ข่าว

สื่อ-นักวิชาการ ชี้ ยุค“ สื่อออนไลน์ขยายตัว” สื่อสารไร้สติ

สื่อ-นักวิชาการ ชี้ ยุค“ สื่อออนไลน์ขยายตัว” สื่อสารไร้สติ

26 มิ.ย. 2559

"สื่อ-นักวิชาการชี้ยุค“ สื่อออนไลน์ขยายตัว”สื่อสารไร้สติ เฟซบุ๊กมีผลชนชั้นกลาง-สืี่อหลัก ขณะที่การนำเสนอข้อเท็จจริงที่เหมาะสม เปลี่ยนมายาคติได้

     ผู้สื่อข่าวรายงานจากคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ว่า    เวลา 13.00 น.ผศ.ดร.พิรงรอง รามสูต หัวหน้าภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี บรรณาธิการข่าวต่างประเทศ นสพ.เดอะเนชั่น และนายอธึกกิต แสวงสุข หรือใบตองแห้ง บรรณาธิการอาวุโส วอยซ์ทีวี และนักวิเคราะห์ข่าว ร่วมเสวนาเวทีสาธารณะ โครงการปริญญาเอก คณะสังคมวิทยาฯ หัวข้อ “ ถอดรื้อมายาคติ สื่อ-สาร-มวลชน”

          สื่อ-นักวิชาการ ชี้ ยุค“ สื่อออนไลน์ขยายตัว” สื่อสารไร้สติ

     โดยผศ.ดร.พิรงรอง กล่าวถึง มายาคติ 5 ประการ กับสื่อในประเทศไทยว่า 1.ข่าวจากสื่อกระแสหลักเท่านั้นที่เป็นจริง ขณะที่ปัจจุบันดูเหมือนสื่อกระแสรอง มีปริมาณมากกว่าสื่อหลักแล้วเน้นข่าวเร้าอารมณ์ กลับทำให้คนโง่ลง   2.สื่อที่มีโครงสร้างองค์กรชัดเจนเท่านั้นที่เป็นสื่อรับผิดชอบต่อสังคม 3.นักข่าว คือ นักมายากลทางสังคม ที่ไม่มีจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน มีความเป็นอคติสูง เลือกข้าง มีหลากหลายกลุ่ม ไม่ตอบแทนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ 4.สื่อชุมชน-สื่อท้องถิ่น คือ กระบอกเสียงของกลุ่มไม่มีอำนาจการเมือง ซึ่งขยายตัวรวดเร็ว เพิ่มบทบาททางการเมืองในช่วงประท้วงการเมืองปี 2551 - 2553 (เสื้อเหลือง-เสื้อแดง) 5.สื่อออนไลน์ ที่เป็นแค่ตัวกลางรวบรวมข่าวสาร เช่น เว็บท่า แล้วก็มีการเลือกแชร์ในโซเชียลมีเดีย ขณะที่หากจะรื้อถอนมายาคติินี้ ต้องใช้ข้อเท็จจริงซึ่งอาจทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลง

           สื่อ-นักวิชาการ ชี้ ยุค“ สื่อออนไลน์ขยายตัว” สื่อสารไร้สติ

     ขณะที่นายสุภลักษณ์ กล่าวถึงอิทธิพลต่อ “สาร” หรือ Message ในการสื่อสาร ว่า ปัจจัยของตัวกรองสารมีถึง 6 ชั้น ตั้งแต่ ตัวเจ้าของ ซึ่งบุคลิกของเจ้าของจะสะท้อนถึงตัวหนังสือพิมพ์ เช่น นสพ.เดอะเนชั่น สะท้อนถึงนายสุทธิชัย หยุ่น , นสพ.มติชน สะท้อนถึงนายขรรค์ชัย บุนปาน , นสพ.ผู้จัดการ สะท้อนถึงนายสนธิ ลิ้มทองกุล    ต่อมาผลกำไรก็มีส่วนกำหนดสาร คือดูว่าข่าวอะไรที่ขายได้ ข่าวที่ประชาชนสนใจ เหมือนข่าวบันเทิง ขณะที่โฆษณาก็มีส่วนมากเช่นกัน เพราะตัวอย่างสื่อหนังสือพิมพ์รายได้ส่วนใหญ่มาจากการโฆษณา ดังนั้นจึงต้องมีการคัดสรรข่าว และการมีการจัด section ข่าวเศรษฐกิจ กรณีข่าวค่าแรง 300 บาท มุมการนำเสนอข่าวอาจกลายเป็นด้านนายทุนได้รับกระทบ มากกว่า ส่วนผู้ใช้แรงงานใช้ 300 บาทเพียงพอแค่ไหน นอกจากนี้ แหล่งข่าว หรือ Source ก็มีผลต่อสำนวนเขียนข่าว เกือบ 100 % ขณะที่การข่าวแบบเน้นหาข่าวรวดเร็ว-สะดวก จากโฆษกให้ข่าวเพราะเขื่อว่าสามารถให้ข่าวรอบด้านอาจจะทั้งบวกและลบ    แต่ยังอาจไม่ครอบคลุมข้อเท็จจริงทั้งหมด ต่างกับแหล่งข่าวที่เป็นผู้ลงมือปฏิบัติที่จะทำให้คุณค่าข่าวเพิ่มขึ้นได้มากกว่า อีกทั้งยังมี Informatiom operation ที่มีการใช้ภาษาเปลี่ยนจากเรื่องเลวร้ายที่สุดให้เป็นเรื่องดี ที่เรียกว่าการเคลื่อนของภาษา เช่น ข่าวน้ำท่วมเมื่อฝนตก ก็มีการใช้คำว่า “ น้ำท่วมขังรอการระบาย” แทนน้ำท่วม หรือ คำว่า“ กระชับพื้นที่” ที่ใช่ในช่วงชุมนุม ซึ่งแหล่งข่าวเลือกใช้ภาษา ในการให้ข้อมูลกับสื่อ

         สื่อ-นักวิชาการ ชี้ ยุค“ สื่อออนไลน์ขยายตัว” สื่อสารไร้สติ

     ด้านนายอธึกกิต กล่าวถึงบทบาทสืี่อที่ผ่านมาจนถึงยุคเฟซบุ๊กว่า ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง   พ.ศ.2475 สื่อ คือ กระบอกเสียงชนชั้นกลางที่ต่อสู้ กับอำนาจรัฐ เช่น ยุคกุหลาบ สายประดิษฐ์ , อิศรา อมันตกุล แต่หลังปี พ.ศ.2520 ก้าวกระโดดครั้งใหญ่สู่ทุนนิยม จะมีการนำเสนอด้านเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น มีทั้งนสพ.ประชาชาติธุรกิจ , กรุงเทพธุรกิจ และฐานเศรษฐกิจ และแม้จะมาถึงปัจจุบัน ที่มีความเลื่อมล้ำเชื่อว่า สื่อยังเป็นกระบอกเสียงชนชั้นกลางมากกว่า ซึ่งมีกำลังในการซื้อ ขณะที่เมื่อปัจจุบัน มีเฟซบุ๊กอีกทางเลือกการสื่อสาร ทำให้เข้ามามีอำนาจต่อสื่อชนชั้นกลางด้วย

 

          สื่อ-นักวิชาการ ชี้ ยุค“ สื่อออนไลน์ขยายตัว” สื่อสารไร้สติ

     โดยชนชั้นกลางใช้สื่อในการส่งสารเสียเอง แต่ยังขาดหลักเหตุผลสื่อสารแบบไร้สติ ซึ่งหลายครั้งการสื่อสารในเฟซบุ๊กกลายเป็นลูกขุนออนไลน์ เช่น กรณีพ่อค้าข้าวมันไก่ฆ่าสุนัข แม้จะผิด แต่การสื่อสารในเฟซบุ๊กยิ่งทำให้ดูรุนแรง จนเขาขายข้าวมันไก่อีกไม่ได้ และต้องถูกไล่ออกจากอพาร์ทเมนท์ ทั้งที่ในทางคดียังมีกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเมื่อเป็นข่าวดังกล่าวมีคนคลิ๊กดูถึง 60,000 ราย แต่ในข่าวที่มีการแชร์ กรณีนางอังคณา นีละไพจิตร ขอรวบรวมรายชื่อรื้อฟื้นคดีอุ้มนายสมชาย สามี มีเพียง 10,000 ราย บางครั้งการสื่อสารบนเฟซบุ๊ก จึงเหมือนการปกป้องศีลธรรมอย่างรุนแรงโดยไม่มองเรื่องหลักการ เป็นสุดโต่ง อินดี้ พูดสั้น เร้าใจ ปลุกคนได้ในยุคสังคมเลื่อมล้ำ กระแสสื่อชนชั้นกลางจึงเปลี่ยนไป โดยสื่อกระแสหลัก ต้องหันมาให้ความสนใจการสื่อสารในเฟซบุ๊กไปด้วย.