ข่าว

ห้างดังกับผังเมือง  

ห้างดังกับผังเมือง  

20 มิ.ย. 2559

ห้างดังกับผังเมือง  :  ขมน้ำตาล โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

            สังคมไทยเราอยู่กันในลักษณะของ “เฮโลสาระพา” กล่าวคือเวลาที่มีใครยกเอาเรื่องอะไรขึ้นมาเป็นประเด็น คนในสังคมทั้งที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องก็จะออกมากล่าวขานหรือพูดถึงกันยกใหญ่ ทั้งที่บางเรื่องซึ่งถูกยกขึ้นมาเป็นประเด็น ก็ล้วนแล้วแต่เคยถูกยกขึ้นมาพูดถึงกันอย่างกว้างขวางไปนานแล้ว แต่ประเด็นนั้นๆ ไม่ได้ถูกแก้ไขไปแต่อย่างใด

            การเข้าของระบบการค้าปลีกแบบใหม่ หรือโมเดิร์นเทรด ในระยะแรกสังคมไทยก็ตื่นตระหนกกันมากว่าจะเป็นระบบการค้าที่เข้ามาทำลายการค้าปลีกแบบดั้งเดิม ถึงขั้นที่มีการชักชวนให้ออกกฎหมายห้ามมิให้ผู้ประกอบกิจการค้าปลีกแบบใหม่ เข้าไปตั้งอาคารเพื่อทำการค้าในเขตเมืองหรือเขตเทศบาล เพราะคิดกันเพียงแค่ว่าหากห้างเหล่านั้นย้ายออกไปตั้งห่างไกลชุมชนเมืองแล้ว ผู้บริโภคที่หวังจะไปจับจ่ายใช้สอยคงไม่สะดวกที่จะเดินทางไป จนทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ เพราะยอดการจำหน่ายสินค้าจะไม่คุ้มกับทุนที่ลงไป

            ในหลายๆจังหวัดถึงกับมีการป่าวประกาศให้ประชาชนในพื้นที่ออกมาต่อต้าน เมื่อมีข่าวว่าห้างเหล่านั้นเข้าไปซื้อที่ดินเพื่อทำการปลูกสร้าง แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถยับยั้งการขยายตัวหรือเปิดห้างใหม่ของธุรกิจเหล่านั้นได้อย่างถาวร จนทุกวันนี้แทบจะกล่าวได้ว่าพื้นที่ในเขตตัวเมืองหรือในเขตเทศบาลใหญ่ ไม่มีพื้นที่ไหนในประเทศไทยที่ไร้ห้างสมัยใหม่แบบโมเดิร์นเทรด แถมยังขยายออกไปยังพื้นที่ย่อยรอบนอกเขตเมือง ห้างโมเดิร์นเทรดเหล่านั้นก็ปรับลดขนาดแล้วเข้าไปยึดครองพื้นที่จนทั่ว กลายเป็นสถานประกอบธุรกิจที่เป็นเครื่องมือสำหรับใช้วัดความเจริญ

            กลยุทธ์การขยายธุรกิจของโมเดิร์นเทรด เป็นสิ่งที่น่าสนใจและควรใช้เป็นกรณีศึกษาอย่างยิ่งสำหรับสังคมไทย ในพื้นที่ซึ่งเมื่อเริ่มจะรุกเข้าไปแล้วสำรวจพบว่ามีแรงต้านจากคนในพื้นที่อยู่บ้าง ส่วนใหญ่พบว่าพื้นที่นั้นๆ มีผู้นำชุมชนหรือผู้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของคนในชุมชน เป็นผู้ประกอบการค้าส่งหรือค้าปลีกและมีตำแหน่งหน้าที่ในองค์กรหรือหน่วยงานระดับท้องถิ่นอยู่เบื้องหลัง จึงออกแรงผลักดันต่อต้านทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ด้วยกลัวว่าผลประโยชน์ทางการค้าและธุรกิจของตนเองจะสูญเสียหรือลดน้อยลงไป กรณีเช่นนี้โมเดิร์เทรดก็จะเลือกใช้วิธีการสมประโยชร่วมกัน

            และแม้ว่าปัจจุบันนี้จะมีกฎหมายว่าด้วยผังเมืองออกมาหลายพื้นที่ในประเทศไทย ก็มิได้เป็นอุปสรรคต่อการขยายสาขาของโมเดิร์นเทรดแต่อย่างใด แถมยังพบว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทย ทำให้ต้นทุนในการขยาสาขาแต่ละแห่งต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย เพราะการออกไปหาซื้อที่ดินนอกเขตเทศบาลหรือนอกเขตเจริญของตัวเมือง ทำให้ได้ราคาที่ดินที่ต่ำลงไปกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว 

            และแม้ว่าจะเป็นห้างหรือสถานประกอบการที่ห่างจากเขตเมืองออกไปบ้าง แต่ก็สามารถชดเชยได้ด้วยการจัดกิจกรรมเสริมต่างๆ เพื่อดึงดูดผู้คน อีกทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทย ที่นิยมการไปจับจ่ายยังแหล่งค้าขายเปิดใหม่ที่ “ทันสมัย” บวกกับกลยุทธ์การพ่วงเอาร้านค้าปลีกที่เป็นพันธมิตรร่วมกันกับห้างของตนเอง ให้ติดตามไปเปิดสาขาร่วมในพื้นที่ใหม่ๆ ด้วยกัน ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ทำให้สถานประกอบการค้าสมัยใหม่ที่เรียกว่าโทเดิร์นเทรดขยายตัวและเติบโตได้ในประเทศไทยอย่างยากที่จะหยุดยั้ง ยกเว้นแต่ผู้ประกอบการแบบโมเดิร์นเทรดจะแข่งขันกันจนแย่งกันตายไปเองเท่านั้นครับ