ข่าว

จับทีมฆ่าสาวบัญชีอู่รถยนต์ซัดสามีเก่าบงการ

จับทีมฆ่าสาวบัญชีอู่รถยนต์ซัดสามีเก่าบงการ

23 มิ.ย. 2559

จับทีมฆ่าพนักงานบัญชีอู่ซ่อมรถยนต์สันทราย เผยรับงานจากสามีเก่าผู้ตาย 1.4 แสน ปมหึงหวง

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณนานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และนายกฤษณ์ ธนาวณิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 กราดยิง น.ส.เกษสุดา สายเขียว อายุ 34 ปี เสียชีวิต เหตุเกิดที่บริเวณอู่ซ่อมรถกิจเจริญยนต์ ซึ่งผู้ตายเป็นพนักงานบัญชีของอู่ซ่อมรถดังกล่าว แล้วหลบหนีไป
               กระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 4 คน ได้แก่ 1.นายคฑาวุธหรือเจมส์ ปลาเงิน อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 140/1 หมู่ 8 ต.ร่องกาศ อ.สูงเม่น จ.แพร่ 2.นายอุดมหรือเอ็ม ปราบปราม อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 106/4 หมู่ 8 ต.ปงป่าหวาย อ.เด่นชัย จ.แพร่ 3.นายจีระพงศ์หรือหอย เทโพธิ์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 129/1 หมู่ 4 ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ และ 4.นายจิรศักดิ์หรือแมน สีลาชุม อายุ 27 ปี บ้านเลขที่ 90/1 หมู่ 8 ต.ปงป่าหวาย อ.เด่นชัย จ.แพร่
               พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 11.30น. ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีแดงดำ ทะเบียน จรพ 632 เชียงใหม่ มาจอดด้านหน้าอู่ซ่อมรถยนต์กิจเจริญ ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ 10 ถนนเชียงใหม่-พร้าว ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ก่อนจะใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 กราดยิง น.ส.เกษสุดา สายเขียว อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 125 หมู่ 11 ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ และนายจะพอ ซือมือ สามีใหม่ของน.ส.เกษสุดา แต่นายจะพอสามารถหลบหนีวิถีกระสุนได้หวุดหวิด คนร้ายจึงยิงน.ส.เกษสุดา จนกระสุนหมดแม็กกาซีนจำนวน 19 นัด แบ่งเป็น 18 นัดบริเวณลำตัว และนัดสุดท้ายยิงเข้าที่ศีรษะ ทำให้น.ส.เกษสุดา เสียชีวิตทันที
               จากการติดตามสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในพื้นที่ สภ.สันทราย และตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 แกะรอยจากภาพวงจรปิดในโครงการโปลิสอาย และสืบสวนสอบสวนจากเบาะแสเส้นทางการหลบหนี กระทั่งทราบตัวคนร้ายผู้เป็นมือปืน คือ นายจีระพงษ์ เทโพธิ์ และได้ขอหมายจับจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าจับกุมตัว ได้ที่บ้านพัก ในอำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ก่อนจะขยายผล จับกุมอีก 3 ผู้ต้องหาที่ร่วมกันวางแผนฆ่าได้ดังกล่าว เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา
               โดยผู้ต้องหาทั้ง 4 รายให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากสามีเก่าของผู้ตาย เนื่องจากน.ส.เกษสุดา ไปมีสามีใหม่ และได้ทำการติดต่อนายอุดม เพื่อจ้างวานฆ่า น.ส.เกษสุดา และนายจะพอ โดยระบุว่าหากฆ่าฝ่ายชายไม่ได้ให้ฆ่าฝ่ายหญิง นายอุดมจึงได้จ้างวานผู้ร่วมขบวนการอีก 3 คนมาร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ โดยแบ่งหน้าที่ให้ นายคฑาวุธ เป็นผู้วางแผนฆ่าและเส้นทางหลบหนี นายอุดมทำหน้าที่ขับรถให้มือปืน นายจีระพงศ์ทำหน้าที่เป็นมือปืน และนายจิรศักดิ์ ทำหน้าที่ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นวีออส สีเทา ทะเบียน ฌม 4179 กรุงเทพมหานคร รับส่งและสับเปลี่ยนรถให้ทีมยิงเพื่ออำพรางตำรวจ โดยเบื้องต้นวางแผนบุกฆ่าตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน แต่ยังไม่สบโอกาสจึงวางแผนฆ่าอีกครั้ง และก่อเหตุฆ่าน.ส.เกษสุดา ในวันต่อมา โดยว่าจ้างในราคา 140,000 บาท แต่หลังก่อเหตุกลับโอนเงินเข้าบัญชีเพียง 20,000 บาทแล้วหลบหนีไป ไม่สามารถติดต่อได้ จึงวางแผนจะตามไปฆ่าผู้จ้างแต่มาถูกจับได้เสียก่อน
               ทั้งนี้อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ เป็นของนายคฑาวุธ หัวหน้าทีม ที่ซื้อมาในราคา 5,000 บาท ส่วนนายจีระพงศ์ เคยต้องคดีฆ่าคนตาย ตามหมายจับของตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ ที่ 207/2554 ลงวันที่ 11 สิงหาคม 2554 และถูกขึ้นบัญชีเป็นมือปืนอันดับที่ 20 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปี 2559 อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้มีการติดตามสืบสวนเพื่อจับกุมผู้บงการฆ่ามาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด และเตรียมนำผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป