ข่าว

แม่เมืองโรมและขบวนการ 5 ดาว: ทางเลือกใหม่ของอิตาลี

แม่เมืองโรมและขบวนการ 5 ดาว: ทางเลือกใหม่ของอิตาลี

26 มิ.ย. 2559

เปิดโลกวันอาทิตย์ โดย บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์


        “กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว”  แต่เกือบ 3,000 ปีนับตั้งแต่สร้างกรุงโรมเสร็จ กรุงโรมเพิ่งมีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ขึ้นเมื่อมีผู้หญิงก้าวขึ้นมาเป็นแม่เมืองเป็นครั้งแรก หลังจากเวอร์จิเนีย รัจจี 
นักกฎหมายวัย 37 ปี
ผู้สมัครโนเนมแห่งพรรคขบวนการ 5 ดาว (เอ็ม5เอส) ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนท่วมท้น
พลิกความคาดหมายถึงกว่า 2 ใน 3 ก้าวขึ้นมาเป็นนายกเทศมนตรีของนครหลวงของอิตาลี

    วันเดียวกันนั้น เคียรา อัปเปนดิโน ผู้สมัครหญิงวัย 31 ปี แห่งพรรคเอ็ม5เอส ก็สร้างประวัติศาสตร์เช่นกัน
เมื่อชนะการเลือกตั้งในนครตูริน ทางตอนเหนือของประเทศ เท่ากับว่าการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีใน 
4 มหานครใหญ่ รวมไปถึงมิลานกับเนเปิลส์ ขบวนการ 5 ดาวสามารถโค่นแชมป์เก่าที่เป็นพรรคการเมืองเก่าแก่
อันทรงอิทธิพลได้ถึง 2 เมือง ไม่นับรวมการกวาดที่นั่งในเมืองเล็กๆ อีกหลายเมือง

เคียรา อัปเปนดิโน
    ชัยชนะเหนือความคาดหมายของนักการเมืองโนเนมหญิงทั้ง 2 คน นอกจากจะทำให้ชาวมะกะโรนีต้องตั้ง
คำถามว่าเธอคือใคร โดยเฉพาะรัจจี ซึ่งจู่ๆ เหมือนกับเป็นนางฟ้าลอยลงมาจากตรงไหนก็ไม่ทราบแล้วมาหยิบ
พุงปลามันไปกิน
     ชัยชนะครั้งนี้ยังเป็นหลักฐานสำคัญยืนยันว่านับวันชาวมะกะโรนียิ่งสุดแสนจะเบื่อหน่ายกับการเมืองใน
ระบบที่บริหารโดยพรรคการเมืองใหญ่ที่คิดแบบเก่าทำแบบเก่าด้วยความย่ามใจว่าประชาชนไม่มีทางเลือกอื่น 
เนื่องจากตัวเลือกมีจำกัดอยู่แค่ไม่กี่พรรค การเมืองในประเทศนี้จึงวนเวียนอยู่แต่เรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น 
การจับมือกับมาเฟียเหล่ามารร้ายผู้เป็นนายทุนใหญ่อยู่เบื้องหลัง แลกกับการผูกขาดธุรกิจเกือบทุกประเภท

    กระทั่ง เอ็ม 5 เอสปรากฏโฉมขึ้นเมื่อปี 2552 โดย เบบเป กริลโล ดาราและตลกชื่อดัง และกิอันโรเบอร์โต 
คาซาเลกจิโอ นักลงทุนด้านเว็บซึ่งเพิ่งเสียชีวิตเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ที่ร่วมกันก่อตั้งขบวนการนี้ขึ้นมาเพื่อให้
เป็นขบวนการของมวลมหาชนที่อาสาเข้ามาเป็นทางเลือกใหม่ให้แก่ประชาชน และด้วยความรังเกียจการเมือง
ในระบบอันฟอนเฟะ  เอ็ม 5 เอสจึงรังเกียจแม้กระทั่งจะตั้งเป็นพรรคการเมือง แต่เรียกตัวเองว่าขบวนการ 5 ดาวแทน

แม่เมืองโรมและขบวนการ 5 ดาว: ทางเลือกใหม่ของอิตาลี
    จุดยืนของขบวนการ 5 ดาว เริ่มจากการยืนกรานไม่ยอมให้โอนกิจการของการประปาซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ
ไปให้เอกชนดำเนินการ สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน สร้างระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 
ประกันการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตฟรี และสนับสนุนโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยรวม

    เอ็ม 5 เอสยังรณรงค์จะจะชำระล้างรัฐบาลด้วยการตัดลดงบประมาณทางการเมืองและอภิสิทธิ์ต่างๆ 
ของนักการเมือง ไฟเขียวให้ผู้มีสิทธิออกเสียงสามารถออกเสียงเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้โดยตรง ตลอดจน
ห้ามนักการเมืองที่มีชื่ออยู่ในแฟ้มอาชญากรรมของตำรวจเข้ามาทำงานบริหารประเทศ 
    แทบไม่น่าเชื่อว่าขบวนการนี้ปรากฏโฉมได้แค่ปีเดียวเท่านั้นก็ทำผลงานที่สร้างความตื่นตะลึงขึ้นในการ
เลือกตั้งระดับท้องถิ่นในปี 2553 และ 2555 เมื่อสามารถปักธงกวาดชัยชนะในหลายพื้นที่จนเหมือนกับเกิด
แผ่นดินไหวระดับกลางเขย่าการเมืองระดับท้องถิ่นยกแรก ก่อนจะกลายเป็นแผ่นดินไหวสร้างแรงสั่นสะเทือน
เลื่อนลั่นไปทั่วแดนรองเท้าบู๊ท  เมื่อสามารถกวาดชัยชนะระหว่างการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2556 โดยเป็นกลุ่ม
การเมืองเดียวที่ครองเก้าอี้ในสภาผู้แทนฯมากที่สุดถึง 25.6 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งโดยมารยาททางการเมืองแล้ว 
พรรคการเมืองอื่นๆ จะต้องหลีกทางให้เอ็ม 5 เอส เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล

แม่เมืองโรมและขบวนการ 5 ดาว: ทางเลือกใหม่ของอิตาลี
      แต่ด้วยการยึดมั่นในอุดมการณ์อันเหนียวแน่น เอ็ม 5 เอสจึงปฏิเสธไม่ยอมจับมือกับพรรคการเมืองใดๆ  เพื่อตั้งรัฐบาลผสมเพราะไม่อยากจะถูกหลอกใช้หรือต้องตกเป็นเครื่องมือของพรรคการเมืองเขี้ยวลากดิน ยินดีจะเป็นฝ่ายค้านสำคัญ ปล่อยให้พรรคการเมืองเก่าแก่แย่งชิงก้อนเนื้อบนเขียงกันเอง
    การที่เอ็ม 5 เอส สามารถปักธงชัยที่กรุงโรมและนครตูริน จึงเหมือนกับตบหน้าพรรคเดโมแครตหรือ
พรรคประชาธิปัตย์ (พีดี) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลเข้าฉาดใหญ่ จนทำให้เก้าอี้นายกรัฐมนตรีของแมตทีโอ เรนซี
 ร้อนฉ่าไปหมด เนื่องจากกำลังวางเดิมพันทางการเมืองครั้งใหญ่เตรียมจัดให้มีการลงประชามติเกี่ยวกับการปฏิรูปรัฐธรรมนูญในเดือนตุลาคมนี้ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2561 
    สำหรับ เบปเป กริลโล วัย 67 ปี ก่อนหน้าจะตั้งขบวนการ 5 ดาว เคยเป็นนักแสดงและดาราตลก
ชื่อดังมาก่อน  โดยเฉพาะในบทล้อเลียนการเมือง จนกระทั่งถูกสั่งห้ามออกอากาศทางสถานีวิทยุ-โทรทัศน์
ของรัฐมานานหลายสิบปี หลังจากวิพากษ์วิจารณ์เบตติโน แครกซี นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น 
ระหว่างออกรายการทางโทรทัศน์เมื่อปี 2530

แม่เมืองโรมและขบวนการ 5 ดาว: ทางเลือกใหม่ของอิตาลี
     ส่วน เวอร์จิเนีย รัจจี นายกเทศมนตรีคนใหม่แห่งกรุงโรม มหานครที่มีฉายาน่าสะพรึงกลัวว่า
 "นครหลวงของมาเฟีย” ควบคู่ไปกับการเป็นที่ตั้งของวาติกัน นครรัฐอันศักดิ์สิทธิ์ ก็คงรู้ว่าตำแหน่งนี้
แม้จะได้มาด้วยคะแนนท่วมท้นชนิดพลิกความคาดหมาย ก็ใช่ว่าจะรักษาได้ง่ายๆ เนื่องจากมีสารพัดปัญหา
ที่รอการชำแหละ ไม่เช่นนั้นก็คงจะกลายเป็นตำแหน่งอาถรรพ์ที่ใครๆ ต่างขยาด หลังจากอดีตนายก-
เทศมนตรีหลายคน โดยเฉพาะ 2 รายล่าสุดล้วนแต่ต้องเดินเข้าซังเตในข้อหาทุจริตฉ้อฉล ไม่นับรวมข้าราชการ 
นักธุรกิจท้องถิ่น และนักการเมืองท้องถิ่นหลายสิบคนที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาพัวพันกับเครือข่าย
อาชญากรที่ปล้นงบประมาณไปจากเมืองหลวงแห่งนี้หลายร้อยล้านยูโร 
    รายล่าสุดคือ อิกนาซิโอ มาริโน นายกเทศมนตรีหัวเอียงซ้ายที่ถูกพรรคประชาธิปไตย พรรครัฐบาลลอยแพ กดดันให้ต้องลาออกจากตำแหน่งเมื่อต้นเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ท่ามกลางข้อกล่าวหาว่านำเงินหลวงเงินของกรุงโรมไปใช้เพื่อความสุขส่วนตัว แม้เจ้าตัวจะรับปากว่าจะคืนเงิน 2 หมื่นยูโรให้แก่สภาเทศบาลมหานครโรม จากที่เบิกไปใช้ส่วนตัว อาทิ เป็นค่าอาหารที่พาภรรยาและเพื่อนๆ ไปดินเนอร์มื้อหรูแล้วทำใบเสร็จเท็จ อ้างว่าเป็นค่าจัดงานเลี้ยงเจ้าหน้าที่จากองค์การอนามัยโลก แต่ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเท็จ เป็นต้น
    มาริโนยังถูกฟ้องในข้อหาสมคบกับมาเฟียใหญ่ร่วมกันปล้นเงินแผ่นดินผ่านการทำสัญญาผูกขาด จนทำให้เจ้าหน้าที่หลายสิบคนถูกจับกุม
    อีกคนหนึ่งคือ จิอานนี อาเลมานโน อดีตนายกเทศมนตรีหัวเอียงขวาระหว่างปี 2551-2556 ที่ถูกฟ้องในข้อหาต้องสงสัยว่ายักยอกเงินกองทุนของพรรคราว 125,000 อียู หรือราว 140,000 ดอลลาร์ไปใช้ในกิจการส่วนตัว ตลอดจนตั้งเพื่อนๆ ที่พัวกันกับมาเฟียไปรั้งตำแหน่งในสภาเทศบาล รวมทั้งรับสินบนจากมาเฟียทั้งในรูปเงินสดและเงินสนับสนุนการตั้งมูลนิธิ ทำให้เจ้าหน้าที่ 46 คนถูกจับในข้อหาสมคบคิดกับมาเฟีย

แม่เมืองโรมและขบวนการ 5 ดาว: ทางเลือกใหม่ของอิตาลี
    ด้วยความเข็ดขยาดกับนักการเมืองเขี้ยวลากดิน เหล่าลูกหลานนักรบโรมันจึงยอมวางเดิมพันใหม่เทคะแนนให้รัจจี นักการเมืองสาวใหญ่ผู้ไร้ประสบการณ์ทางการเมืองแทบจะสิ้นเชิงระหว่างการออกเสียงรอบสอง ด้วยความหวังว่าเธอจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่ผิดแผกไปจากนักการเมืองชายซึ่งผูกขาดมานานร่วม 3,000 ปี แล้วดีแต่สร้างวัฒนธรรมการโกงกินขึ้น
    คะแนนเหล่านี้มาจากการที่รัจจีให้สัญญาหนักแน่นว่าจะปฏิรูปโครงสร้างการบริหารส่วนท้องถิ่นทั้งระบบเพื่ออุดช่องทางการทุจริตคอร์รัปชั่น จะปรับปรุงบริการสาธารณะให้กลับมามีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเก็บขยะ หลังจากลูกหลานชาวโรมันต่างประสบความเดือดร้อนไปทั่ว คราวที่พนักงานเก็บขยะก่อหวอดประท้วง เมื่อปีที่แล้วบีบให้   มาริโนลาออก และเป็นจุดหักเหครั้งสำคัญทำให้เธอซึ่งเล่นการเมืองท้องถิ่นแค่ระดับสมาชิกสภาเทศบาล ตัดสินใจจะก้าวมาเป็นผู้หญิงแถวหน้าแห่งกรุงโรมให้ได้เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของลูกน้อย
    นโยบายเหล่านี้บ่งบอกว่ารัจจีเข้าใจถึงหัวอกของชาวกรุงโรมมากเพียงใด เพราะมีประสบการณ์ร่วม
เดียวกัน “ดิฉันจะเป็นนายกเทศมนตรีสำหรับชาวโรมทุกคน จะนำความชอบด้วยกฎหมายและความโปร่งใส
กลับคืนสู่สถาบันต่างๆ หลังจากที่โรมตกอยู่ภายใต้การบริหารจัดการที่ย่ำแย่มานานถึง 20 ปี ยุคใหม่
ได้เริ่มขึ้นแล้วจากตัวของพวกเราเอง”

    รัจจี แม่ม่ายสาวลูกหนึ่งซึ่งเพิ่งเลิกรากับสามีเนื่องจากมีความเห็นทางการเมืองคนละขั้ว คงจะรู้ตัวว่า
ไม่มีเวลาฮันนีมูนฉลองชัยชนะ ต้องเร่งสะสางปัญหาเรื้อรังต่างๆ โดยหนึ่งในงานอันดับต้นๆ ก็คือการชำระสะสาง
หนี้สินที่สูงท่วมภูเขาถึงกว่า 13,000 ล้านยูโร (ราว 520,000 ล้านบาท) ตลอดจนเร่งแก้ไขปัญหาจราจร ตามที่ให้
สัญญาไว้ระหว่างหาเสียง รวมไปถึงการเดินหน้าหาเสียงให้กรุงโรมแข่งเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกในปี 2024 
    ซึ่งไม่ใช่งานง่ายๆ สำหรับแม่เมืองมือใหม่หัดขับท่ามกลางเสียงเย้ยหยันจากผู้ไม่หวังดีว่า
 เธอจะต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้ประท้วงที่ดีแต่กดดันรัฐบาลมาเป็นผู้แก้ปัญหาเรื้อรังเอง