เรียก'ผู้ปกครอง–ครู'โจ๋พระประแดงทราบคำสั่งคสช.
แจ้ง 4 ข้อหา 8โจ๋ตีกันกลางเมืองพระประแดง พร้อมเรียกผู้ปกครอง อาจารย์ทราบคำสั่งคสช.
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 มิ.ย. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีวัยรุ่น 20 คนพร้อมอาวุธครบมือยกพวกตะลุมบอนบริเวณ่ปากซอยนครเขื่อนขันธ์ 4 ถนนนครเขื่อนขันธ์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ว่า ล่าสุดได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้กระทำผิดแล้ว 8 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยสอบพยานไปหลายปาก และตรวจสอบภาพหลักฐานกล้องวงจรปิด เตรียมขออำนาจศาลออกหมายจับ
รองโฆษก ตร. กล่าวต่อว่า ตำรวจแจ้ง 4 ข้อหา คือ มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย ร่วมกันพยายามทำร้ายร่างกาย ร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย และไม่มีเหตุอันสมควร ร่วมกันส่งเสียงทำให้ประชาชนตกใจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งผู้ปกครองมาทำบันทึกข้อตกลงตามคำสั่ง คณะรักษารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 30/2559 ลงวันที่ 21 มิ.ย. และเรียกเงินประกันรายละ 5,000 บาท เพื่อให้ผู้ปกครองได้ดูแลบุตรหลานหรือบุคคลที่อยู่ภายใต้การปกครอง มิให้ก่อเหตุซ้ำในช่วงระยะเวลา 2 ปี
“วันนี้พนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานเพิ่มเติมร่วมกับสหวิชาชีพ ทั้งอัยการ นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา และจะนำตัวผู้ก่อเหตุไปตรวจสอบการจับกุมที่ศาลเยาวชนและครอบครัว จ.สมุทรปราการ พร้อมเชิญอาจารย์วิทยาลัยอาชีวะทั้ง 2 แห่งมารับทราบและปฏิบัติตามคำสั่งของ คสช. มิให้ก่อเหตุในลักษณะที่เป็นภยันตรายแก่บุคคลอื่น โดยมีใจความสำคัญระบุว่า ให้ถือเป็นความรับผิดชอบของบิดา มารดา ผู้ปกครอง และเจ้าหน้าที่รัฐจะแจ้งให้ผู้ปกครองให้ทราบ แนะนำ ตักเตือน ทำทัณฑ์บน หรือมีการวางเงินประกัน เพื่อไม่ให้ผู้ที่อยู่ภายใต้การปกครองไปก่อเหตุ และสร้างความรำคาญแก่ประชาชน ถ้าผู้ใดกระทำการเป็นการยุยง ส่งเสริม ช่วยเหลือ ให้การสนับสนุน หรือให้นักเรียน นักศึกษา ฝ่าฝืน บทบัญญัติ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากมีการกระทำผิดตามวรรคหนึ่ง ส่งเสริมให้เด็กหรือนักเรียนไปก่อเหตุสำเร็จ จะมีโทษจำคุกไม่เกิด 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หากมีผู้เสียชีวิต มีโทษจำคุกไม่เกิด 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ฉะนั้น ขอให้ผู้ปกครองดูและบุตรหลานของท่าน โดยเฉเพาะสถานศึกษา ต้องมีความรู้ความเข้าใจว่ามีหน้าที่อย่างไรกับคำสั่งฉบับนี้ การปฏิบัติกับเด็กและเยาวชน ในการก่อเหตุทะเลาะวิวาท จะมี พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ที่ผ่านมาเมื่อเด็กกระทำความผิดแล้ว มีการจับกุมเด็กมาดำเนินคดี ทำให้เด็กตกเป็นผู้ต้องหาโดยไม่จำเป็น เมื่อเด็กเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว จะถูกตีตราว่าเป็นอาชญากร ดังนั้น คำสั่ง คสช.ที่ 30/2559 นั้นเป็นมาตรการเชิงป้องกัน เนื่องจากให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการจับกุมตัวเด็กที่มีพฤติกรรมที่ล่อแหลม เสี่ยงต่อการก่อเหตุ กักตัวเด็กไว้ไม่เกิน 6 ชั่วโมง และส่งให้ผู้ปกครอง เพื่อป้องกันไม่ให้ไปก่อเหตุ และเป็นมาตรการเสริม เพื่อให้การปฏิบัติมีประสิทธิภาพมากขึ้น" รองโฆษก กล่าว



