
"สาทิตย์" เปิดแนวรุกสื่อ-ขวางฎีกา
ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักกรณีที่รัฐบาลออกมาชี้แจงขั้นตอนการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา ผ่านสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 หรือเอ็นบีที ว่า ก้าวช้าเกินไป !!
ภายใต้การกำกับดูแลของ "สาทิตย์ วงศ์หนองเตย" รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ ในฐานะสื่อของรัฐ
"เรื่องนี้ละเอียดอ่อนในการที่จะพูดอะไรออกไป คำว่ารัฐบาลช้าไปไหม ช้าไปเพราะอะไร ถ้าชี้แจงแล้วคนไม่ลงชื่อคำถามว่าจริงหรือเปล่า ชี้แจงแล้วคนที่ลงชื่อจะฟังจริงเปล่า ประเด็นของเราคือว่าหากรัฐบาลออกไปเคลื่อนไหวตั้งแต่ต้นในเชิงบอกว่าอย่าลงชื่อนะมันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหากรัฐบาลทำอะไรลงไปที่สุดขั้วผลกระทบจะมากกว่ารัฐบาล"
นี่คือคำชี้แจงของ "สาทิตย์" กับการตัดสินใจสั่งให้กรมประชาสัมพันธ์ชี้แจงขั้นตอนและวิธีการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาพร้อมอธิบาย
# ทั้งๆ ที่รู้ว่าวัตถุประสงค์ของการล่ารายชื่อเพื่อกดดัน เพราะอะไรรัฐบาลถึงไม่ออกมาชี้แจงตั้งแต่ต้น ?
ถ้าเราทำไปก่อนหน้านี้ ถามว่าห้ามให้คนไปลงชื่อได้หรือไม่ ถามว่ากลุ่มคนเสื้อแดงดูทีวีไหม ก็ไม่ดู เขามีธงอยู่แล้ว แต่รัฐบาลต้องจับจุดให้ได้ก่อน โดยเฉพาะท่าทีต่อกระบวนการที่จะนำเอาแรงกดดันไปสู่สถาบันเราไม่อยากให้ไปถึง ถ้าเราทำตั้งแต่เบื้องต้นและเกินเลยไปนิดเดียวจะเป็นการสร้างความไม่เป็นธรรม พอไม่เป็นธรรมก็เข้าข่ายเงื่อนไข ที่จะต้องเกิดความขัดแย้งในบ้านเมือง ซึ่งเป็นที่ทราบว่ารัฐบาลยืนอยู่ท่ามกลางวิกฤติที่อ่อนไหวมาก หากหนักไปทางใดทางหนึ่งก็โดน เพราะไม่เคยมียุคใด สถาบันถูกนำมาเป็นเงื่อนไขอย่างนี้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องประคับประคองความละเอียดอ่อนเอาไว้ให้ได้
# ทำไมรัฐบาลไม่ออกมาเป็นโต้โผในเรื่องนี้เอง มากกว่าจะให้พรรคร่วมอย่างพรรคภูมิใจไทยเป็นคนออกมาเคลื่อนไหว ?
พรรคภูมิใจไทยก็เป็นรัฐบาลเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน เมื่อทำแล้วได้ประโยชน์ก็ได้กันทุกคน การที่พรรคภูมิใจไทยออกมาเคลื่อนไหว ถือเป็นกระบวนที่ทั้งสังคมต้องออกมาช่วยกัน รัฐบาลก็มืเครือข่าย มีกลไกก็ทำงานไป ล่าสุดตนได้สั่งให้กรมประชาสัมพันธ์นำคำชี้แจงขั้นตอนการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกามาออกซ้ำในเครือข่ายทั้งวิทยุและทีวีของกรมประชาสัมพันธ์ รวมไปถึงวิทยุชุมชนและเคเบิลทีวี ผ่านรูปแบบต่างๆ เป็นภาษาท้องถิ่นทั้ง 4 ภาค เพื่อให้ประชาชนเข้าใจมากขึ้น และรัฐบาลเชื่อว่าการเคลื่อนไหวของ "คนเสื้อแดง" มาถึงวันนี้แล้วต้องมีการทูลเกล้าฯ อย่างแน่นอน
# แนวทางของรัฐบาลในการทำความเข้าใจกับประชาชนก่อนถึงวันที่ 17 สิงหาคม ทำอย่างไร ?
แนวทางของรัฐบาลในเวลานี้คือการชี้แจงด้วยข้อกฎหมายต่างๆ ให้สติ และที่ดีที่สุดในขณะนี้คือการชี้แจงให้ทุกฝ่ายได้เคารพกรอบของกฎหมายว่า การทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาทำได้หรือไม่ มันมีผลในทางปฏิบัติหรือไม่ ถือเป็นการให้สติทั้งสังคม หมายความว่าจะต้องทำให้คนคิดได้ด้วยว่าหากมีการทูลเกล้าฯ ถวายจริง แนวทางเดินของมันยังมีขบวนการ ขั้นตอน ที่รัฐบาลสามารถเข้าไปดูแลได้
# มีการประเมินภายในรัฐบาลหรือไม่ว่า หากฎีกาของเสื้อแดงไม่ผ่านขบวนการไปถึงสถาบัน สถานการณ์หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ?
สิ่งที่เรากังวลคือ เกรงว่าจะนำไปสู่ความขัดแย้งเหมือนกับช่วงก่อนสงกรานต์ โอกาสที่จะปะทะกันของกลุ่มที่เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วยสูงมาก ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องออกมาชี้แจงขั้นตอนทั้งหมด อย่างน้อยที่สุดเป็นการลดเงื่อนไขความขัดแย้งลงไปได้ว่า มีกระบวนการที่รัฐบาลลงไปจัดการและดูแลได้ ส่วนจะปะทะกันหรือไม่ เป็นหน้าที่ของหน่วยงานด้านความมั่นคงที่จะต้องประเมินและเตรียมแผนการไว้รับมือ ซึ่งรัฐบาลเองก็เตรียมแผนการไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะเราจะไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเหมือนช่วงสงกรานต์ให้เกิดขึ้นอีก
"รัฐบาลย้ำมาตลอดว่าก่อนที่จะถึงพระองค์ มีขั้นมีตอนระเบียบ วิธีการจัดการ ดังนั้นเราจะต้องประคับประคองไม่ให้สถานการณ์นี้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท หน้าที่ของรัฐบาลคือดูแลไม่ให้สถานการณ์บานปลาย เมื่อเรารู้แผนการของเขาว่าเป็นการสร้างเงื่อนไขนำไปสู่ความขัดแย้ง"
# รัฐบาลจะมียุทธศาสตร์ในการใช้สื่ออย่างไรให้ทุกสีได้เข้าใจขั้นตอนการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาที่ตรงกัน
เราจะต้องใช้สื่อให้ตรงเป้าหมาย โดยการพุ่งไปสู่วิทยุชุมชนเป็นหลัก ซึ่งหลายกลุ่มยังไม่เข้าใจข้อเท็จจริงที่ชัดเจน เช่น วิทยุแท็กซี่ ดังนั้นเราต้องมองความเป็นจริงว่าคนไทย 63 ล้านคน ถ้าวันนี้มีรายชื่อจริง 5.9 ล้านคนอย่างที่เขาโม้ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วยังถือว่าน้อยมาก ในจำนวนนี้ยังมีคนเข้าใจสาระสำคัญผิดก็มาก ดังนั้นรัฐบาลจะทำอะไรลงไปต้องคิดถึงคนส่วนใหญ่ และอย่าลืมว่าคนที่เป็นกลางส่วนหนึ่งก็กำลังจับจ้องว่ารัฐบาลจะลำเอียงหรือไม่ ไม่เป็นธรรมเลือกปฏิบัติหรือไม่
“สิ่งสำคัญที่สุดที่รัฐบาลต้องดำเนินการคือ หนึ่ง รักษาสถาบันไว้ สอง ต้องไม่ให้กระทบต่อความปลอดภัยของสังคม และสาม ต้องไม่ให้นำไปสู่เงื่อนไขของความขัดแย้งรุนแรง ซึ่งการเคลื่อนไหวเรื่องนี้ละเอียดอ่อนมาก เราถึงไม่บุ่มบ่ามทำอะไรลงไปที่สุดขั้ว"
ฐานิตะญาณ ธนพิศุทธิ์กุล / บัญชา แข็งขัน



