
วิเคราะห์ 4 เหตุผลที่"เอนโซโก"ปิดกิจการ
การทำธุรกิจที่ใหญ่เกินตัว ท่ามกลางกระแสการแข่งขันที่รุนแรง การขาดแคลนระบบบริหารจัดการที่ดี เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เอนโซโก ต้องพับฐานออกจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จูดิธ บาเลีย ผู้สื่อข่าวเว็บไซต์เทคอินเอเชีย เขียนรายงานชี้เหตุผลที่ทำให้เอนโซโก ปิดบริการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กะทันหัน โดยชี้ว่ามีสัญญาณ 4 ประการที่ส่งออกมาล่วงหน้าที่บ่งชี้ถึงความล้มเหลวของเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซแห่งนี้
เริ่มจากการที่เอนโซโกพึ่งพาการขายสินค้าประจำวันและการขายสินค้าแบบ“แฟลช เซลล์” เป็นเวลานานเกินไป
เอนโซโก เปิดบริการในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2553 เปิดขายบัตรกำนัลที่ใช้เป็นส่วนลดบริการต่างๆ เช่น สปา ทัวร์ หรือ ร้านอาหาร ซึ่งเป็นรูปแบบการดำเนินธุรกิจในลักษณะเดียวกันกับ กรูปอน (Groupon) ที่เป็นผู้ริเริ่มบริการในลักษณะนี้ที่สหรัฐอเมริกา ต่อมาเมื่อปี 2554 ลีฟวิ่งโซเชียล คู่แข่งของกรูปอน ก็เข้าซื้อกิจการของเอนโซโก และขยายกิจการออกไป รวมทั้งเพิ่มจำนวนพนักงาน ท่ามกลางการแข่งขันจากคู่แข่งที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น
สถานการณ์เช่นนี้ก็ขยายออกไปในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้เอนโซโก มีความลำบากในการดำเนินธุรกิจ จึงต้องหันมาเปิดบริการใหม่นั่นคือ การขายแบบแฟลช เซลล์ ที่จูงใจลูกค้าด้วยการจำหน่ายสินค้าในราคาลดอย่างมากในช่วงเวลาหนึ่งๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าประเภทเสื้อผ้าและเครื่องประดับ ที่ทำให้ต้นทุนของเอนโซโกเพิ่มสูงขึ้นจากการสำรองสินค้าคงคลังมากขึ้น
ประการที่สอง เอนโซโกเข้ามาในตลาดช้าเกินไป
เอนโซโกเข้ามาเปิดตัวในตลาดออนไลน์ในช่วงที่ลาซาด้า คู่แข่งรายสำคัญ กลายเป็นผู้นำในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว
ลาซาดานำวิธีการบริหารจัดการของอะเมซอน เว็บไซต์ค้าปลีกที่เริ่มต้นจากการค้าหนังสือผ่านระบบออนไลน์ มาจัดการบริการการสำรองสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเร่ิมเข้ามายังตลาดขายสินค้าออนไลน์แบบเปิดในปี 2556 ในช่วงที่เอนโซโกยังตั้งตัวไม่ติด
นอกจากนั้น ในช่วงที่ผ่านมา เอนโซโกยังไม่สามารถสร้างชื่อให้เป็นที่นิยมในบางประเทศในเอชเียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และ สิงคโปร์
ประการที่สาม เอนโซโกเผชิญกับการขาดทุน และ สูญเสียกระแสเงินสดอย่างรุนแรง
แม้ว่าตลาดเอเชียตะวันอกเฉียงใต้จะมีประชากรมากถึง 600 ล้านคน และมีกลุ่มประชากรที่เป็นชนชั้นกลางมากขึ้นทุกวัน แต่ประชากรในภูมิภาคนี้ยังคงเป็นกลุ่มที่มีระดับความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีในระดับต่ำ การเข้าถึงอินเตอรืเน็ต และ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงยังอยู่ในวงจำกัด ทำให้การขยายตัวของกลุ่มลูกค้าเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซ เติบโตได้ช้ากว่าที่บริษัทเหล่านี้ประมาณการณ์ไว้
ด้วยเหตุนี้เองทำให้เอนโซโกเผชิญกับปัญหาทางการเงิน เผชิญกับการขาดทุนเพิ่มขึ้น โดยในปี 2558 เอนโวโกขาดทุนถึง 59.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 50.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปีก่อนหน้า ขณะเดียวกันกระแสเงินสดของเอนโซโก ก็ลดลง จนทำให้บริษัทไม่สามารถรับมือกับการขาดทุนสะสมได้ และเป็นเหตุผลที่ทำให้คณะกรรมการบริหารของเอนโซโก ออสเตรเลีย ตัดสินใจปิดบริการเอนโซโก ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในแถลงการณ์ส่วนหนีึ่งระบุว่า “การปิดบริการครั้งนี้เป็นไปเพื่อรักษากระแสเงินสดของบริษัท เพื่อนำไปใช้ในการลงทุนในโอกาสอื่นๆ”
ประการที่สี่ เอนโซโก ไม่สามารถทำให้ผู้ค้าพอใจได้
จากการที่บริษัทเผชิญกับการขาดแคลนกระแสเงินสด ส่งผลให้เอนโซโกต้องชะลอการจ่ายเงินค่าสินค้าให้กับเจ้าของสินค้า นำมาซึ่งความไม่พอใจของเจ้าของสินค้า ที่ต้องเผชิญกับการขาดกระแสเงินสดตามไปด้วย และก่อใก้เกิดความเครียดระหว่างเอนโซโก กับธุรกิจของเจ้าของสินค้าที่ทะยอยถอนตัวออกจากการเป็นพันธมิตรกับบริษัท
http://www.komchadluek.net/news/economic/230922 สคบ.จี้“เอนโซโก”แจงแผนเยียวยา



