ข่าว

‘กู้ไม่ผ่าน’พูดเบาๆก็เจ็บ

‘กู้ไม่ผ่าน’พูดเบาๆก็เจ็บ

27 มิ.ย. 2559

‘กู้ไม่ผ่าน’พูดเบาๆก็เจ็บ : เงินทองต้องรู้โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]

          เมื่อครั้งที่รัฐบาลเปิดตัวโครงการบ้านประชารัฐ เพื่อเป็นการสร้างโอกาสให้ประชาชนมีบ้านเป็นของตัวเอง ด้วยการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านธนาคารออมสินและธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่า การยื่นขอสินเชื่อในช่วงแรกๆ เป็นไปอย่างคึกคัก ทำให้วงเงินสินเชื่อ 4 หมื่นล้านบาทถูก “ตีตั๋วจอง” เต็มในเวลาอันรวดเร็ว โครงการดูเหมือนจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่นั่นก็แค่ “หนังตัวอย่าง” ยังไม่ใช่ของจริง เพราะขั้นตอนหลังจากนั้น ทั้งธนาคารออมสินและธอส. ต่างต้องมีกลไกในการพิจารณาสินเชื่อตามกฎเกณฑ์ ดังนั้น “ของจริง” ที่ปรากฏ คือ มีผู้ผ่านการพิจารณาได้รับสินเชื่อในวงเงินรวมกันเพียง 6 พันล้านบาท คิดเป็นเพียง 15% จากวงเงินทั้งหมด 4 หมื่นล้านบาท

          คำถามคือ แล้วอีก 85% หรืออีก 3.4 หมื่นล้านบาทที่ยื่นคำขอจนล้นทะลักหายไปไหน ? คำตอบสั้นๆ ง่ายๆ แต่ฟังแล้วเจ็บจี๊ด คือ “กู้ไม่ผ่าน”

          “ชาติชาย พยุหนาวีชัย” ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในการให้สินเชื่อที่ผ่านมา ติดปัญหาผู้ยื่นกู้ไม่ผ่านหลักเกณฑ์จำนวนมาก ทำให้อนุมัติสินเชื่อได้น้อย โดยในส่วนของธนาคารออมสินอนุมัติสินเชื่อได้เพียง 3 พันล้านบาท จากที่มีผู้มาลงทะเบียนจองสิทธิ์เกือบ 3 หมื่นล้านบาท

          “ปัญหาเกิดจากคุณสมบัติที่เราตั้งไว้เยอะ ทำให้ดิ้นไม่ได้ หมายถึงปล่อยสินเชื่อไม่ได้ จากที่ลงทะเบียนไว้จำนวนมาก ก็ปล่อยได้แค่ 3 พันล้านบาท เพราะคนไม่เข้าคุณสมบัติ จึงต้องมีการปรับคุณสมบัติผู้ของกู้ โดยทางรัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงการคลัง จะนัดหารือในการปรับเงื่อนไขการปล่อยกู้เร็วๆ นี้" ผู้อำนวยการธนาคารออมสินกล่าว

          ขณะที่ “ฉัตรชัย ศิริไล” กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ยอมรับว่า ประชาชนที่มาขอกู้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีอาชีพอิสระ ทำให้ไม่มีเอกสารที่แสดงถึงรายได้ ไม่มีการจัดทำบันทึกรายรับรายจ่าย รวมถึงบางส่วนติดเครดิตบูโร บางส่วนเคยมีหนี้เสียมาก่อน ซึ่งตามกระบวนการสินเชื่อปกติ ไม่สามารถให้กู้ได้

          จริงๆ แล้ว ไม่ใช่แค่โครงการบ้านประชารัฐ (ซึ่งขนาดรัฐบาลสนับสนุนเต็มกำลัง) ที่มีปัญหากู้ไม่ผ่าน เพราะถ้าลองเสิร์ชคำว่า “กู้ซื้อบ้านไม่ผ่าน” ทางอินเทอร์เน็ต จะพบว่า มีคนจำนวนมากที่มีปัญหานี้ บ้างก็กู้ไม่ผ่าน เพราะไม่มีความสามารถในการผ่อนชำระ บ้างก็ได้รับการอนุมัติจากสถาบันการเงิน แต่ไม่ได้ในจำนวนที่ต้องการ เช่น ขอกู้ 100% ของราคาบ้าน แต่สถาบันการเงินอนุมัติเพียง 80% ก็กลายเป็น “กู้ไม่ผ่าน” เหมือนกัน เพราะไม่รู้จะหาอีก 20% มาจากไหน

          ถ้าจะแก้เคล็ด “กู้ไม่ผ่าน” ไม่ต้องไปสะเดาะเคราะห์ที่ไหน เพราะบริการ K-Expert ของธนาคารกสิกรไทย มี 3 วิธีแก้เคล็ดมาฝาก

          หนึ่ง คือ เลือกดาวน์ก้อนใหญ่ เพราะเงินดาวน์ถือเป็นสิ่งสำคัญที่คนกู้ซื้อบ้านจะต้องมี เนื่องจากโดยปกติแล้วธนาคารจะปล่อยสินเชื่อบ้านประมาณ 80% ของราคาบ้าน ดังนั้น ผู้กู้จะต้องเตรียมเงินดาวน์บ้านไว้อย่างน้อย 20% ของราคาบ้าน เช่น ถ้าบ้านในฝันมีมูลค่า 5 ล้านบาท เราควรมีเงินดาวน์ไว้อย่างน้อย 1 ล้านบาท หากกู้ 30 ปี ต้องผ่อนเดือนละประมาณ 28,000 บาท ผู้กู้ก็จะต้องมีรายได้อย่างน้อย 70,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้มีความสามารถในการผ่อน

          แต่ถ้าปัจจุบันเรามีรายได้ต่อเดือนเพียง 50,000 บาท จะสามารถกู้ได้เพียง 2.85 ล้านบาทเท่านั้น ดังนั้น หากต้องการบ้านราคา 5 ล้านบาท วิธีที่จะช่วยให้กู้ผ่านได้คือ การเพิ่มเงินดาวน์ให้มากขึ้นจาก 1 ล้านบาท เป็น 2.15 ล้านบาท ก็จะทำให้สามารถกู้ซื้อบ้านในฝันนี้ได้

          สอง คือ เพิ่มพลังความสามารถในการผ่อน โดยหาผู้กู้ร่วม สำหรับใครที่ติดปัญหาเรื่องเงินดาวน์บ้าน ไม่สามารถหาเงินมาดาวน์เพิ่มได้ วิธีหนึ่งที่สามารถช่วยให้กู้ผ่านได้คือ การกู้ร่วม โดยหาคนที่มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติมากู้ร่วมได้อีก 2 คน เช่น พ่อแม่ สามีภรรยา พี่น้อง หรือลูก เป็นต้น สมมุติเลือกกู้ร่วมกับน้อง โดยที่เรามีรายได้เดือนละ 50,000 บาท ส่วนน้องมีรายได้เดือนละ 30,000 บาท รายได้รวมกันเท่ากับ 80,000 บาท ซึ่งเป็นรายได้ที่เพียงพอต่อการกู้ซื้อบ้านในฝันราคา 5 ล้านบาท แต่ทั้งสองคนนั้นก็จะไม่ควรมีภาระผ่อนจ่ายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนรถ หรือผ่อนบัตรเครดิตต่างๆ รายเดือน เพราะจะทำให้ความสามารถในการผ่อนบ้านของเราลดน้อยลงไปด้วย

          สุดท้าย คือ ลดขนาดบ้านให้เล็กลง ถ้าหาเงินก้อนมาดาวน์บ้านเพิ่มในจำนวนมากไม่ไหวจริงๆ และไม่สามารถหาคนมากู้ร่วมด้วย วิธีที่จะช่วยให้เรากู้บ้านผ่านและมีบ้านในฝันได้ ก็คือ การลดขนาดบ้านในฝันลง เช่น จากบ้านราคา 5 ล้านบาท อาจลดเหลือบ้านราคา 3.5 ล้านบาท ซึ่งทำให้เราเตรียมเงินดาวน์น้อยลง คือเตรียมเพียงแค่ 700,000 บาท และกู้ธนาคารอีกเพียง 2.8 ล้านบาท นอกจากเงินดาวน์ที่น้อยลงแล้ว เงินผ่อนต่อเดือนยังน้อยลงด้วย โดยที่เราเองสามารถผ่อนบ้านคนเดียวไหว ไม่ต้องหาใครมากู้ร่วม ซึ่งจะช่วยให้ชีวิตเรายืดหยุ่นมากขึ้น

          เคล็ดลับเหล่านี้ น่าจะช่วยให้คนที่คิดจะซื้อบ้านหรือกำลังจะยื่นขอสินเชื่อบ้านสามารถกู้ผ่านตามที่ตั้งใจไว้ โดยให้เลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด และไม่เกินกำลังความสามารถของเรา นอกจากนี้ เมื่อกู้บ้านผ่านแล้ว แนะนำให้บริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ ในแต่ละเดือนให้ดี โดยลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยลง เพื่อให้สามารถผ่อนบ้านไหว และไม่กระทบกับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน

          หรือถ้าจะขมวดหลักคิดแบบรวบยอด ก็ต้องบอกว่า วิธีแก้เคล็ดกู้ให้ผ่าน มีหลักๆ ง่าย แค่ต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 20% อย่าหวังกู้ 100% เพราะไม่ปลอดภัยกับทั้งคนกู้และคนปล่อยกู้ และเมื่อเกิดเป็นนกน้อยทั้งที ก็ต้องคิดทำรังแต่พอตัว อย่าทำอะไรใหญ่เกินตัว