
คนรุ่นใหม่แห่ยึดอาชีพขายตรง
ตลาดขายตรงโตสวนกระแส คนรุ่นใหม่ยึดเป็นธุรกิจสร้างรายได้ มองไม่ต้องลงทุนและมีความเสี่ยงน้อย แนะต้องใกล้ชิดลูกค้า
นางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ อุปนายกฝ่ายรัฐสัมพันธ์ สมาคมการขายตรงไทย กล่าวว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจจะซบเซา แต่ธุรกิจขายตรงทั่วโลกกลับมีแนวโน้มการเติบโตสูงในทุกตลาด โดยธุรกิจขายตรงในไทยมีมูลค่าตลาดรวม 4.7 หมื่นล้านบาท เนื่องจากผู้บริโภคให้การยอมรับในธุรกิจขายตรงมากขึ้น โดยไม่ได้มองแค่การทำเป็นอาชีพเสริม แต่ทำเป็นอาชีพหลักมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่เศรษฐกิจถดถอย ประกอบไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเองมากกว่าการทำงานประจำ เพราะเป็นอาชีพไม่ต้องลงทุนและมีความเสี่ยงน้อย
“การทำตลาดขายตรงในอนาคตให้ประสบผลสำเร็จได้ ต้องเข้าไปดูแลลูกค้าให้ได้ใกล้ที่สุด พัฒนาช่องว่างการนำสินค้าไปหาลูกค้าน้อยที่สุด หรือไม่มีช่องว่างเลย เพราะลูกค้ายุคใหม่คิดว่าไม่จำเป็นต้องไปที่ร้านอีกต่อไป แต่จะมีสินค้ามาให้ถึงร้าน และเลือกได้เอง“ นางภคพรรณกล่าว
นพ.สุมาส วงศ์สุนพรัตน์ ซีโอโอศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และที่ปรึกษาทางด้านการตลาด กลยุทธ์ การเงิน และบริหารงานบุคคล ให้บริษัทในกลุ่มธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขายตรงเป็นช่องทางจำหน่ายที่มาแรง แต่การทำตลาดต้องไม่ยึดติดในรูปแบบเดิมๆ ต้องเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า หรือไดเร็กทู คอนซูเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง เป็นการทำตลาดเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง
ด้าน พญ.นลินี ไพบลูย์ นายกสมาคมการขายตรงไทย กล่าวว่า การสร้างแบรนด์ยังเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจขายตรง ดังนั้นต้องทำให้สินค้าเข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคให้ได้ แต่อุปสรรคใหญ่การทำธุรกิจตอนนี้ คือการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทำให้ผู้บริโภคไม่มีอารมณ์ในการจับจ่าย ทั้งที่แรงซื้อยังมีอยู่ แต่อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าธุรกิจขายตรงในปีนี้เติบโตได้ 5-7%



