
จี้ปลด'สุขุมพันธุ์'น้ำท่วมกรุงซ้ำซาก
นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ยื่นหนังสือ ปธ.สภา กทม.จี้เสนอ มท.1 ปลด “สุขุมพันธุ์” ชี้เพิกเฉย-ล้มเหลว “น้ำท่วมกรุง” ซ้ำซาก
22 มิ.ย. 59 หลังจากพายุฝนตกกระหน่ำในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 20 มิถุนายน และมีฝนตกสลับหยุดนิ่งบางช่วงต่อเนื่องกันในช่วงกลางดึกจนถึงรุ่งเช้าวันที่ 21 มิถุนายน จนทำให้เกิดน้ำท่วม 36 จุดในกรุงเทพฯ ส่งผลให้เช้าวันดังกล่าวจนถึงเที่ยงวันการจราจรในเมืองหลวงติดขัดจนเป็นอัมพาต โดยผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า เป็นฝนที่ตกหนักมากในรอบ 25 ปี เมื่อเปรียบเทียบในช่วงเดียวกัน โดยมีปริมาณน้ำฝนรวมกันถึง 200 มม. และระบุว่าอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่จะเสร็จในปี 2560 จะช่วยแก้ปัญหาได้ พร้อมขออย่าเรียกว่าน้ำท่วมแต่เป็นน้ำรอการระบาย หากเป็นน้ำท่วมต้องเหมือนปี 2554 ขณะที่มีเสียงวิจารณ์การทำงานของ กทม. ทั้งในเรื่องท่อระบายน้ำอุดตัน เศษขยะที่ขวางทางในคูคลอง ประสิทธิภาพการระบายน้ำ เมื่อฝนตกลงมาครั้งใดจะเกิดน้ำท่วมขังเป็นประจำ
ล่าสุด นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้ยื่นหนังสือถึง ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากรุงเทพมหานคร (กทม.) เรื่อง “ขอให้มีมติขอให้ รมว.มหาดไทย เสนอคณะรัฐมนตรีสั่งให้ผู้ว่าฯ กทม.ออกจากตำแหน่ง” โดยหนังสือระบุว่า ตามที่ปรากฏโดยชัดแจ้งในกรณีที่มีปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่หลายจุดในกรุงเทพฯ อันเนื่องมาจากฝนตกในช่วงคืนวันที่ 20 มิถุนายน ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา ทำให้ถนน ตรอก ซอก ซอย รวมทั้งหมู่บ้าน ชุมชน ในหลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมขัง การจราจรติดขัดเป็นวงกว้าง ก่อให้เกิดความเดือดร้อนและเสียหายต่อสวัสดิภาพของประชาชนเป็นจำนวนมาก ผลที่เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากการละเลยไม่ปฏิบัติการอันควรปฏิบัติของผู้ว่าฯ กทม. ตามมาตรา 49 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารกรุงเทพมหานคร 2528
ด้วยเหตุดังกล่าวในฐานะประชาชนคนกรุงเทพฯ และในฐานะนายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน จึงใคร่ร้องเรียนมายังท่านและสภา กทม.โปรดใช้อำนาจในการตั้งคณะกรรมการสามัญหรือวิสามัญ มาตรา 38 เพื่อพิจารณาสอบสวนกรณีข้างต้น และใช้อำนาจตามมาตรา 52 (8) และมาตรา 58 วรรคสอง เพื่อให้มีมติขอให้ รมว.มหาดไทย เสนอคณะรัฐมนตรีสั่งให้ผู้ว่าฯ กทม.ออกจากตำแหน่ง อันเนื่องมาจากความล้มเหลวในการปฏิบัติการทำให้เกิดกรณีน้ำท่วมซ้ำซาก และก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายอย่างร้ายแรงแก่กรุงเทพฯ โดยส่วนรวมหรือแก่สวัสดิภาพของประชาชน จึงขอให้ประธานและสมาชิกสภา กทม.ดำเนินการตามข้อร้องเรียนโดยพลัน
นายศรีสุวรรณ ให้สัมภาษณ์ว่า หากภายใน 30 วัน สภา กทม.ไม่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาก็จะฟ้อง ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ด้วย เพราะที่ผ่านมาได้ทำหนังสือถึง กทม.ในเรื่องเตรียมแก้ปัญหาน้ำท่วมมาโดยตลอด แต่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ก็เพิกเฉยและล้มเหลวต่อการแก้ปัญหา ทั้งที่เรื่องฝนตกหนักรวมถึงเหตุน้ำท่วมก็เกิดขึ้นหลายครั้ง และอำนาจของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ สามารถบริหารจัดการได้ แต่กลับไม่ดำเนินการอะไร ที่สำคัญ กทม.มีเรดาร์ไว้ตรวจฝนครบถ้วน แต่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้
“ปัญหาทั้งหมดขึ้นอยู่กับการบริการจัดการของผู้ว่าฯ กทม. เรื่องน้ำท่วมไม่ควรเป็นปัญหาให้คนกรุงอีกต่อไป วันนี้ทำหนังสือไปถึง มท.1 ด้วย จะดูว่าจะเกี้ยเซียะกันหรือเปล่า จะมองประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ของส่วนรวมหรือไม่ หากเรื่องนี้ประธานสภา กทม.และ มท.1 ไม่ดำเนินการก็จะฟ้องด้วย จะแฉให้คนกรุงได้รู้ และเพื่อให้ผู้ว่าฯ กทม.คนต่อไปมีความตั้งใจแก้ปัญหาในเรื่องนี้” นายศรีสุวรรณ กล่าว
ที่ปรึกษาโต้อย่าคิดแต่ไม่ศึกษา
ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อมีผู้ร้องเรียนเข้ามาทางสภา กทม.ก็พร้อมรับฟัง แต่ต้องพิจารณาถึงเหตุผลในข้อร้องเรียนว่าเป็นอย่างไรด้วย ไม่ใช่ว่าใครร้องเรียนเรื่องใดมาต้องตั้งกรรมการทั้งหมด ส่วนเรื่องที่ว่าจะมีการฟ้องนั้นยังไม่ทราบ เพราะต้องขอดูรายละเอียดของหนังสือที่ส่งมาก่อน อย่างไรก็ตามในเรื่องมาตรการแก้ปัญหาน้ำท่วมของ กทม.นั้น สภา กทม.ก็สามารถตรวจสอบได้ โดยสมาชิกสภา กทม.สามารถตั้งญัตติหรือเป็นกระทู้เพื่อถามไปยังฝ่ายบริหารในที่ประชุมสภา กทม.วันที่ 6 กรกฎาคมนี้ได้ ซึ่งเข้าใจว่าในช่วงนี้เป็นฤดูฝนสมาชิกสภา กทม.คงตั้งกระทู้เรื่องนี้ขึ้นมา
ขณะที่ นายวสันต์ มีวงษ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะโฆษกประจำตัวผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ถ้าบอกว่าน้ำท่วมซ้ำซากแล้วปลดผู้ว่าฯ กทม.ต้องถามว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ทำงานหรือไม่ ขอให้นายศรีสุวรรณไปดูตั้งแต่ปี 2552 ตั้งแต่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เข้ามาทำงานมีปัญหาน้ำท่วมอย่างไร มีพัฒนาการอย่างไร และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ทำอย่างไร ไม่ใช่พูดอย่างเดียว ซึ่งสื่อมวลชนก็ต้องไปนำเสนอข้อเท็จจริงด้วย เพราะในโซเชียลมีเดียก็นำเรื่องไปตำหนิต่อ ทั้งที่จริงเมื่อเกิดปัญหาการระบายน้ำ นายศรีสุวรรณต้องมาเรียนรู้ปัญหาและวิธีการพัฒนาเป็นอย่างไรด้วย โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2552 การแก้ปัญหาน้ำท่วมแต่ละพื้นที่ดีขึ้นอย่างไรบ้าง อาทิ ที่ถนนศรีนครินทร์ และพื้นที่ราม 2 ซึ่งในอดีตหากมีน้ำท่วมต้องใช้เวลาระบาย 5-7 วัน
“พอมีฝนตกหนักแต่น้ำไม่ท่วม ทำไมถึงไม่ออกมาพูด อย่าคิดแค่ว่าคนที่ไม่ปฏิบัติคิดแค่ตำหนิ คิดแค่อย่างเดียวไม่ได้ การตรวจสอบเป็นเรื่องดี แต่ต้องมีความรู้รอบด้านด้วย ไม่ใช่เอาความเห็นส่วนตัวแล้วมาสรุปว่า กทม.ไม่ได้ดำเนินการอะไร ซึ่งจริงๆ เชื่อว่ารู้แต่เลือกที่จะไม่รับรู้มากกว่า” นายวสันต์ กล่าว



