ข่าว

สำรวจเส้นทางรถไฟ ชมสมุนไพรอภัยภูเบศร

สำรวจเส้นทางรถไฟ ชมสมุนไพรอภัยภูเบศร

26 มิ.ย. 2559

บายไลน์ - สุรัตน์ อัตตะ

              ปู๊น..ปู๊น...ปู๊น...ปู๊น...เสียงหวูดขบวนรถธรรมดาที่ 281 กรุงเทพ-ปราจีนบุรี เป็นสัญญาณเตือนว่าใกล้จะออกจากชานชาลาที่ 6 หัวลำโพงในเวลาแปดโมงตรง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการสื่อมวลชนสัญจรด้วยรถไฟโอท็อป เพื่อสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวอันศิวิไลซ์ตามเส้นทางรถไฟสายตะวันออก นำโดย ผศ.ดร.ศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และ สุขุมาลย์ ศรีตุลา ที่ปรึกษาโครงการท่องเที่ยวทางรถไฟ โอท็อป พร้อมคณะผู้บริหารการรถไฟฯและสื่อมวลชนที่ร่วมเดินทางประมาณ 50 คน

               แปดโมงตรงรถไฟเริ่มเคลื่อนขบวนออกจากสถานีหัวลำโพงเพื่อมู่งสู่ปลายทางที่สถานีปราจีนบุรี หลังรถไฟเคลื่อนขบวนได้สักพัก พิธีกรเรียนเชิญ ผศ.ดร.ศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. กล่าวต้อนรับคณะสื่อมวลชน พร้อมบรรยายสรุปทีี่มาของโครงการสื่อมวลชนสัญจรด้วยรถไฟ โอท็อป ครั้งนี้ จากนั้นได้เล่าถึงผลการดำเนินงานกิจการรถไฟว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการปรังปรุงเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตลอดจนการเตรียมพร้อมต้อนรับตู้รถไฟขบวนใหม่ที่กำลังทยอยส่งมอบจากประเทศจีนในเร็วๆ นี้ด้วย  

                ระหว่างนี้มีพนักงานเดินแจกอาหารเช้าข้าวอบเผือก พร้อมน้ำสมุนไพร เมนูเด็ดจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ให้ทุกคนรับประทาน พร้อมของว่าง จากนั้นจะมีวิทยากรแพทย์แผนไทยจากโรงพยาบาลมาบรรยายให้ความรู้เรื่อง “ยาดมตามธาตุและการนวดบำบัด” พร้อมสาธิตวิธีการปฏิบัติให้ดูเป็นตัวอย่างเพื่อให้ทุกคนทดลองปฏิบัติตามช่วยให้เกิดความผ่อนคลายในขณะเดินทางๆ ได้เป็นอย่างดี ใช้เวลาสี่โมงครึ่งก็ถึงสถานีเป้าหมาย ปราจีนบุรี ในขณะที่สถานีปลายทางของรถไฟขบวนนี้อยู่ที่กบินทร์บุรี  

                หลังทุกคนขนย้ายสัมภาระออกจากขบวนรถไฟ จากนั้นมาต่อด้วยรถบัสสองชั้นปรับอากาศเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายแรกวัดแก้วพิจิตรในตัวเมืองปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพระอารามหลวงตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำบางปะกงใน ต.หน้าเมือง ตามประวัติวัดแห่งนี้สร้างเมื่อปี 2422 โดยนางประมูล โภคา ภรรยาของขุนประมูลภักดี ต่อมาในปี 2461 เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) ได้สร้างพระอุโบสถเพิ่มเติมมีสถาปัตยกรรมภายนอกและการตกแต่งภายในตัวอาคารผสมผสานระหว่างศิลปะไทย จีน ยุโรปและเขมร

                 พระประธานพระอุโบสถวัดแก้วพิจิตร เป็นพระพุทธรูปประทับขัดสมาธิเพชรพระหัตถ์ขวาหงายในปางประทานอภัย พระหัตถ์ซ้ายหงายขึ้น สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงออกแบบประทานเจ้าพระยาอภัยภูเบศรสร้างขึ้นในปี 2464 และการที่พระพุทธรูปองค์นี้แสดงปางประทานอภัยก็น่าจะใช้สอดคล้องกับสกุลของผู้สร้างคืออภัยวงศ์ หลังใช้เวลาเดินสำรวจบริเวณวัดโดยทั่วแล้ว จากนั้นได้เวลารับประทานอาหารกลางวันที่ร้านร่มไม้ที่เน้นเมนูเด็ดประเภทปลาเป็นอาหารขึ้นชื่อของร้านนี้

                 หลังอิ่มอร่อยมื้อกลางวัน จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ถือเป็นไฮไลท์ของการเดินทางทริปนี้ ทันทีที่ไปถึงได้รับการต้อนรับอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล พร้อมบรรยายสรุปประวัติความเป็นมา ก่อนนำไปชมตามห้องต่างๆ ภายในโรงพยาบาล โดยเฉพาะตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรถือว่ามีความเก่าแก่ที่สุด ก่อสร้างขึ้นในปี 2452 ถูกสร้างขึ้นจากความจงรักภักดีของเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) ประสงค์จะใช้เป็นที่ประทับรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในโอกาสที่เสด็จประพาสเมืองปราจีนบุรี

                 จากนั้นตึกหลังนี้เป็นมรดกตกทอดมาเป็นของพระยาอภัยวงศ์วรเชษฐ (ช่วง อภัยวงศ์) ต่อมาพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ซึ่งเป็นหลานของพระยาอภัยวงศ์วรเชษฐได้ประทานตึกหลังนี้แก่มณฑลทหารบกที่ 2 ตั้งเป็นสถานพยาบาลและเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัดใช้ชื่อว่า “โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร” ต่อมาตึกหลังนี้ได้รับการอนุรักษ์และขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติของกรมศิลปากรเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2533 และได้รับรางวัลพระราชทานอาคารอนุรักษ์ดีเด่นประจำปี 2542 จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อีกด้วย

                 ฟังบรรยายสรุปเสร็จจากนั้นจึงเดินสำรวจตามจุดต่างๆ เริ่มจากชั้นหนึ่ง ร้านจำหน่ายยาสมุนไพร ดูการสาธิตกรรมวิธีผลิตยาสมุนไพร ประวัติและผลงานของเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จากนั้นขึ้นไปสำรวจชั้นสอง ซึ่งใช้เป็นพิพิธภัณฑ์เก็บรวบรวมของเก่า ข้าวของเครื่องใช้ของท่าน เสร็จแล้วเดินข้ามมาอีกตึก ซึ่งเป็นร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรเจ้าพระอภัยภูเบศรที่มีไว้บริการลูกค้าที่สนใจ ก่อนจะไปปิดท้ายที่อาคารนวดและสปา โดยใช้วัตถุดิบจากสมุนไพรมาให้บริการ จากนั้นเดินทางต่อไปยังสวนดาษดาแกลเลอรี่ ซึ่งเป็นสถานที่สุดท้ายสำหรับทริปนี้

                 ดาษดาแกลเลอรี่ ฟลาวเวอร์ เอสเซนซ์ รีสอร์ท ดินแดนแห่งดอกไม้นานาพรรณ เกิดจากความรักในธรรมชาติและดอกไม้ของผู้ก่อตั้ง ดร.ปวเรศ บุญตานนท์ ผู้บริหาร PSP Group ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันหล่อลื่นรายใหญ่ มีพื้นที่แสดงดอกไม้แบ่งเป็น 2 โซน คือ โซนเอ จะเป็นห้องเรือนกระจกติดแอร์ทั้งหลัง และโซนบี จะเป็นพื้นที่กลางแจ้ง

                 เราใช้เวลาในการสัมผัสความงามของไม้ดอกหลากสีสันที่ดาษดากว่าชั่วโมง ก่อนทั้งหมดจะขึ้นรถกลับกรุงเทพฯ ทั้งไว้ความถวิลหาบอกกับตัวเองว่ามีโอกาสจะกลับมาเยือนอีกครั้ง!

                                                       ...........................................................................