ข่าว

กิเลนถล่มโหด 8-3 "คลีตัน" 4 ตุง

กิเลนถล่มโหด 8-3 "คลีตัน" 4 ตุง

22 มิ.ย. 2559

คลีตัน ซิลวา ซัดคนเดียว 4 ประตู พาเอสซีจี เมืองทองฯ เปิดบ้านถล่ม โอสถสภาฯ เละเทะ 8-3 รั้งจ่าฝูงโตโยต้า ไทยลีก 2016 เมื่อจบเลกแรก  พร้อมทำสถิติชนะในลีก 12 นัดรวด

          ฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2016 เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นเกมนัดที่ 17 หรือนัดสุดท้ายของเลกแรก ที่สนามเอสซีจี เป็นการเจอกันของ เอสซีจี เมืองทองฯ จ่าฝูง พบ โอสถสภาฯ อันดับ 16

          เล่นมา 3 นาที สมปอง สอเหลบ ยิงให้ทีมเยือนนำก่อน 1-0 แต่หลังจากนั้น เอสซีจี เมืองทองฯ เดินหน้าบุกหนักและยิงได้ถึง 8 ลูก ได้ประตูจากคลีตัน ซิลวา คนเดียว 4 ประตู นาที 17, 26, 55 และ 71 รวมยิงในลีกไปแล้ว 19 ลูก นำเป็นดาวซัลโวเดี่ยวๆ, “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา 2 ประตู นาที35 กับ 60 และอดิศักดิ์ ไกรษร นาที 29, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา นาที 83 ก่อนที่ท้ายเกมนาที 83 ปัณณ์พันธุ์พงษ์ ปิ่นกอง ยิงให้โอสถฯ ไล่มา 2-8 และนาทีถัดมาอานห์ แจ ฮุน โหม่งเป็น 3-8 แต่ก็เท่านั้น จบเกม “กิเลน” ถล่ม 8-3 ทำให้ เอสซีจี เมืองทองฯ มีเพิ่มเป็น 45 แต้ม รักษาตำแหน่งจ่าฝูงได้ต่อไป พร้อมเป็นทีมนำเมื่อจบเลกแรก นอกจากนั้นทำสถิติชนะในลีก 12 นัดรวด ลุ้นทำลายสถิติชนะ 14 นัดรวดของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ทำไว้เมื่อปีที่แล้ว

          ที่สนาม ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต แบงค็อก ยูไนเต็ด รองจ่าฝูง พบ สุโขทัย อันดับ 7 ครึ่งแรกเล่นมา 2 นาที ดิยุฟ บีรัม หลุดเข้าไปยิงให้ทีมเยือนนำก่อน 1-0 ทว่านาที 14 สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ ยิงไกล 35 หลาสุดสวยตีเสมอ 1-1 และครึ่งหลังนาที 52 สรรวัชญ์ เดชมิตร ยิงให้ แบงค็อก นำ 2-1 แต่นาที 72 เรนาน มาเกวซ โล่งๆ ให้ทีมเยือนตีเสมอ 2-2 อย่างไรก็ตาม 3 นาทีถัดมาเจ้าถิ่นได้จุดโทษ และเป็น ดราแกน บอสโควิช ที่ยิงเข้าไป 3-2 และช่วงทดเวลา สุมัญญา ปุริสาย ยิงตอกย้ำชัยชนะให้เจ้าชนะ 4-2 โดย แบงค็อก รั้งรองจ่าฝูงต่อไป

          ที่สนามศรีนครลำดวน ศรีสะเกษ อันดับ 10 พบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อันดับ 5 ครึ่งแรกนาที 11 จักรพันธ์ แก้วพรม ยิงมุมแคบให้ทีมเยือนนำ 1-0 จากนั้นนาที 44 ภูวดล สุวรรณชาติ หลุดเดี่ยวตีเสมอให้ ศรีสะเกษ 1-1 ทว่าช่วงทดเวลา จักรพันธ์ แก้วพรม โหม่งให้ บุรีรัมย์ นำอีกครั้ง 2-1 อย่างไรก็ตามครึ่งหลังนาที 60 ภูวดล สุวรรณชาติ ยิงให้ ศรีสะเกษ ตีเสมออีกครั้ง 2-2 ก่อนแบ่งแต้มกันไปอย่างสนุก

          ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ นครราชสีมา อันดับ 15 พบ อาร์มี ยูไนเต็ด อันดับ 9 เกมนี้เจ้าถิ่นชนะ 1-0 จากจุดโทษของ บียอร์น ลินเดมันน์ นาที 29

          ที่ชลบุรี สเตเดียม ชลบุรี อันดับ 11 พบ เชียงราย ยูไนเต็ด อันดับ 4 เริ่มเกมนาที 16 ศรัณยู อินต๊ะราช ชาร์จจ่อๆ ให้ เชียงราย นำ 1-0 แต่ ชลบุรี ได้คืน 2 ลูกรวดจาก ประกิต ดีพร้อม ยิงไกลสุดสวยนาที 36 และโรดริโก เวอร์จิลิโอ วอลเลย์เต็มข้อนาที 49 ให้ “ฉลามชล” แซงชนะ 2-1

          ที่สนามกีฬา จ.ราชบุรี เจ้าถิ่น ราชบุรี อันดับ 6 พบ สุพรรณบุรี อันดับ 8 เกมนี้ยิงกันครึ่งหหลังนาที 71 เฮเบอร์ตี เฟอร์นันเดซ ซัให้เจ้าบ้านนำ 1-0 แต่นาที 74 คาร์เมโล กอนซาเลซ ตีเสมอให้ทีมเยือน 1-1 อย่างไรก็ตามถัดมา 4 นาที เฮเบอร์ตี เฟอร์นันเดซ ไขว้ยิงให้ ราชบุรี ชนะ 2-1

          ที่สนามลีโอ บากงอกกล๊าส อันดับ 3 พบ บีบีซียู ทีมบ๊วยของตาราง ครึ่งแรกนาที 20 อาเรียล โรดริเกวซ กองหน้าทีม ชาติคอสตาริกาโหม่งให้ บีจี นำก่อน 1-0 แต่นาที 54 จูเลียส โออิโบห์ เหลือบเห็น นริศ ทวีกุล ออกมาไกลเส้นประตู เลยชิพบอลจากระยะ 40 หลา เข้าประตูไปอย่างสวยงาม 1-1 อย่างไรก็ตามท้ายเกมนาที 82 อาเรียล โรดริเกวซ ทำประตูให้ บีจี นำอีกครั้ง 2-1 และช่วงทดเวลา ศราวุฒิ มาสุข ยิงปิดกล่องให้ บีจี ชนะ 3-1

          ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มีนบุรี บีอีซี เทโรศาสน อันดับ 14 พบ ชัยนาท รองบ๊วย เริ่มเกมมา 24 นาที โช ชิโมจิ ยิงทีมเก่าของตัวเองให้ทีมใหม่อย่าง ชัยนาท นำ 1-0 ทว่านาที 39 เทโรฯ ได้จุดดทษ และเป็น ชนานันท์ ป้อมบุบผา ที่ซัดเข้าไป 1-1 เกมทำท่าจะจบลงด้วยผลเสมอ แต่แล้วนาทีสุดท้าย ศิวกรณ์ เตียตระกูล สวมบทฮีโร่ให้ เทโรฯ ยิงประตูชัยพาทีมแวงชนะ 2-1

          ที่สนามราชนาวี สัตหีบ ราชนาวี อันดับ 14 พบ พัทยา ยูไนเต็ด อันดับ 12 ซึ่งช่วงทดเวลาครึ่งแรก ชุษณะ นัมคณิสร ซัดให้เจ้าบ้านนำก่อน 1-0 ทว่านาที 58 ศุภนันท์ บุรีรัตน์ ยิงตีเสมอให้ พัทยา แบ่งแต้ม 1-1

          ผลฟุตบอลดิวิชั่น 1 ประจวบ ชนะ สมุทรสงคราม 3-0, ลำปาง ชนะ เชียงใหม่ 3-2, สงขลา ยูไนเต็ด ชนะ นครปฐม 5-1, พีทีที ระยอง เสมอ กระบี่ 1-1, ระยอง เสมอ อุบล ยูเอ็มที 0-0, บางกอก แพ้ ขอนแก่น ยูไนเต็ด 1-2, ไทย ฮอนด้า แพ้ อ่างทอง 0-1