
"เรืองไกร"ยื่นป.ป.ช.ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของกกต.
05 ก.พ. 2552
"เรืองไกร" เข้ายื่นป.ป.ช.ให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
(5ก.พ.) เวลา 09.00 น. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยนายเรืองไกร กล่าวว่า การที่กกต.ได้มีคำวินิจฉัยสั่งการคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ 205/2551 วันที่ 11 ธ.ค.2551 เรื่องการเลือกตั้งส.ว.จังหวัดปราจีนบุรี โดยมีหนังสือมายังประธานวุฒิสภา วันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมานั้น ทำให้เข้าใจได้ว่า กกต.อาจปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 และมาตรา 236 ประกอบมาตรา 10 (10) ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550
อันอาจเข้าข่ายตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2550 มาตรา 29 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เนื่องจากมีการดำเนินการเพียงแต่ตรวจสอบแล้วสรุปว่า ไม่ปรากฏหลักฐานใดว่าผู้ถูกคัดค้านได้ลาออกหรือพ้นสภาพจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หลังจากที่ได้เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2545 ทั้งที่พรรคประชาธิปัตย์ได้มีหนังสือมายังนายทะเบียนพรรคการเมืองแล้วว่า นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ ได้พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค.2545 และไม่เคยกลับมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคอีก อีกทั้งไม่ปรากฏหลักฐานอื่นมาหักล้างว่าได้มีการตรวจสอบหลักฐานการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ของผู้ถูกคัดค้านว่ามีหลักฐานการสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์จริงหรือไม่
ทั้งที่เคยมีแนวคำสั่งศาลฎีกาที่ 775/2551 อยู่ก่อนแล้ว ซึ่ง กกต.และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งควรจะต้องรู้ถึงแนวทางที่ศาลฎีกาเคยมีคำสั่งไว้ จึงขอให้ ป.ป.ช.พิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริง ว่า กกต. มีพฤติการณ์หรือการกระทำที่อาจเข้าข่ายตามบทบัญญัติในมาตรา 29 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2550 ประกอบมาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่ หากพบว่าข้อเท็จจริงมีมูลเป็นไปตามคำร้อง ก็ขอให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ต่อไป



