ประวัติการปลูกกล้วยไม้ตัดดอก ตอน1
บายไลน์ - ศ.ระพี สาคริก
ย้อนกลับไปนึกถึงช่วงปี 2485-2490 ซึ่งขณะนั้นถนนเพษรเกษมเพิ่งจะตัดใหม่ๆ ฉันมาเดินอยู่บนเส้นทางสายนี้ได้พบว่า 2 ข้างทางยังเป็นทุ่งนาที่เปล่าเปือย จากนั้นมาไม่นานก็เริ่มมีการยกร่องเพื่อปลูกพันธุ์ไม้ต่างๆ ที่มีการยกร่องเพราะเหตุว่าดินภาคกลางเป็นดินเหนียว ถ้ามายกร่องระบายน้ำเนื้อดินชั้นบนก็ไม่โปร่ง ทำให้การระบายน้ำไม่ดีพอ สำหรับรากต้นไม้ที่จะทะลุลงไปหาอาหาร
พอถึงปี 2500 กว่าๆ ฉันก็เริ่มเห็นดอกมะลิ ดอกซ่อนกลิ่นฝรั่ง อีกทั้งยังมีดอกรักซึ่งนำมาใช้ร้อยอุบะ และพวงมาลัยเสริมเข้ามาบนคันคูเป็นช่วงๆ บังเอิญในปีถัดมา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็เริ่มต้นตั้งสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม แต่หาสถานีวิทยุสำหรับให้นิสิตมาฝึกงานไม่ได้ จึงมาอาศัยสถานีวิทยุกองบันชาการกองพลที่ 1 บังเอิญในช่วงนั้นตัวฉันเองสนใจทุกสิ่งอย่างที่ขวางหน้า นอกจากจัดรายการโทรทัศน์เป็นคนแรกของนักวิชาการไทยในปี 2498 ซึ่งเป็นปีที่สถานีโทรทัศน์ของไทยแห่งแรกเกิดขึ้นแล้ว อาจารย์เจิย สุทธิวณิชย์ ซึ่งเป็นนิสิตฝึกงานอยู่ในสำนักส่งเสริมและฝึกอบรมในขณะนั้น ได้มาหาฉันเพื่อให้ไปดำเนินการที่สถานีวิทยุกองบัญชาการกองพลที่ 1 ขณะนั้นมี พล.ต.ยศ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นผู้บัญชาการกองพล อยู่
นอกจากนั้นสถานีวิทยุแห่งนี้ก็ได้อาศัยเอกชนมาจัดรายการทั้งหมด โดยมีคุณโกชัย เป็นคนมุสลิม มาเป็นผู้จัดการ ฉันมาเริ่มต้นออกรายการวิทยุอยู่ที่กองบัญชาการกองพลที่ 1 เป็นประจำทุกวันพุธ ออกอากาศเวลา 3 ทุ่มตรง ประจวบกับช่วงนั้นฉันเริ่มต้นวางแผนพัฒนาวงการกล้วยไม้ไทยมาแล้ว เพราะเห็นว่ากล้วยไม้ไม่ใช่พืชทำลายเศรษฐกิจ แต่มองลึกยิ่งกว่านั้น ว่าทำไมไปโทษกล้วยไม้ มนุษย์เป็นคนทำลาย หรือไม่ก็มาเป็นผู้พัฒนาเพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์
พอดีกับมีการฝึกอบรมแก่คน ฉันทำอยู่ที่บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด อยู่ที่ชั้น 4 อาคารราชดำเนิน สี่แยกคอกวัว มีครูที่บางแคอยู่กลุ่มหนึ่งมารับการอบรมอยู่ที่นั่นด้วย ครูใหญ่ชื่อครูบุญมา รัตนถาวร กับครูน้อยอีกจำนวนหนึ่งประมาณ 10 กว่าคน เธอเหล่านี้มารับการอบรมอยู่ที่นั่นทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ รวมเป็นเวลาเต็มหลักสูตรถึง 4 เดือนเต็ม
กลุ่มคนดังกล่าวเกิดความรู้สึกว่ากล้วยไม้น่าจะเป็นงานอาชีพที่ทำให้เกิดความมั่นคงได้ในระยะยาว ดังนั้นทุกคืนวันพุธ ไม่ว่ามีธุระไปที่ไหนถึงกับพบวิทยุติดตัวไปด้วย เพื่อไม่ต้องการขาดการรับฟังรายการของฉัน คนกลุ่มนี้เริ่มต้นปลูกกล้วยไม้ตัดดอกเป็นกลุ่มแรก แต่ปรากฏว่าขณะนั้นมีกล้วยไม้ผสมในสกุลหวาย ที่มีชื่อว่า หวายอมปาดูร์ ซึ่งคนมีอันจะกินในยุคก่อนสั่งมาปลูกเล่น อีกทั้งแข่งกันชิงดีชิงเด่นในสังคม ต่างก็ขยายพันธุ์เพื่อหวังความร่ำรวย แต่ปิดไว้เป็นความลับไม่เปิดเผย เพราะอย่างที่โบราณเรียกว่า ทุกคนต่างก็ดีดลูกคิดต่างแก้ว เมื่อปริมาณเพิ่มมาก ราคาก็ตก



