ข่าว

'ศานิตย์'ถกอาชีวะแก้นร.ตีกัน

'ศานิตย์'ถกอาชีวะแก้นร.ตีกัน

17 มิ.ย. 2559

รรท.ผบช.น.ประชุมร่วมอาจารย์อาชีวะ หาแนวทางแก้ปัญหาเด็กตีกัน - เร่งทำความเข้าใจ ให้เด็กกลัวการลงโทษ


               17 มิ.ย. 59  เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุม ศปก.บกส.น.3  พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น.3 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.3 บก.น.4 บก.น.5 อาจารย์จากสถาบันอาชีวะ ร่วมกันประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาเด็กนักเรียนอาชีวะทะเลาะวิวาท โดยใช้เวลาประชุมกว่า 2 ชั่วโมง

               พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ได้แบ่งเด็กนักเรียนอาชีวะออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก เป็นเด็กที่ไม่มีปัญหา ตั้งใจเรียน กลุ่มที่สอง เป็นเด็กที่มีความเสี่ยงที่จะก่อเหตุทะเลาะวิวาท และกลุ่มที่สาม เป็นกลุ่มหัวรุนแรง ซึ่งในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่ไม่ได้เรียน หรือถูกไล่ออกไปแล้ว แต่ยังมีความผูกพันอยู่กับสถาบัน ซึ่งจากการพูดคุยกับเด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่มีปัญหามาจากครอบครัว พ่อแม่แยกทางกัน ไม่รู้จะเข้าหาใคร เมื่อมาโรงเรียนก็มารวมกลุ่มกันสร้างปัญหา ก่อเหตุลักวิ่งชิงปล้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็มีโครงการจะนำเด็กเหล่านี้มารวมกลุ่มกันสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทำกิจกรรมนันทนาการ นำผู้นำทางศาสนา หรือนักจิตวิทยามาพูดคุย อย่างไรก็ตาม จากแนวคิดดังกล่าวทางโรงเรียนก็กลัวว่าหากนักเรียนมารวมกัน ก็จะทะเลาะวิวาทกันอีก เลยเสนอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปทำความเข้าใจกับเด็กที่โรงเรียนก่อน เพื่อให้เข้าใจกัน รู้สึกกลัวการลงโทษ ลดความหวาดระแวงว่าจะถูกเด็กสถาบันอื่นทำร้าย

               พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวต่อว่า สำหรับวิธีแก้ปัญหาแบบเดิมถ้ายังใช้ได้ผลก็คงใช้ต่อไป แต่ก็ต้องหาวิธีใหม่ๆ มาใช้ ในส่วนของอาวุธปืน หรืออาวุธอื่นๆ นั้น ก็มีการตั้งด่านตรวจ และชุดจู่โจม ทั้งนี้ อยากฝากถึงนักเรียนด้วยว่า อย่าถ่ายภาพหรือกระทำอะไรที่เป็นการไม่ให้เกียรติสถาบันอื่น หรือกระทำอะไรที่ไม่เหมาะสม เพราะจะก็ทำให้เกิดความเสียหาย เกิดความรุนแรงขึ้น

               “การประชุมในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลจากครูอาจารย์ประกอบกับข้อเท็จจริงที่มี ก็ยืนยันตรงกันว่า ผู้ก่อเหตุจะขับขี่รถ จยย.ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สิ่งสำคัญที่สุดข้อมูลที่ครูอาจารย์หมอบให้ทางตำรวจก็คือ แต่ละสายมีใครบ้างและไปอยู่ตรงไหน จะได้สั่งการให้จัดชุดเฉพาะกิจเข้าไปพูดคุยเยี่ยมเยียนทำความเข้าใจกับทั้งผู้ปกครองด้วยส่วนหนึ่ง และยังมีมาตรการอื่นๆ อีก นี่คือมาตรการเร่งด่วนที่จะไม่ให้เกิดเหตุอีก ไม่เว้นแม้แต่การตรวจค้นอาวุธปืน อาวุธสงคราม รวมถึงปืนปากกา ซึ่งเยาวชนส่วนใหญ่จะใช้ก่อเหตุ รวมถึงการหาแหล่งที่ผลิตปืนปากกาในสื่อโซเชียลเองก็ตาม”

               พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยอีกว่า ส่วนในระยะยาวเรื่องของโครงการประชารัฐร่วมใจต้านภัยนักเรียนอาชีวะต่างสถาบัน ก็ได้มีการพูดคุยกับครูอาจารย์แล้วว่า ในระยะเริ่มต้นจะทำแอคชั่นแพลน คือ อย่างน้อยที่สุดมีเงื่อนไข มีเวลา มีการติดตามอย่างต่อเนื่องในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งตนเองกับทีมงานจะเข้าไปในสถาบันการศึกษาต่างๆ เข้าไปพูดคุยกับเยาวชน นักเรียน หลังจากนั้นจะเข้าไปจัดระเบียบในแต่ละกลุ่ม มาตรการสุดท้าย คือ นำเด็กมาฝึกอบรม ส่วนจะใช้กลุ่มไหน ที่เคยใช้มามันไม่ได้ผลเพราะอะไร ขาดความต่อเนื่องหรือไม่ ก็ต้องมาปิดข้อบกพร่องเหล่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในระยะยาว แต่จากสถานการณ์ปัจจุบัน คือ ต้องทำให้ไม่มีเหตุการณ์แบบนี้ในระยะเร่งด่วน ซึ่งครูอาจารย์ก็ให้ความร่วมมือ