
เกลือจิ้มเกลือ...ตร.เปิดศึก"แก๊งปาหิน"
ยิ่งปล่อยไปนานวันคดีปาหินก็ยิ่งลุกลามขยายวงไปตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย จากสุพรรณบุรีขึ้นเหนือไปลำปาง ลงมาภาคกลางที่ชลบุรี-ปทุมธานี ถึงภาคใต้ประจวบคีรีขันธ์ยันสุราษฎร์ธานี ไม่มีจบสิ้น โดยเฉพาะที่เมืองขุนแผนสุพรรณฯ จนถึงวันนี้คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้าใด
นานกว่า 2 เดือนแล้วที่ครอบครัว "เอี่ยมยัง" ยังรอความยุติธรรมจากตำรวจติดตามคนร้ายใช้ก้อนหินปาใส่รถเก๋งที่เธอและครอบครัวโดยสารกลับบ้านบนถนนสายโพธิ์พระยา-อ่างทอง หมู่ 2 ต.โพธิ์พระยา อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เมื่อกลางดึกวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ "ภาพิมล เอี่ยมยัง" วัย 59 ปี เสียชีวิต "สุรชัย สวัสดี" วัย 36 ปี "สุดารัตน์ เอี่ยมยัง" วัย 34 ปี สองสามีภรรยา พร้อมทั้งลูกสาวกับลูกชายอีก 3 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส
"ฉันตัดใจแล้ว" สุดารัตน์ เหยื่อปาหินครวญ
ทุกวันนี้นอกจากการสูญเสียแม่บังเกิดเกล้าและผู้ใหญ่ในครอบครัวแล้ว อาการของทุกคนเริ่มดีขึ้น แม้ว่าจะยังไม่หายดีเท่าที่ควร แต่เนื่องจากขาดรายได้มานานถึง 2 เดือน ทำให้สองสามีภรรยาต้องรีบกลับไปทำงานหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แต่กระนั้นพวกเขาและเธอก็ยังมีความหวังถึงกับตั้งตารอว่าจะได้รับข่าวดีจากตำรวจเกี่ยวกับการจับกุมคนร้ายที่กระทำต่อพวกเธอมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
"รู้ไหมเวลาโทรไปหาตำรวจก็ได้รับคำตอบเดิมๆ ว่าอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน จนฉันและครอบครัวถอดใจเริ่มยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วฉันเห็นเหตุการณ์คืนนั้นได้ดี เห็นหน้าคนร้ายด้วย ตำรวจก็ยังจับไม่ได้ ตอนนี้ทำได้เพียงพยายามให้กำลังใจซึ่งกันและกัน รู้ไหมฉันคิดว่าสิ่งที่ชาวบ้านกำลังเดือดร้อนจากคดีปาหินบนถนนหลวงทางภาคใต้ มันเป็นการลอกเลียนแบบจากคดีของฉันไง คนร้ายคิดว่าขนาดคดีนี้มีคนตายมีคนเจ็บยังจับไม่ได้ ก็เลยลอกเลียนแบบ ฉันทำใจแล้ว" สุดารัตน์ กล่าวอย่างสิ้นหวัง
นั่นคือความรู้สึกของเหยื่ออาชญากรรมปาหินที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมและการลอกเลียนแบบ จนกลายเป็นคดีต่อเนื่องที่ต่างกรรมต่างวาระกัน โดยเฉพาะในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีแก๊งปาหินอาละวาดอย่างหนักบนถนนเพชรเกษม พื้นที่ติดต่อระหว่าง อ.ทับสะแก อ.บางสะพานน้อย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีรถบรรทุก รถกระบะถูกปาหินได้รับความเสียหายกว่า 10 คัน
เริ่มจากเมื่อ 3 วันก่อน "ไตรรัตน์ มีอารีย์" วัย 26 ปี ขับรถกระบะ 4 ประตูพาลูกสาวไปโรงพยาบาล ถูกคนร้ายปาหินใส่กระจกรถบริเวณหลัก กม.ที่ 365 หมู่ 1 ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ถัดมาวันที่ 2 สิงหาคม "ธนศักดิ์ หงษ์สีลา" คนขับรถเทรลเลอร์ 18 ล้อ วัย 30 ปี ขับรถจากกรุงเทพฯ ไปรับเหล็กที่ อ.บางสะพาน ขณะขับผ่านสี่แยกวัดห้วยมงคล ถนนเลี่ยงเมืองหัวหิน-ปราณบุรี เห็นวัยรุ่นขึ้นมาจากร่องกลางถนนแล้วปาก้อนหินใส่กระจกหน้ารถเสียงดังสั่น โชคดีกระจกไม่แตก จึงพยายามบังคับรถมาแจ้งความกับหน่วยบริการตำรวจทางหลวงห้วยมงคลและ สภ.หัวหิน
หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.พินิต มณีรัตน์ รอง ผบก.ทล. จึงระดมกำลังตำรวจทางหลวงกว่า 200 นาย กำหนดพื้นที่เข้มงวดตรวจตราตั้งแต่แยกวังมะนาว จ.เพชรบุรี ไปจนถึง จ.สุราษฎร์ธานี ขับรถตรวจเส้นทางตลอด 24 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคมเป็นต้นไป นอกจากนี้ ยังระดมอาสาสมัครภาคประชาชนเข้ามาช่วยเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินประชาชนอีกทางหนึ่งด้วย
"ตอนนี้ต้องเรียกว่าปลุกสำนึกให้มวลชนออกมาต่อต้านการกระทำของคนร้าย ส่วนการสืบสวนเป็นหน้าที่ของตำรวจพื้นที่ ขอฝากถึงคนร้ายอยากรู้นักว่าประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา พวกเขาทำอะไรให้เดือดร้อนนักหนาถึงต้องทำกันแบบนี้ ขอเตือนเลยว่าตอนนี้ตำรวจทางหลวงพร้อมจะหยุดยั้งพฤติกรรมและติดตามคนร้ายโดยใช้วิธีเกลือจิ้มเกลือ" พ.ต.อ.พินิต กร้าว
ด้าน พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รอง ผบช.ภ.7 ตั้งสมมติฐานว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนเมาสุราและเป็นวัยรุ่น สาเหตุน่าจะเกิดจากการลอกเลียนแบบ หรือความคึกคะนอง ตอนนี้ชุดเฉพาะกิจอยู่ในพื้นที่ตลอดเวลา โดยออกหาข่าวตามงานบวช งานแต่งงาน งานศพ รวมถึงประกบผู้ต้องสงสัย เพื่อหาพยานหลักฐานมัดตัวผู้กระทำผิด
ขณะที่ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกรมสุขภาพจิต วิเคราะห์ว่าเป็นไปได้มากที่จะเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ โดยกลุ่มวัยรุ่นซึ่งขาดวุฒิภาวะได้รับฟังข่าวสารเห็นว่ามีการก่อเหตุในแต่ละพื้นที่ แต่ตำรวจไม่สามารถจับคนร้ายมาลงโทษได้ จึงเกิดได้ใจและเอาพฤติกรรมนั้นมาเป็นต้นแบบ การแก้ไขตำรวจต้องทำงานให้หนักขึ้น แม้ว่าทุกวันนี้งานจะหนักอยู่แล้วก็ตาม พยายามจับกุมผู้ก่อเหตุมาลงโทษ กลุ่มวัยรุ่นที่คิดจะเลียนแบบจะได้ไม่กล้าทำรุนแรง ส่วนสื่อเองแม้เจ้าหน้าที่จะจับคนร้ายไม่ได้ก็ควรนำเสนอภาพความสูญเสีย อันเป็นผลกระทบที่เกิดจากการถูกกระทำ จะช่วยกระตุ้นมโนสำนึกให้คนที่ก่อเหตุได้หยุดคิด
"พฤติกรรมเลียบแบบไม่ได้เกิดจากการนำเสนอข่าวเพียงอย่างเดียว ยังรวมไปถึงรายการทีวี ภาพยนตร์ หนังสือ ในต่างประเทศมีการศึกษาพฤติกรรมคนร้าย พบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุเลียนแบบพฤติกรรมการปล้น การทำร้ายร่างกาย จากสารคดีเจาะลึกอาชญากรรม ข่าว ภาพยนตร์ และการเรียนรู้จากนักโทษด้วยกันเอง" นพ.ทวีศิลป์ ให้ความเห็น
-



