ข่าว

รวบ‘หมอกระเป๋า’ทำสาวประเภทสองตาบอด

รวบ‘หมอกระเป๋า’ทำสาวประเภทสองตาบอด

26 มิ.ย. 2559

รวบ "หมอเถื่อน" ฉีดฟิลเลอร์เหยื่อสาวประเภทสอง เกิดยาชาไหลลงตา-ส่งผลตามองไม่เห็น ด้านลูกค้า 5 - 6 ราย แห่ให้กำลังใจหมอเถื่อน


          จากกรณีเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 58  น้องน้ำเพชร สาวประเภทสอง อายุ 29 ปี ได้ลงบันทึกประจำวัน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายสมสกุล มูลนาค อายุ 40 ปี เนื่องจากเข้าไปใช้บริการเสริมความงามเถื่อน หรือหมอกระเป๋า แล้วเกิดผลข้างเคียงอย่างรุนแรง จนกระทั่งผ่านมา 9 เดือนก็ยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆ ทั้งสิ้น

          ที่สน.ทุ่งสองห้อง เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 มิถุนายน 59 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางมาพร้อมน้องน้ำเพชร (นามสมมุติ) เพื่อมาชี้ตัวนางสมสกุล มูลนาค อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่33/2559 ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 59 ในข้อหากระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ,ประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต ประกอบกิจการ และดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ที่บริเวณ 12/60 ซ.งามวงศ์วาน 59 แยก 3-4 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ทกม. เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน เวลาประมาณ 21.00 น.  เพื่อมาชี้ตัวผู้ต้องหา และทวงถามความคืบหน้าของคดี

          ด้าน นายอัจฉริยะ กล่าวว่า หลังจากที่ผู้เสียหายแจ้งความตั้งแต่ปี58 นั้น ก็ไม่ได้รับการติดต่อใดๆ ทั้งสิ้น จนกระทั่งผู้เสียหายมาร้องที่ตน ตนจึงได้ติดต่อมาที่เจ้าของคดีที่ สน.ทุ่งสองห้อง ว่าผู้ต้องหามีหมายจับหรือไม่ จนกระทั่งตนทราบว่าผู้ต้องหามีหมายจับ แต่ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าจะต้องมีรางวัลนำจับ ซึ่งตนได้บันทึกคลิปเสียงการสนทนาไว้ทั้งหมดแล้ว และในวันนี้ได้นำคลิปเสียงดังกล่าวมายืนยัน ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้ประสานไปยัง รองผกก.ปราบปราม จนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ ซึ่งบ้านของผู้ต้องหานั้น อยู่บริเวณใกล้เคียง สน.ทุ่งสองห้อง ทั้งนี้เรื่องที่พนักงานสอบสวนเรียกรับรางวัลนำจับนั้น ตนได้ร้องไปที่ สน.ทุ่งสองห้อง จนกระทั่งมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง

          ด้านน้องน้ำเพชร กล่าวว่า ตนเองมีเพื่อนแนะนำให้ไปฉีดฟิลเลอร์กับหมอกระเป๋า จำนวน 4-5 ครั้ง ครั้งละ 3 เข็ม หรือประมาณ 9,000 บาท จนกระทั่งครั้งล่าสุดตนมีอาการหน้ามืด มองไม่เห็น ซึ่งแพทย์ได้วินิจฉัยแล้วบอกว่าเป็นอาการของยาชาไหลลงตา พักประมาณ 3-4 ชั่วโมงถึงจะหาย ตนกับเพื่อนจึงเรียกแท็กซี่กลับไปห้องพัก เพื่อนอนพัก เมื่อถึงเวลา18.00 น. รู้สึกปวดตา และอาเจียน จึงไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยา และได้ตรวจเลือดบริเวณดวงตา ซึ่งแพทย์พูดว่ามารักษาช้าไป ต้องรักษาตามอาการ และทำเรื่องส่งตัวไปที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งแพทย์ระบุว่าเกิดจากสารเหลวไม่ทราบชนิด อุดตันในเส้นเลือดแดง ทำให้ตามองไม่เห็น ซึ่งในปัจจุบันตนมองเห็นแค่พร่ามัวเท่านั้น จึงอยากฝากเตือนเพื่อนๆ ที่รักสวยรักงาม ให้เลือกคลีนิกที่ไว้ใจได้ และอยากจะขอขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคน ที่ช่วยเรื่องเงินในการรักษาทั้งหมด เพราะตั้งแต่ตนมองไม่เห็น ก็ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ และเมื่อไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ เรื่องจากมีข้อบกพร่องทางสายตา แต่ในขณะนี้ตนได้เข้าทำงานที่ที่องค์กรช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ได้ฝึกการทำอาหาร ทำขนม เรียนดนตรี และมีเงินเดิน เพื่อช่วยเหลือครอบครัวอีกด้วย

          น้องน้ำเพชร กล่าวอีกว่า หลังจากที่มาแจ้งความเสร็จ ทางพนักงานสอบสวน บอกว่าต้องใช้ใบรับรองผลการตรวจร่างกายจากทางแพทย์ ว่าได้รับผลกระทบกระเทือนหรือไม่ เพื่อนำไปส่งศาลให้ออกหมายจับ ต่อมาหลังจากนั้น 1 เดือน ตนได้รับการติดต่อจากพนักงานสอบสวนจะต้องมีใบรับรองผลอีก 1 ใบ

          ทั้งนี้มีกลุ่มลูกค้าคนสนิทของผู้ต้องหาประมาณ 5-6 คน เดินทางมาที่ สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมกล่าวอ้างว่า เรื่องที่ผู้เสียหายอ้างว่าถูกหลอกมาฉีดฟิลเลอร์นั้น ผู้เสียหายรู้มาตั้งแต่ต้นเเล้วว่าเป็นหมอเถื่อน และฟิลเลอร์ที่ฉีดให้เป็นซิลิโคน ซึ่งผู้ต้องหามีปัญหาด้านสายตาสั้นมาแล้วตั้งแต่ก่อนที่จะมาใช้บริการดังกล่าว อีกทั้งผู้เสียหายยังเคยอ้อนวอนให้พามาหาหมอเอง

          ขณะที่ พ.ต.ท.สุบรรณ์ อธิเศรษฐ์ รองผกก.(สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้อง ระบุว่า ตำรวจดำเนินคดีตามขั้นตอน และเมื่อศาลออกหมายจับก็สามารถติดตามจับ นายสมสกุล นาคมูล ผู้ต้องหาได้แล้วซึ่งให้การรับสารภาพ และก่อนหน้านี้ตำรวจได้นำสำนวนส่งอัยการไปแล้ว จากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องต่อศาลแขวงพระนครเหนือ ฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ประกอบวิชาชีพเวชกรรมไม่ขึ้นทะเบียนโดยไม่ได้รับอนุญาต และเปิดสถานประกอบการโดยไม่ได้รับอนุญาตส่วนกรณีคลิปเสียง จะต้องตรวจสอบ พร้อมรายงานผู้บังคับบัญชาโดย ยืนยันจะพิจารณาคดีด้วยความตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย