจราจร มีการออกแบ  2 ลักษณะคือ ออกแบบเพื่อให้รถทุกประเภทสัญจร โดยมีไหล่ทางซึ่งส่วนใหญ่อยู่นอกเมือง  วัตถุประสงค์หลักเพื่อแก้ปัญหาจราจรคือใช้ระบายรถขนาดใหญ่ออกจากพื้นที่ผิวจราจรให้มากที่สุด และ  2 เป็นการออกแบบลักษณะสะพานเพื่อแก้ปัญหาจราจรโดยเฉพาะรถยนต์เพื่อขึ้นสะพานไม่ได้ออกแบบเพื่อรถจักรยานยนต์ ฉะนั้นในบางสะพานจึงห้ามไม่ให้รถจักรยานยนต์ขึ้น 
 
          ขณะที่ นายศาศวัต กล่าวว่า พื้นที่ กทม.และปริมณฑล มีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา 13 แห่ง  ซึ่งไม่ได้ห้ามจักรยานต์ใช้   แต่จะมีเพียง 2 สะพาน คือ พระราม 3 และภูมิพล  เนื่องจากสะพานทั้ง 2 สูงจากระดับน้ำประมาณ 50 เมตร เป็นสะพานเชิงลาและไต่ระดับสูงสุด มีทางลงระยะยาว  ทำให้ยากต่อการควบคุมรถจักรยานยนต์  มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ซึ่งจากสถิติที่ผ่านมา่มีการอนุญาตให้รถจักรยานต์ขึ้นสะพานภูมิพล พบเกิดอุบัติเหตุมากกว่าร้อยละ   20 

          จากความเห็นของตัวแทนหลายหน่วยงานข้างต้นสอดคล้องกับความเห็นของนายสมชาย ที่ว่า  รถจักรยานยนต์ มีสมรรถนะและลักษณะทางกายภาพค่อนข้างจำกัด  การใช้ทางร่วมกับรถยนต์บนสะพานหรืออุโมงค์ข้ามแยกจะเป็นอันตราย โดยเฉพาะขาลงสะพานหรือลงจากอุโมงค์   ซึ่งการเบรคและการทรงตัว  เป็นปัจจัยสำคัญอาจทำให้รถลื่นไหล ด้วยความแคบของช่องการจราจร  หากจักรยานยนต์ล้มในอุโมงค์  จะหลบเลี่ยงกันไม่ได้และจะเป็นอันตรายมากหากใช้ร่วมกับรถยนต์

          นายโรจน์ เสนอความเห็นว่า สำนักการโยธา ได้ปรับสะพานหลักเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรโดยเฉพาะสะพานข้ามแยก  ปกติสะพานข้ามแยกในเมืองส่วนใหญ่มีพื้นที่จำกัดจึงไม่สามารถออกแบบให้มีไหล่ทางเหมาะกับจักรยานยนต์ จึงทำให้รถจักรยานยนต์ขับได้ช้า และทำให้รถขนาดใหญ่ที่ขับตามหลังมาช้าไปด้วย ทำให้ไม่สามารถระบายรถได้ดี