อธิบดีดีเอสไอสั่งสอบคลิป‘บุญชัย’แล้วยุยงหรือไม่
อธิบดีดีเอสไอสั่งฝ่ายกฎหมายสอบ คลิป‘บุญชัย’แล้ว เข้าข่ายยุยงหรือไม่ หลังจาก ‘วิษณุ’โยนให้พิจารณา กรณีกล่าวเชิญชวนลูกศิษย์วัดพระธรรมกายร่วมปฏิบัติธรรมครั้งใหญ่
‘ เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. เวลา 15.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายบุญชัย เบญจรงคกุล นักธุรกิจหมื่นล้านกล่าวเชิญชวนลูกศิษย์วัดพระธรรมกายให้มาร่วมปฏิบัติธรรมครั้งยิ่งใหญ่ว่า ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในวันนี้ปล่อยให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พูดหน่วยเดียวดีกว่า คนอื่นพูดไปโดยไม่รู้ว่าเข้าข้างหรือไม่เข้าข้าง ยุยงส่งเสริม หรือสนับสนุน หรือสะใจ หรือไม่สะใจ ถ้าจะผิดขอให้ดีเอสไอเป็นฝ่ายดูข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายว่าใครทำอะไรที่ผิดหรือไม่ คนอื่นอย่าพูดอะไร
เมื่อถามว่าสิ่งที่นายบุญชัย พูดไปถือเป็นการปลุกระดมเชิญชวนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวเพียงว่า "สื่อพูดเอง ผมไม่ทราบ"
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบคลิปภาพนายบุญชัยที่ออกมาสนับสนุนเชิญชวนให้มวลชนไปร่วมนั่งสมาธิที่วัดพระธรรมกายผ่านสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมของวัดพระธรรมกายว่ากรณีดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมผิดกฎหมายหรือไม่ นอกจากนี้ดีเอสไอยังขอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ซึ่งเข้าร่วมปฏิบัติการจับกุมพระธัมมชโยตามหมายจับและหมายค้นเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตรวจสอบกรณีที่พบว่า วัดขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ในฐานะผู้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.สงฆ์ถือว่าเป็นความผิดหรือไม่ ซึ่งพศ.จะต้องตอบคำถามสังคมด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในวัดพระธรรมกายถูกต้องตาม พ.ร.บ.สงฆ์หรือไม่ ในส่วนของดีเอสไอได้ดำเนินการตามกฎหมายครบถ้วนแล้ว จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นดำเนินตามอำนาจหน้าที่ด้วย
“ในส่วนคดีฟอกเงินกลุ่มอื่นที่มีส่วนได้รับเงินจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ภายในต้นเดือนกรกฎาคมนี้จะสรุปสำนวนสั่งฟ้องเพิ่มเติมได้อีก 3 คดี ย้ำว่าขณะนี้พยายามเร่งรัดคดีที่เหลือให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องยอมรับว่า การสอบสวนคดีฟอกเงินมีเอกสารที่ต้องพิจารณาจำนวนมากและต้องใช้ความรอบคอบ” อธิบดีดีเอสไอกล่าว
แจงข้อสงสัยปมขอหมายค้น
จากนั้นทีมโฆษกดีเอสไอแถลงข่าวชี้แจงกรณีมีบุคคลวิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ของดีเอสไอในการขออนุมัติศาลอาญาเข้าตรวจค้นบริเวณวัดพระธรรมกายเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา เป็นการดำเนินการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากคดีดังกล่าวสอบสวนเสร็จสิ้น และส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการก่อนที่จะยื่นศาลเพื่อขอหมายค้น ว่า เพื่อเป็นการอธิบายขั้นตอนการปฏิบัติงานให้สาธารณชนได้ทราบและเข้าใจ รวมทั้งป้องกันการสร้างกระแสข่าวเพื่อบิดเบือนกฎหมายและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงขอชี้แจงดังนี้ 1.ดีเอสไอได้สอบสวนดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจรอันสืบเนื่องมาจากคดีการทุจริตภายในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นที่เป็นคดีพิเศษไปก่อนหน้านี้แล้ว
2.ทางการสอบสวนมีการดำเนินคดีกับพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พร้อมกับผู้ต้องหารายอื่นรวม 5 คน และพระธัมมชโยไม่มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยศาลอาญาได้ออกหมายจับไว้ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจรเพื่อให้เจ้าพนักงานจับกุมมาดำเนินคดี ต่อมาพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนมีความเห็นควรสั่งฟ้องพระธัมมชโยกับพวกรวม 5 คนในข้อหาดังกล่าว และส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการตามกฎหมายเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ที่ผ่านมา
ยันทำถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน
3.พนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีฐานะเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 23 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 2 โดยยังมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามหมายหรือคำสั่งศาลในการติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับในคดีพิเศษมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และ 4.มีข้อมูลว่าพระธัมมชโยซึ่งเป็นบุคคลมีหมายจับอยู่ในบริเวณวัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นที่ส่วนบุคคล (ที่รโหฐาน) ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 81 กำหนดว่า ไม่ว่าจะมีหมายจับหรือไม่ก็ตามห้ามมิให้จับในที่รโหฐาน เว้นแต่จะได้ทำตามบทบัญญัติในประมวลกฎหมายนี้อันว่าด้วยการค้นในที่รโหฐาน จึงได้ยื่นคำร้องขอหมายค้นต่อศาลเพื่อจับบุคคลดังกล่าวและศาลอาญาได้ใช้ดุลพินิจซักถามเหตุผลความจำเป็นแล้วจึงออกหมายค้นให้ กรณีดังกล่าวจึงเป็นกระบวนการตามกฎหมายทุกประการและมิใช่กรณีไปสอบสวนดังที่มีผู้วิจารณ์อันเป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็มีการปฏิบัติทำนองเดียวกันนี้สำหรับการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่า
ตร.สอบเบื้องหลังคำพูดเจ้าสัวบุญชัย
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษก ตร.กล่าวว่า การออกมาพูดในลักษณะนี้ มีวัตถุประสงค์ใด มีเจตนาอะไรแอบแฝงหรือไม่ ต้องรอให้ทีมงานตรวจสอบเบื้องหน้าเบื้องหลังก่อน ถ้าหากตรวจสอบแล้วพบว่ามีเจตนาส่อไปในทางที่ปลุกระดมมวลชน พนักงานสอบสวนต้องดำเนินการอยู่แล้ว ส่วนการดำเนินคดีกับลูกศิษย์ที่เข้าข่ายขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของดีเอสไอในวันที่นำหมายค้นบุกวัดธรรมกายนั้น เจ้าหน้าที่ได้เก็บภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวบริเวณโดยรอบเพื่อเป็นหลักฐาน ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาข้อกฎหมายต่างๆ ว่าจะเตรียมดำเนินการกับใคร มีความผิดฐานใดบ้าง คงต้องรอสักระยะหนึ่ง เบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาลูกศิษย์คนใด
สันติอโศกย้ายค่ายมือถือ
ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊ก"กองทัพธรรม" ได้มีการแชร์ข้อความระบุถึงการย้ายค่ายมือถือจากค่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายบุญชัย พร้อมกับมีภาพข้อความว่า "ชิตังเม โป้ง ย้ายค่าย"



