ข่าว

อย่าเพิ่งคาดหวัง

อย่าเพิ่งคาดหวัง

05 ส.ค. 2552

คนที่ติดตามสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิดอาจจะแอบคิดไปไม่ได้ว่า สงครามบนคาบสมุทรเกาหลีคงจะปะทุในไม่ช้านี้หรืออย่างไร

 เพราะสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อค่ายตะวันตก พากันโหมประโคมข่าวเสียเหลือเกินว่าเกาหลีเหนือนั้นสุดแสนจะอหังการ ทั้งคว่ำโต๊ะเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์ 6 ฝ่าย แล้วก็ทดลองยิงขีปนาวุธพิสัยไกลและใกล้ไม่รู้กี่ลูกต่อกี่ลูก แถมยังแอบทดลองนิวเคลียร์ใต้ดินจนยูเอ็นต้องออกมาตรการลงโทษเพื่อเป็นการปราม

 ด้านสหรัฐ และเพื่อนบ้านที่หวาดผวาอย่างเกาหลีใต้ ญี่ปุ่นก็ออกมาตรการคว่ำบาตรรัฐบาลเปียงยางกันมากขึ้น ควบคู่ไปกับการจัดหาอาวุธเอาไว้ป้องกันตัวกันยกใหญ่

 แต่ล่าสุดมีสัญญาณบ่งชี้ว่าสถานการณ์อาจพลิกผันไปในทางตรงกันข้าม เพราะอยู่ดีๆ บิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีรูปหล่อของสหรัฐ กลับเดินทางเยือนแดนโสมแดงแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยซะงั้น นัยว่าไปเพื่อเจรจาขอให้รัฐบาลเปียงยางปล่อยตัว 2 นักข่าวชาวอเมริกันที่ถูกจับกุมตัวไว้ตั้งแต่เดือน มีนาคมโน่น ก่อนจะถูกตัดสินจำคุกนาน 12 ปีฐานข้ามพรมแดนอย่างผิดกฎหมาย

 แต่นักวิเคราะห์มองว่า ระดับบิล คลินตันไปทั้งทีไม่น่าจะมีแค่เรื่องปล่อยตัวนักข่าว แต่น่าจะมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยนอกจากจะได้บินกลับบ้านพร้อม 2 นักข่าวแล้ว

 คลินตันยังมีแนวโน้มสูงมากที่จะได้พบกับ นายคิม จอง อิล ผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งถือเป็นผู้นำที่ลึกลับที่สุดคนหนึ่งของโลกด้วย

 ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่า เกาหลีเหนืออยากปรับปรุงความสัมพันธ์กับสหรัฐให้ดีขึ้นด้วยการยอมให้คลินตันไปเยือน แล้วก็ถือโอกาสใช้เรื่องนี้เป็นการโฆษณาชวนเชื่อในบ้าน ซึ่งตอนนี้คนชักจะเริ่มจะวิตกเรื่องสุขภาพอันย่ำแย่ของนายคิม จอง อิล วัย 67 ปีกันมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ยังไม่มีการประกาศตัวทายาททางการเมืองแต่อย่างใด

 สัญญาณบ่งชี้การเต็มใจอ้าแขนรับสหรัฐ และพร้อมจะเปิดการเจรจาทางการเมือง ซึ่งอาจจะรวมถึงการปลดอาวุธนิวเคลียร์ด้วยก็คือการที่รัฐบาลเปียงยางส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปรับคลินตันถึงสนามบินนั่นเอง

 จนนักวิเคราะห์บางคนถึงกับประกาศออกมาเลยว่า การมาเยือนของคลินตันในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของศักราชใหม่ทางความสัมพันธ์สหรัฐ-เกาหลีเหนือเลยทีเดียว

 ทว่า ผู้ที่เคยชินกับการ กลับลำ อยู่ตลอดเวลาของเกาหลีเหนือดีได้ออกปากเตือนว่า อย่าเพิ่งไปคาดหวังอะไรมากมายจากการเยือนแดนโสมแดงของบิล คลินตันนักเลย

 อย่างมากก็คงได้แค่ทั้งสองฝ่ายจะหันหน้าเข้าเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์ในระดับทวิภาคี แทนการเจรจา 6 ฝ่ายที่คว่ำไม่เป็นท่าเท่านั้นเอง

ทัศนีย์ สาลีโภชน์